บทบรรณาธิการ May 2020

ปัจจุบัน  เทคโนโลยีมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งผันแปรตามการเติบโตของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์ อีกทั้ง ยังสอดคล้องกับสังคมยุคดิจิทัล จึงส่งผลให้ปริมาณสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย โดยในแต่ละปี พบว่าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เกือบทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ วิทยุ โทรทัศน์ และอื่นๆ ได้มีการทยอยเปิดตัวรุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทุกเพศ ทุกวัย และทุกชุมชนได้อย่างไร้ขีดจำกัด

อย่างไรก็ตาม จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ย่อมส่งผลให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายประเภทล้าสมัย หรือตกรุ่นอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน  โดยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ได้ถูกนำมาใช้งานและถูกทิ้งเหล่านั้นจะกลายเป็น “ขยะอิเล็กทรอนิกส์” ไปอย่างทันที

ขณะนี้ ไทยกำลังประสบกับปัญหา “ขยะอิเล็กทรอนิกส์” ทั้งจากปริมาณในประเทศที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึง การลักลอบนำขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาในราชอาณาจักร และมีการจัดการโดยไม่ถูกวิธี ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศน์ และสุขภาพของประชาชน

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม คุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน รวมทั้ง สอดคล้องกับร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องกำหนดชนิดและแหล่งกำเนิดวัตถุดิบที่จะนำมาใช้ในโรงงาน ซึ่งได้กำหนดห้ามโรงงานใช้ขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่นำเข้าจากต่างประเทศมาเป็นวัตถุดิบในโรงงาน

ล่าสุด คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติประกาศกระทรวงพาณิชย์ กำหนดขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นสินค้าห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมที่พึ่งพาการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นวัตถุดิบในการผลิต แต่ในขณะเดียวกันจะเป็นประโยชน์ในการผลักดันให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ภายในประเทศนำกลับมาใช้ใหม่อย่างถูกวิธีและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการจัดการของเสียในประเทศ โดยเฉพาะสารพิษตกค้างประเภทโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว ปรอท และแคดเมียม เป็นต้น

โดยในสาระสำคัญของร่างประกาศดังกล่าวได้กำหนดให้ขยะอิเล็กทรอนิกส์ตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภท 84 และประเภท 85 เฉพาะรหัสสถิติ 899 เป็นสินค้าต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พร้อมกำหนดนิยาม ขยะอิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง ชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์หรือเศษ (ไม่รวมเศษจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้า) ที่มีส่วนประกอบ ซึ่งได้แก่ ตัวเก็บประจุไฟฟ้าและแบตเตอรีอื่นๆ สวิตซ์ที่มีปรอทเป็นองค์ประกอบในการทำงาน

รวมถึง เศษแก้วจากหลอดรังสีแคโทด และแอกติเวเต็ดกลาสอื่นๆ ตัวเก็บประจุไฟฟ้าที่มีสารพีบีซี หรือที่ปนเปื้อนด้วยแคดเมียม ปรอท ตะกั่ว โพลีคลอริเนทเต็ดไบฟีนิล ซึ่งเป็นของเสียเคมีวัตถุ ตามบัญชี 5.2 ลำดับที่ 2.18 ของประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย พ.ศ. 2556 ตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย

ปิดท้าย ฉบับนี้กับวิสัยทัศน์ ภก.ธัชพล ชลวัฒนสกุล CEO เฮลท์ลีดกรุ๊ป โดยเปิดแผนธุรกิจ เดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจ โดยมุ่งให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีผ่านบริษัทในเครือ “ไอแคร์ เฮลท์” และ “เฮลทิเนส” ตอบโจทย์รูปแบบครอบครัวที่มีขนาดเล็กลง พร้อมการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ มั่นใจปีนี้จะเติบโตก้าวกระโดด ขึ้นแท่น 1 ใน 5 ของเชนร้านขายยาระดับประเทศ รับอานิสงส์จากการปรับโครงสร้างองค์กร เพิ่มประสิทธิภาพช่องทางจัดจำหน่าย บวกแผนขยายสาขาและเปิดตัวสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง

Rate this item
(0 votes)
BizFocus

ทันยุค ทันสมัย หัวใจธุรกิจ บิสโฟกัส

Leave a comment

Make sure you enter all the required information, indicated by an asterisk (*). HTML code is not allowed.

Page Visitor

008105886
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
54969
55782
110751
4881210
1035070
1306954
8105886
Your IP: 3.228.10.17
2020-09-21 23:26