Print this page

บทบรรณาธิการ November 2020

By December 10, 2020 3469 0

การแพร่ระบาดของไรวัสโควิด-19 ทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย ได้ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจในวงกว้าง โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม หรือ SMEs ซึ่งค่อนข้างได้รับความบอบช้ำมากกว่าธุรกิจขนาดใหญ่ เนื่องด้วยปัจจัยหลักที่สำคัญ คือ เงินลงทุน โดยบางรายที่สายป่านไม่ยาว มีความจำเป็นต้องไปขอสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์เพื่อนำมาใช้ในการดำเนินธุรกิจ ทั้งนี้ เมื่อธุรกิจหยุดชะงักงัน สิ่งที่ตามมาและหลีกหนีไม่พ้น ได้แก่ ความสามารถในการชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย  

โดยเบื้องต้น จากการประเมินของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) พบว่าจะมีผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม หรือ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติการแพร่ระบาดของไรวัสโควิด-19  ประมาณ 1,333 ล้านราย คิดเป็น 44% ของธุรกิจขนาดกลางและย่อม หรือ SMEs ทั้งหมด ซึ่งในจำนวนนี้แยกเป็น ธุรกิจค้าปลีก 873,360 ราย ร้านอาหาร เครื่องดื่ม 330,875 ราย ที่พัก โรงแรม บริการการท่องเที่ยว 45,430 ราย บริการขนส่ง 64,885 ราย กีฬา นันทนาการ 18,355 ราย ซึ่งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดนี้ มีการจ้างงานประมาณ 4,088,002 คน คิดเป็น 25% ของแรงงานทั้งหมด

ตลอดระยะเวลาตั้งแต่เริ่มต้นการแพร่ระบาดของไรวัสโควิด-19 จนถึงปัจจุบัน หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ได้มีมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม หรือ SMEs มาอย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่างเช่น โครงการล่าสุด ภาครัฐโดยกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ออกมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ประกอบการและประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ได้แก่ มาตรการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย 6 เดือน มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม หรือ SMEs สามารถปรับตัวจากผลกระทบและก้าวผ่านวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นนี้ไปได้

ทั้งนี้ ตามข้อมูลที่ได้รับจากธนาคารแห่งประเทศไทย มาตรการพักชำระหนี้ดังกล่าว ช่วยให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบและสมัครใจเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 1.05 ล้านบัญชี เป็นยอดหนี้ประมาณ 1.35 ล้านล้านบาท ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการได้เตรียมพร้อมและปรับตัว นอกจากนี้ ยังเป็นการให้เวลากับธุรกิจของลูกหนี้ ขณะที่ ธนาคารเจ้าหนี้ได้มีเวลาในการศึกษาผลกระทบของลูกหนี้แต่ละรายและกำหนดแผนการชำระหนี้ให้เหมาะสอดคล้องกับแผนธุรกิจ ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบเศรษฐกิจที่จะสามารถข้ามผ่านผลกระทบดังกล่าวไปได้

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม หรือ SMEs จะต้องมีการวางแผน หรือมีแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ รวมถึง ต้องมีวิสัยทัศน์กว้างไกล เพื่อผลักดันให้กิจการสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าต่อไปได้ท่ามกลางปัจจัยลบต่างๆ ที่เข้ามาถาโถม ถึงแม้ว่าจะเป็นการดำเนินการที่ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ยากเกินความสามารถ

ปิดท้ายฉบับนี้กับวิสัยทัศน์ คุณธงชัย บุศราพันธ์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOBLE โดยตอกย้ำความมั่นใจรายได้ปีนี้ 10,000 ลบ. เข้าเป้า 100% ครึ่งปีแรกบันทึกที่ 4,000 ลบ. ส่วนครึ่งปีหลัง 6,000 ลบ. ฉลุย โดยล๊อกอินรายได้ทั้งหมดแล้ว พร้อมตุน Backlog 17,000 ลบ. บวกเดินแผนเปิดตัวโครงการแนวราบเพิ่มต้นปีหน้า เสริมแกร่งพอร์ตธุรกิจ คาดรายได้จะเติบโตแบบก้าวกระโดดในปี 2567 หนุนขึ้นแท่นเบอร์ 6 ในอุตสาหกรรมพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

Rate this item
(0 votes)
BizFocus

ทันยุค ทันสมัย หัวใจธุรกิจ บิสโฟกัส

Latest from BizFocus