บทบรรณาธิการ February 2020

นับตั้งแต่ต้นปี 2563  เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคที่ไม่แตกต่างจากปี 2562 ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะได้รับผลกระทบจาก “เงินบาทแข็งค่า” หรือความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน เป็นต้น ล่าสุด ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงที่เข้ามาโหมกระหน่ำ ได้แก่ สถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โดยปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบต่อตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สำหรับตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ในปี 2563 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ประเมินว่าจะเติบโตที่ระดับ 2.8% โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 2.3-3.3% ซึ่งจะสอดคล้องกับภาพรวมการส่งออกที่คาดว่าจะฟื้นตัวดีขึ้นจากปีก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 1.0% แต่ยังต่ำกว่าคาดการณ์เดิมที่ 2.6% โดยปัจจัยบวกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปีนี้ จะมาจากสถานการณ์การค้าโลกที่คลี่คลายลงระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน รวมถึง แนวโน้มเงินบาทที่อ่อนค่าลง โดยในปีนี้คาดว่าเงินบาทจะทรงตัวที่ระดับ 30.31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

รวมไปถึง การเร่งขับเคลื่อนการลงทุนภายในประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนภาคเอกชน ที่คาดว่าจะเติบโตที่ระดับ 4.2% หลังจากรัฐบาลได้พยายามออกมาตรการกระตุ้นการลงทุนในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่การลงทุนภาครัฐ คาดว่าจะเติบโต 6.5% โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ที่จะเริ่มเห็นเม็ดเงินเข้าสู่ระบบได้ดีขึ้น ส่วนภาคการส่งออก คาดว่าจะฟื้นตัวดีขึ้นจากอานิสงส์การชะลอการผลิตของจีน ซึ่งทำให้ที่ผ่านมาไทยมีการส่งออกอาหารและผลไม้ได้มากขึ้น

ด้านศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ใหม่ โดยเหลือขยายตัว 2.8% จากเดิมขยายตัว 3.1% เพราะได้รับผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยง เช่น เงินบาทแข็งค่า ที่ทำให้มูลค่าส่งออกลดลง หรือภัยแล้งที่ทำให้เศรษฐกิจเสียหาย เป็นต้น

ส่วนศูนย์วิจัยธนาคารกสิกรไทยประเมินว่า ในปี 2563 คาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพีจะขยายตัวที่ 2.7% (กรอบประมาณการ 2.5%-3.0%) โดยหวังแรงหนุนจากภาครัฐเป็นตัวขับเคลื่อน บนเงื่อนไขสำคัญคือรัฐบาลต้องเร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 รวมถึงการเบิกจ่ายงบประมาณ ขณะที่ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCBEIC) คาดเศรษฐกิจไทยปี 2563 มีแนวโน้มขยายตัวใกล้เคียงกับปี 2562 ที่ 2.8% ตามภาคส่งออกที่มีทิศทางทรงตัว

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ที่หลายสำนักงานเศรษฐกิจประมาณการจะอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันที่ 2.8% อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินในช่วงปลายปี 2562 ถึงช่วงต้นปี 2563 ซึ่งยังเหลือเวลาอีกหลายเดือนกว่าจะหมดปี และยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะมีปัจจัยเสี่ยงใดเข้ามารุมเร้าเศรษฐกิจไทยอีกหรือไม่ อย่างไรก็ตาม Biz Focus หวังว่าทิศทางเศรษฐกิจไทยนับจากนี้ไปจะมีทิศทางสดใสอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

ปิดท้ายฉบับนี้กับวิสัยทัศน์ คุณเกริก บูรพชัยศรี กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท พิณสยามกลุ่มบริษัทพิณ สยาม โดยเผยทิศทางการดำเนินงานปี 2563 เน้นโปรโมทเครื่องจักรกลหนัก แบรนด์ ใหม่ในตลาด สำหรับงานก่อสร้าง “HIDROMEK” และเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดให้กับแบรนด์ “DYNAPAC” เพิ่มทีมงานขาย เน้นจัดงาน Roadshow รวมทั้งเข้าร่วมงานแสดงสินค้าต่างๆ เพื่อสร้างโอกาสทางการแข่งขัน หนุนเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต พร้อมตอกย้ำความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 2 ทศวรรษ ด้วยจุดเด่น “องค์กรที่เข้าถึงง่าย และไม่เอาเปรียบลูกค้า”

Rate this item
(0 votes)
BizFocus

ทันยุค ทันสมัย หัวใจธุรกิจ บิสโฟกัส

Leave a comment

Make sure you enter all the required information, indicated by an asterisk (*). HTML code is not allowed.

Page Visitor

003472983
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
38789
46628
310871
114648
263036
459947
3472983
Your IP: 34.204.193.85
2020-06-06 21:23