Editor's Note 2019

ปัจจุบัน ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) กำลังมาแรง โดยมีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดดเนื่องจากอินเทอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตของมนุษย์มากยิ่งขึ้น ทั้งการติดต่อสื่อสาร รวมถึงการทำธุรกิจ จึงทำให้การทำการตลาดแบบออนไลน์ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของธนาคารกสิกรไทยที่ระบุว่า ปีนี้มูลค่าธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) จะเติบโตถึง 20% จากปี 2561 ที่มีมูลค่า 2.5 ล้านล้านบาท และจะเติบโตสูงสุดในภูมิภาคอาเซียน
เป็นไปตามคาด สำหรับอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี ไตรมาส 2 ของปีนี้ ที่หลายฝ่ายประมาณการว่าจะต่ำกว่า 2.8% ในไตรมาสแรก โดยล่าสุด สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ได้ออกมายืนยันแล้วว่าเติบโตเพียง 2.3% และเป็นตัวเลขต่ำสุดในรอบ 19 ไตรมาส นับจากไตรมาส 4 ปี 2557 ที่เติบโต 2.4% พร้อมทั้งคาดว่าจะเป็นอัตราการขยายตัวที่ต่ำสุดของปีนี้ ซึ่งส่งผลให้จีดีพีครึ่งปีแรก…
ปัจจุบันเทรนด์รักษ์โลกกำลังมาแรง ซึ่งนับเป็นแรงกระตุ้นให้ทั้งภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และภาครัฐมีความตื่นตัวและให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างมาก ดังนั้น ที่ผ่านมาจึงมีโครงการการรณณรงค์หลากหลายรูปแบบเพื่อสนับสนุนให้บรรลุเป้าหมายในการดำเนินการ โดยโครงการหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก คือ การลด ละ และเลิกใช้พลาสติก เนื่องจาก ขณะนี้ปัญหาขยะพลาสติกได้กลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ทุกประเทศทั่วโลกต้องเร่งแก้ไข รวมทั้ง ประเทศไทยด้วยเช่นกัน โดยในแต่ละปีมีขยะพลาสติกประมาณ 2 ล้านตัน และสามารถนำมารีไซเคิลได้เพียง 0.5 ล้านตัน ส่วนอีก 1.5 ล้านตันต้องนำไปฝังกลบ ซึ่งอาจก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม…
ผ่านมาแล้วครึ่งปี แต่เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับปัจจัยลบทั้งภายในและนอกประเทศในหลายๆ ด้าน ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมการเติบโตไม่เป็นไปตามที่หน่วยงานเศรษฐกิจประเมินไว้ก่อนหน้านี้ เช่น การได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจการค้าโลกที่ชะลอตัว หรือความไม่แน่นอนของสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกาที่ยังคงทวีความตึงเครียด เนื่องจากยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ เป็นต้น
ภาพรวม การเติบโตของเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกของปีนี้ที่ขยายตัวเพียง 2.8% ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่อยู่ที่ 3.6% และต่ำสุดในรอบ 17 ไตรมาส นับตั้งแต่ไตรมาสที่ 4/2557 ทั้งนี้ จากการเปิดเผยของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ สะท้อนให้เห็นว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยจะสอดคล้องกับเศรษฐกิจทั่วโลก โดยได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจการค้าโลกที่ชะลอรวมทั้ง ความไม่แน่นอนของสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก
ในปี 2562 อุตสาหกรรมอาหารยังคงติดโผอุตสาหกรรมดาวรุ่งอันดับต้นๆ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยเหตุผลหลักที่ส่งผลให้มีการเติบโตสูง เนื่องด้วยอาหารนับเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่สำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ประกอบกับประเทศไทยถือได้ว่าเป็นฐานการผลิตของโลก ซึ่งมีวัตถุดิบด้านการเกษตรที่สำคัญหลายชนิด ทั้งข้าว ปาล์ม อ้อย ยางพารา มันสำปะหลัง เป็นต้น
พลังงานไฟฟ้า นับเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากในการขับเคลื่อนธุรกิจของผู้ประกอบการในยุคอุตสาหกรรม 4.0 เพื่อให้มีความรวดเร็ว ก้าวหน้า และมีความได้เปรียบในด้านการแข่งขัน เนื่องจาก การใช้เทคโนโลยีและระบบการสื่อสารต่างๆ จำเป็นต้องพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก อีกทั้ง ยังมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของประชาชนทั่วไป หรือภาคครัวเรือนอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น การประกอบหุงอาหาร หรือ การเสพความบันเทิงต่างๆ ผ่านทางโทรทัศน์ โทรศัพท์มือถือ วิทยุ และโซเชียลมีเดีย เป็นต้น
ปัจจุบันเทคโนโลยี เข้ามามีบทบาทในการดำเนินธุรกิจเป็นอย่างมาก และจะทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในอนาคต อีกทั้ง ยังนับเป็นส่วนหนึ่งของบริบทการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันทางธุรกิจ โดยจะเข้ามามีอิทธิพลในทุกๆ อุตสาหกรรมการผลิต จึงส่งผลให้ผู้ประกอบการทุกกลุ่มอุตสาหกรรมเร่งปรับตัว ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาขีดความสามารถและยกระดับการแข่งขันอย่างยั่งยืน ซึ่งขณะนี้ จะเห็นได้ว่ามีหลายอุตสาหกรรมได้นำระบบอัตโนมัติ หรือแม้กระทั่งหุ่นยนต์เข้ามาใช้ในภาคการผลิตมากขึ้น
การลงทุนของทั้งภาครัฐและเอกชน นับเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เพราะนอกจากจะสนับสนุนให้เศรษฐกิจเติบโตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ในแต่ละปีแล้ว ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนต่างชาติที่ต้องการเข้ามาลงทุนในประเทศไทยอีกด้วย สำหรับในปี 2561 ที่ผ่านมา ภาครัฐได้มีการอนุมัติเมกะโปรเจคหลากหลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) อย่างเช่น โครงการเมืองการบินภาคตะวันออก สนามบินอู่ตะเภา, โครงการศูนย์ซ่อมอากาศยาน, สนามบินอู่ตะเภาโครงการท่าเรือและ แหลมฉบังระยะที่ 3 โครงการท่าเรือมาบตาพุดระยะที่ 3 เป็นต้น รวมถึง โครงการอื่นๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการบริการหรืออำนวยความสะดวกในด้านการสัญจรให้แก่คนไทยทั้งประเทศ
ปี 2561 ได้ผ่านพ้นไปแล้ว โดยเศรษฐกิจในภาพรวมมีการฟื้นตัวดีอย่างต่อเนื่องเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งมีปัจจัยบวกหลายด้านที่สนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายการเติบโต ไม่ว่าจะเป็นการส่งออกในช่วง 5 เดือนแรกที่เติบโตได้ถึง 11.6% หรือการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มขยายตัวตลอดทั้งปี เป็นต้น ในขณะเดียวกันย่อมมีปัจจัยลบที่ฉุดกระชากให้เศรษฐกิจดำดิ่งลงด้วยเช่นกัน อาทิ นโยบายการกีดกันทางการค้าของสหรัฐอเมริกา, ความเสี่ยงจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา, ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และหนี้ภาคครัวเรือนที่ยังเป็นอุปสรรคต่อการใช้จ่าย เป็นต้น สำหรับตัวเลขอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2561 จะเป็นไปตามเป้าหมายการคาดการณ์หรือไม่ คงรอการสรุปจากหน่วยงานเศรษฐกิจอีกครั้งหนึ่ง