บทบรรณาธิการ March 2021

ท่ามกลาง  สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ระลอก 2 ซึ่งในขณะนี้ ยังคงขยายตัวเป็นวงกว้างในหลายพื้นที่ ส่งให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจอยู่ในภาวะชงักงันอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ฉุดให้ตัวเลขภาพรวมการลงทุนในปี 2563 ลดลงจากปี 2562 อย่างหลีกลี่ยงไม่ได้ เนื่องจาก นักลงทุนหรือผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่สามารถเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการต่างๆ ให้เกิดเป็นรูปธรรมและสร้างเม็ดเงินได้

สำหรับตัวเลขขอรับการส่งเสริมการลงทุนในปี 2563 ที่ผ่านมา โดยคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ ระบุว่า มีจำนวน 1,717 โครงการ มูลค่ารวม 481,150 ล้านบาท ลดลง 30% จากปีก่อนหน้าอยู่ที่ 690,000 ล้านบาท เนื่องจากปี 2562 มีโครงการลงทุนรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เชื่อม 3 สนามบิน ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) มูลค่ากว่า 160,000 ล้านบาท

โดยอุตสาหกรรมที่โดดเด่น ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ การเกษตร และแปรรูปอาหาร ยานยนต์ และชิ้นส่วน ปิโตรเคมี และเคมีภัณฑ์ เทคโนโลยีชีวภาพ การแพทย์ และพลังงาน โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์) บนหลังคาอาคารภาคผลิตและภาคบริการ ในจำนวนนี้เป็นการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) มีโครงการยื่นขอรับการส่งเสริม 907 โครงการ มูลค่าลงทุน 213,162 ล้านบาท

ส่วนประเทศที่ยื่นขอรับการส่งเสริมมากที่สุด คือ ญี่ปุ่น ทั้งจำนวน 211 โครงการ และมูลค่าลงทุน 75,946 ล้านบาท ตามด้วยประเทศจีน มูลค่าลงทุน 31,465 ล้านบาท และสหรัฐอเมริกา มูลค่าลงทุน 24,555 ล้านบาท ทั้งนี้ เมื่อแยกเป็นคำขอรับการส่งเสริมในพื้นที่อีอีซี มีจำนวน 453 โครงการ มูลค่าลงทุน 208,720 ล้านบาท แบ่งเป็น จังหวัดชลบุรี 226 โครงการ มูลค่าลงทุน 67,190 ล้านบาท จังหวัดระยอง 175 โครงการ มูลค่าลงทุน 115,870 ล้านบาท และจังหวัดฉะเชิงเทรา 52 โครงการ มูลค่าลงทุน 25,660 ล้านบาท

ขณะที่ทิศทางการส่งเสริมการลงทุนปี 2564 บีโอไอจะส่งเสริมในกิจการที่ไทยมีศักยภาพ มีแนวโน้มเติบโตในอนาคต ยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ และขับเคลื่อนการปรับโครงสร้างของภาคการผลิตและบริการ อาทิ อุตสาหกรรมในกลุ่มบีซีจี การแพทย์ อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิตอล บริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง และโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการผลิตและบริการ

นอกจากนี้ บีโอไอยังได้อนุมัติมาตรการส่งเสริมการลงทุนให้บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติมอีก 100% ของเงินลงทุน ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน ยื่นขอรับสิทธิประโยชน์ภายในวันทำการสุดท้ายของปี 2565 แต่ไม่รวมบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อยู่แล้ว ก่อนวันที่มาตรการนี้มีผลใช้บังคับ

ปิดท้ายฉบับนี้กับวิสัยทัศน์ คุณวิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด โดนเดินหน้าแผนปี 64 ชู “วอริกซ์ เฮลท์” แกนหลักในการขยายแบรนด์ ปลื้มสาขาแรกกระแสตอบรับดี เล็งเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง หนุน 5 ปี สร้างรายได้ 25% ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 1,000 ลบ. พร้อมแต่งตัวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ นำเม็ดเงินลงทุนทั้งอีคอมเมิร์ซและซอฟท์แวร์ เสริมแกร่งองค์กรเติบโตเพิ่มมากขึ้น บวกสร้างยอดขายออนไลน์พุ่งกว่า 50% เผยโปรเจคแห่งความภาคภูมิใจ คว้าลิขสิทธิ์ผลิตเสื้อนักกีฬาทีมชาติไทยยาวนาน 12 ปี

Rate this item
(0 votes)
BizFocus

ทันยุค ทันสมัย หัวใจธุรกิจ บิสโฟกัส

Leave a comment

Make sure you enter all the required information, indicated by an asterisk (*). HTML code is not allowed.

Page Visitor

021086829
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
50775
59264
50775
901711
1584897
21086829
Your IP: 3.238.96.184
2021-05-16 18:51