บทบรรณาธิการ December 2020

ภาพรวม เศรษฐกิจไทยในช่วงเดือนสุดท้ายของปี 2563 ยังคงได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจจำนวนมากต้องแบกรับภาระการขาดสภาพคล่อง หรือต้นทุนในภาคการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ลูกจ้าง หรือพนักงานบริษัทอาจประสบกับปัญหาการเลิกจ้างงาน ส่วนประชาชนต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายในหลายๆ ด้านที่มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งย่อมส่งผลเชิงลบอย่างเป็นลูกโซ่ต่อการดำรงชีพอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ยังมีข่าวดีที่สร้างความสุขให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศ เมื่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าผันแปร (เอฟที) ในช่วงเดือนมกราคม–เมษายน 2564 เหลือ -15.32 สตางค์ต่อหน่วย จากงวดก่อนหน้า (กันยายน–ธันวาคม 2563) ที่ -12.43 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ใช้ไฟฟ้าจ่ายค่าไฟฟ้าถูกลงอีก 2.89 สตางค์ต่อหน่วย หรืออยู่ที่ 3.61 บาทต่อหน่วย

สำหรับปัจจัยในการพิจารณาค่าเอฟทีในงวดเดือนมกราคม-เมษายน 2564 ประกอบด้วย 1. ความต้องการพลังงานไฟฟ้าในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน 2564 เท่ากับประมาณ 60,685 ล้านหน่วย ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดือนกันยายน–ธันวาคม 2563 ที่คาดว่าจะมีความต้องการพลังงานไฟฟ้าเท่ากับ 58,910 ล้านหน่วย หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 3

  1. สัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้าในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน 2564 ยังคงใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก ร้อยละ 55.32 นอกจากนี้ เป็นการซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศร้อยละ 14.92 ลิกไนต์ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ร้อยละ 9.47 ถ่านหินนำเข้า ร้อยละ 8.31 และอื่น ๆ อีกร้อยละ 8.14

  2. สถานการณ์ราคาเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า โดยรวมราคาเชื้อเพลิงเฉลี่ยแต่ละประเภทเพิ่มขึ้นจากงวดที่ผ่านมา ยกเว้นราคาถ่านหินนำเข้าที่ปรับตัวลดลงจากงวดเดือนกันยายน–ธันวาคม2563 และ 4. อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยที่ใช้ในการประมาณการ (วันที่ 1–30 กันยายน 2563) เท่ากับ 31.4 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากประมาณการในงวดเดือนกันยายน–ธันวาคม 2563 ที่ประมาณการไว้ที่ 32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ กพพ. จะมีมาตรการตรึงค่าเอฟที เพื่อช่วยบรรเทาค่าครองชีพให้แก่ประชาชนมาโดยตลอด แต่ในส่วนของผู้ใช้ไฟฟ้าจะต้องมีจิตสำนึกในการช่วยประหยัดพลังงาน โดยต้องคำนึงการใช้ไฟฟ้าให้เกิดคุ้มค่าสูงสุด ซึ่งนอกจากจะส่งผลดีในแง่ของการจ่ายค่าไฟฟ้าที่ลดลงแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนให้เกิดความมั่นคงด้านพลังงานให้แก่ประเทศชาติอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังช่วยลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศในแต่ละปีได้เป็นจำนวนมากอีกด้วย

ปิดท้ายฉบับนี้กับวิสัยทัศน์ คุณจุติพันธุ์ มงคลสุธี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที.เค.เอส. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ TKS โดยเดินหน้าธุรกิจต่อเนื่อง หลังผนึกกำลังปรับโครงสร้างองค์กร เพิ่มความคล่องตัวและจุดแข็งในการดำเนินงาน เผยปี 64 เน้นแผนรุกตลาด Label และ Packaging คาดอนาคตธุรกิจ Printing ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมก้าวสู่ความสำเร็จเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการพิมพ์ในประเทศไทย

Rate this item
(0 votes)
BizFocus

ทันยุค ทันสมัย หัวใจธุรกิจ บิสโฟกัส

Leave a comment

Make sure you enter all the required information, indicated by an asterisk (*). HTML code is not allowed.

Page Visitor

017172057
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
3657
53861
269366
13840651
215090
1383188
17172057
Your IP: 3.237.178.91
2021-03-05 01:42