Editor's Note 2020

Editor's Note 2020 (8)

การแพร่ระบาด ของไวรัสโควิด-19 นับเป็นตัวแปรหลักสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ในภาวะถดถอยหรือชะลอตัว อีกทั้ง ยังส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของประชาชน โดยได้ปรับตัวเข้าสู่ยุคการดำรงชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) ไม่ว่าจะเป็น การเว้นระยะห่างทางกายภาพ การปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน และพฤติกรรมแบบเดิมๆ เช่น การใส่หน้ากากอนามัย หรือการทำงานที่บ้าน เป็นต้น

ขณะนี้  เข้าสู่ช่วงไตรมาส 3 แล้ว แต่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังคงเป็นวิกฤตร้ายแรง และยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะคลี่คลาย หรือสิ้นสุดลงเมื่อใด ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจทั่วโลก ทำให้มีแนวโน้มว่าจะหดตัวกว่าการคาดการณ์ ส่วนการฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจให้กลับสู่ภาวะปกติ คาดว่าจะต้องใช้เวลาในการดำเนินการยาวนานพอสมควร พร้อมทั้งจะต้องได้รับการสนับสนุนจากทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง

วิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  ที่กระจายวงกว้างในขณะนี้ นับเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของปี 2563  ซึ่งทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกอยู่ในภาวะถดถอยและชะงักงัน เนื่องจากได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว รวมถึง อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น ภาคการบริการ ทั้งโรงแรม สายการบิน และอื่นๆ

ปัจจุบัน  เทคโนโลยีมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งผันแปรตามการเติบโตของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์ อีกทั้ง ยังสอดคล้องกับสังคมยุคดิจิทัล จึงส่งผลให้ปริมาณสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย โดยในแต่ละปี พบว่าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เกือบทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ วิทยุ โทรทัศน์ และอื่นๆ ได้มีการทยอยเปิดตัวรุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทุกเพศ ทุกวัย และทุกชุมชนได้อย่างไร้ขีดจำกัด

ขณะนี้  ประเทศไทยได้เข้าสู่ช่วงฤดูร้อนอย่างเป็นทางการแล้ว โดยเริ่มต้นประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม จึงส่งผลให้สภาวะอากาศมีความร้อนอบอ้าวทั่วไป โดยอุณหภูมิจะพุ่งสูงสุดในราวกลางเดือนเมษายน ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวย่อมส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะนอกจากจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการดำเนินธุรกิจของภาคอุตสาหกรรม แล้ว ยังรวมถึงการใช้ชีวิตประจำวันของภาคครัวเรือนอีกด้วย

แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2563  คาดว่าจะขยายตัวต่ำกว่าประมาณการเดิมและเติบโตต่ำกว่าระดับศักยภาพ เนื่องจากมีปัจจัยลบหลายๆ ด้านกระหน่ำเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น ปัจจัยที่ไม่คาดคิด อย่างเช่น การระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือ วิกฤตภัยแล้ง และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มต่ำกว่าขอบล่างของกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อตลอดช่วงประมาณการ เป็นต้น โดยทั้งหมดนี้ได้สร้างความเสียหายให้แก่เศรษฐกิจไทยในวงกว้าง ทั้งภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม การท่องเที่ยว และอื่นๆ

นับตั้งแต่ต้นปี 2563  เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคที่ไม่แตกต่างจากปี 2562 ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะได้รับผลกระทบจาก “เงินบาทแข็งค่า” หรือความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน เป็นต้น ล่าสุด ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงที่เข้ามาโหมกระหน่ำ ได้แก่ สถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โดยปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบต่อตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ตัวเลข  อัตราค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศใหม่ ได้มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 20 มีมติให้ปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศ 5-6 บาท ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเสมอภาค พร้อมทั้งได้รับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย เพื่อให้นายจ้างสามารถประกอบธุรกิจอยู่ได้ และลูกจ้างสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างเป็นสุข รวมทั้ง จะไม่เป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณารับทราบแล้ว และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป

Page Visitor

008614390
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
3250
55963
235135
5245135
3250
1582578
8614390
Your IP: 3.235.137.159
2020-10-01 01:53