then
May 18, 2022

“Dell Rugged: แกร่งสุดขั้ว ทนทุกสภาวะ”

งานหลายๆ อย่างที่ยากลำบากที่สุดในโลกต้องการการฝึกฝนที่หนักหน่วงอย่างที่สุดเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งรูปแบบของการฝึกฝนและทดสอบที่หนักหน่วงได้ถูกนำมาใช้เช่นเดียวกันในเครื่อง โน้ตบุ๊ค Rugged เน็กซ์เจนของเดลล์ โดยระบบแต่ละระบบจะถูกทดสอบซ้ำแล้วซ้ำอีกเพื่อให้สามารถผ่านมาตรฐานทุกรูปแบบและเพื่อสร้างระดับมาตรฐาน “ความแข็งแกร่งทนทาน” ที่สูงยิ่งขึ้นไปพร้อมกัน จากโรงงานต่างๆ ไปจนถึงการใช้งานในแวร์เฮาส์ แท่นขุดเจาะน้ำมันนอกชายฝั่ง ผู้ใช้งานต้องการระบบที่น่าเชื่อถือ การเชื่อมต่อ และประสิทธิภาพในการทำงาน 24/7

หนึ่งในผู้ใช้ที่มีความต้องการใช้ Rugged เป็นอย่างมากคือ ไมค์ ลีเบคกิ นักไต่เขาและนักสำรวจของ National Geographic ที่ประสบความสำเร็จในการเดินทางกับคณะสำรวจมากว่า 80 ครั้ง ซึ่งรวมถึงการผจญภัยไปยังสถานที่ต่างๆ ที่มนุษย์ยังไม่เคยเหยียบย่างไปถึง เช่นเดียวกับการเดินทางล่าสุดของเขาสู่เปรู หมู่เกาะเฟรนช์พอลินีเชีย กรีนแลนด์ เนปาล และอินเดีย เครื่อง Dell Rugged อยู่ร่วมด้วยในการเดินทางครั้งล่าสุดของไมค์ ลีเบคกิที่ไปยังประเทศจีน และที่สำคัญกว่านั้น ยังมีส่วนช่วยในการนำพาเขากลับออกมาอีกด้วย จากวิดีโอที่บันทึกไว้ ไมค์เดิมพันรสชาติชีวิตในการสำรวจกับการมองหาโน้ตบุ๊ค Dell Rugged ที่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งสายผลิตภัณฑ์ และนั่นเป็นการอธิบายได้เป็นอย่างดีว่าเพราะอะไรอุปกรณ์ของเขา ต้องสามารถทำงานได้ตลอดเวลาโดยไม่สามารถที่จะล้มเหลวในการทำงาน

“Dell Rugged: แกร่งสุดขั้ว ทนทุกสภาวะ”

งานหลายๆ อย่างที่ยากลำบากที่สุดในโลกต้องการการฝึกฝนที่หนักหน่วงอย่างที่สุดเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งรูปแบบของการฝึกฝนและทดสอบที่หนักหน่วงได้ถูกนำมาใช้เช่นเดียวกันในเครื่อง โน้ตบุ๊ค Rugged เน็กซ์เจนของเดลล์ โดยระบบแต่ละระบบจะถูกทดสอบซ้ำแล้วซ้ำอีกเพื่อให้สามารถผ่านมาตรฐานทุกรูปแบบและเพื่อสร้างระดับมาตรฐาน “ความแข็งแกร่งทนทาน” ที่สูงยิ่งขึ้นไปพร้อมกัน จากโรงงานต่างๆ ไปจนถึงการใช้งานในแวร์เฮาส์ แท่นขุดเจาะน้ำมันนอกชายฝั่ง ผู้ใช้งานต้องการระบบที่น่าเชื่อถือ การเชื่อมต่อ และประสิทธิภาพในการทำงาน 24/7

หนึ่งในผู้ใช้ที่มีความต้องการใช้ Rugged เป็นอย่างมากคือ ไมค์ ลีเบคกิ นักไต่เขาและนักสำรวจของ National Geographic ที่ประสบความสำเร็จในการเดินทางกับคณะสำรวจมากว่า 80 ครั้ง ซึ่งรวมถึงการผจญภัยไปยังสถานที่ต่างๆ ที่มนุษย์ยังไม่เคยเหยียบย่างไปถึง เช่นเดียวกับการเดินทางล่าสุดของเขาสู่เปรู หมู่เกาะเฟรนช์พอลินีเชีย กรีนแลนด์ เนปาล และอินเดีย เครื่อง Dell Rugged อยู่ร่วมด้วยในการเดินทางครั้งล่าสุดของไมค์ ลีเบคกิที่ไปยังประเทศจีน และที่สำคัญกว่านั้น ยังมีส่วนช่วยในการนำพาเขากลับออกมาอีกด้วย จากวิดีโอที่บันทึกไว้ ไมค์เดิมพันรสชาติชีวิตในการสำรวจกับการมองหาโน้ตบุ๊ค Dell Rugged ที่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งสายผลิตภัณฑ์ และนั่นเป็นการอธิบายได้เป็นอย่างดีว่าเพราะอะไรอุปกรณ์ของเขา ต้องสามารถทำงานได้ตลอดเวลาโดยไม่สามารถที่จะล้มเหลวในการทำงาน

