บทบรรณาธิการ October 2020

หนี้ภาคครัวเรือน  นับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อความยั่งยืนของการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยตัวเลขมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในทุกๆ ปี ดังนั้น จึงนับเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องได้รับการดูแลแก้ไขอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ หนี้ภาคครัวเรือนส่วนใหญ่จะเกิดจากการขอสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย ซื้อรถยนต์ รวมทั้ง สินเชื่อบัตรเครดิต และอื่นๆ ซึ่งในปัจจุบันหนี้ครัวเรือนไทยถือว่าอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับต่างประเทศ

ล่าสุด จากข้อมูลเงินให้กู้ยืมแก่ภาคครัวเรือน หรือ “หนี้ครัวเรือน” ในไตรมาส 2/2563 ของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. สะท้อนว่ายอดคงค้างหนี้ครัวเรือนของไทยยังคงขยับขึ้นสวนทางเศรษฐกิจที่หดตัว โดยสัดส่วนได้เพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 83.8% เมื่อเทียบกับจีดีพี ซึ่งนับเป็นระดับสูงที่สุดในรอบ 18 ปี

ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า หนี้ครัวเรือนกลับมาขยับขึ้นในไตรมาส 2/2563 สวนทางกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่หยุดชะงักลงในหลายภาคส่วนในช่วงที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยสัดส่วนที่ระดับ 83.8% เมื่อเทียบกับจีดีพี สูงขึ้นต่อเนื่องจากในไตรมาส 1/2563 ที่ระดับ 80.1% ต่อจีดีพี

ทั้งนี้เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส (Quarter on Quarter) ยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น 9.22 หมื่นล้านบาทในไตรมาส 2/2563 นำโดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจและธนาคารพาณิชย์ เร่งขึ้นจากที่เพิ่มเพียง 1.2 หมื่นล้านบาทในไตรมาส 1/2563 ซึ่งเป็นภาพตอกย้ำวังวนของภาระหนี้สูง ที่มาพร้อมกับฐานะทางการเงินของประชาชนและครัวเรือนที่อ่อนแอลงในวงกว้าง โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีความเสี่ยงด้านรายได้และการมีงานทำ

ทิศทางหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว สะท้อนภาพ 2 ด้านซึ่งแตกต่างกัน ในขณะที่ประชาชนและครัวเรือนบางกลุ่มก่อหนี้เพิ่มขึ้น แต่ประชาชนและครัวเรือนอีกหลายกลุ่มต้องรับมือกับปัญหาขาดสภาพคล่องและต้องการมาตรการช่วยเหลือจากสถาบันการเงิน

นอกจากนี้ ยังสะท้อนสถานการณ์ที่แตกต่างกันของกลุ่มลูกหนี้รายย่อย 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรก คือ กลุ่มครัวเรือนที่ยังพอมีกำลังซื้อ ส่วนกลุ่มที่สอง คือ กลุ่มครัวเรือนที่เผชิญปัญหาการขาดสภาพคล่องจากผลกระทบของปัญหาเศรษฐกิจ

สำหรับแนวโน้มหนี้ครัวเรือนของไทยในปี 2563 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงมุมมองเดิมว่า ปัญหาหนี้ครัวเรือนจะยังคงเป็นหนึ่งในมาตรวัดที่สะท้อนความเปราะบางเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทย โดยหนี้ครัวเรือนมีแนวโน้มขยับขึ้นมาอยู่ที่กรอบ 88-90% ต่อจีดีพีในปี 2563 จากระดับ 83.8% ต่อจีดีพีในไตรมาส 2/2563 เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มหดตัวลงในครึ่งปีหลัง

ขณะที่สินเชื่อรายย่อย โดยเฉพาะในกลุ่มสินเชื่อบ้านและสินเชื่อรถยนต์ คาดว่าจะยังเติบโตในกลุ่มครัวเรือนที่มีกำลังซื้อและมีความสามารถในการชำระคืนหนี้ อาจทำให้ระดับหนี้ครัวเรือนยังเติบโตต่อเนื่อง แม้จะเป็นอัตราที่ชะลอลงเมื่อเทียบกับที่เติบโต 5.1% ในปี 2562

ปิดท้ายฉบับนี้กับวิสัยทัศน์ คุณเชาว์เลิศ ลีลาศวัฒนกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ลัคกี้เฟลม จำกัด โดยตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 850 ลบ. มั่นใจตัวเลขเข้าเป้า ผลงานครึ่งปีแรกยอดเยี่ยม เดินมาถึงครึ่งทางแล้ว พร้อมเผยแผนการดำเนินงานครึ่งปีหลัง ส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มสินค้าครัวเรือนสู่ตลาด บวกปรับโฉมภาพลักษณ์องค์กรให้มีความทันสมัย เน้นช่องทางออนไลน์มากยิ่งขึ้น ชี้ครึ่งปีแรกรับอานิสงส์ไวรัสโควิด-19 มาตรการล็อกดาวน์หนุนยอดขายพุ่ง ประกาศปี 64 เดินหน้าบุกตลาดแมสอย่างเต็มตัว

Rate this item
(0 votes)
Last modified on Wednesday, 11 November 2020 13:38
BizFocus

ทันยุค ทันสมัย หัวใจธุรกิจ บิสโฟกัส

Leave a comment

Make sure you enter all the required information, indicated by an asterisk (*). HTML code is not allowed.

Page Visitor

011898061
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
2570
67778
374236
8402443
253858
1525998
11898061
Your IP: 3.239.45.252
2020-12-05 00:54