ทดสอบความคงทนจากการตกกระแทก

 

ทดสอบความทนทานต่อสภาพความเย็นแบบฟรีซเซอร์

 

ทดสอบความทนทานต่อสภาพความร้อนในตู้อบ

Rugged คือแล็ปท็อปที่ได้รับการสร้างแบบมีวัตถุประสงค์ ทั้งถูกออกแบบและถูกทดสอบด้วยกระบวนการต่างๆ เพื่อให้ถึงจุดที่เครื่องไม่สามารถทำงานได้ต่อไป รวมทั้งได้รับการพัฒนาให้แข็งแกร่งทนทานต่อทุกสภาพการทำงาน เพื่อให้สามารถส่งมอบประสิทธิภาพที่ลูกค้าอย่างไมค์ หรือ แมคลาเรน (McLaren) ต้องการ มาถึงวันนี้ เดลล์มีความภูมิใจที่จะเปิดตัวสมาชิกของเครื่องตระกูล Rugged ทั้ง Dell Latitude 7424 Rugged Extreme พร้อมทั้ง Dell Latitude 5424 และ 5420 Rugged โน้ตบุ๊ค แม้ความต้องการของลูกค้าที่ใช้ Rugged PCs จะไม่เหมือนกัน แต่สิ่งที่ลูกค้าต่างมีความต้องการแบบเดียวกันนั่นก็คือ การผนวกความสามารถด้านการรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจร (end-to-end) เข้ากับความน่าเชื่อถือและความสามารถในการจัดการของเครื่อง Dell Latitude ไม่ว่าจะทำงานที่ไหนหรือกำลังทำไรก็ตาม

จริงๆ แล้วความทนทานต่อการกระแทกอย่างรุนแรงเป็นเพียงแค่ผลประโยชน์ขั้นต้นที่ได้รับ และเพียงแค่อยู่รอดในสภาพแวดล้อมต่างๆ ยังไม่เพียงพอ ผู้ใช้ต่างคาดหวังให้เครื่องพีซี Dell Rugged มาพร้อมทั้งความสามารถและประสบการณ์การใช้งานที่มีประสิทธิภาพ และล้ำสมัยยิ่งขึ้น ดังนั้น เครื่องโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่จึงให้การแสดงผลภาพที่สามารถมองเห็นได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ในร่มหรือกลางแจ้งเพื่อการใช้งานที่เต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งในสภาพฝนตกหรือแดดออก ซึ่งทั้งหมดต้องขอบคุณจอแสดงผลความละเอียดสูง (HD) ที่คมชัดยิ่งขึ้นและสว่างมากขึ้น (1000-NIT) พร้อมการแสดงผลของสีที่ดียิ่งขึ้น และด้วยเครื่องในเจนเนอเรชันใหม่นี้ ลูกค้าสามารถทำงานได้โดยไม่ต้องกังวลด้วยการทำงานแบบ zero down-time ซึ่งต้องขอบคุณระบบแบตเตอรี่ย์แบบคู่ที่สามารถสลับสับเปลี่ยนได้ในระหว่างทำงาน (hot-swappable dual-batteries) ที่ผนึกกำลังเพื่อให้เครื่องทำงานได้ยาวนานมากกว่า 14 ชั่วโมง

และถ้าหาก optical drives คือ ทางเลือกของ external storage สำหรับคุณในการสำรอง (back-up) และถ่ายโอน (offload) ข้อมูล Dell Rugged 7424 และ 5424 มาพร้อมทางเลือก Blu-Ray burner สำหรับความหนาแน่นของข้อมูล และสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการสิ่งที่มากกว่าความสามารถในการพกพา เครื่อง Rugged 5420 มาพร้อมตัวเครื่องที่บางกว่าและเบากว่า 22 เปอร์เซ็นต์เพื่อเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงโดยไม่สูญเสียความสามารถดั้งเดิมที่เยี่ยมยอดของ Dell Rugged ไป

ด้วยโน้ตบุ๊ค Rugged แต่ละรุ่น คุณจะได้รับระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการ log-on อย่างรวดเร็วกว่าเดิมผ่านระบบจดจำใบหน้า (facial recognition) ของ “Windows Hello” และประสิทธิภาพที่พัฒนาให้ดีขึ้นอย่างมหาศาลอันเป็นมาจากโพรเซสเซอร์ Intel quad-core กราฟิกชิพระดับเครื่องเวิร์กสเตชันของ AMD ทางเลือกสำหรับสตอเรจที่มีขนาดใหญ่ พร้อมโซลูชันระบบทำความเย็นใหม่เพื่อให้เครื่องอยู่ในสภาวะควบคุมได้ในทุกสภาพแวดล้อม

และเพราะความสามารถในการเชื่อมต่อคือสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เครื่องพีซี Rugged จึงวางตลาดพร้อมกับ Cat16 4G/LTE ยุคหน้า เดลล์ตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่จะบอกว่าเรายังวางแผนที่จะรองรับ FirstNet พร้อมด้วยการเชื่อมต่อ Band 14 เป็นทางเลือกสำหรับเครื่องในสายผลิตภัณฑ์ Dell Rugged

พบกับ Dell Rugged ใหม่เพื่อมองหาเครื่องที่คุณมองหาได้ที่ เพจของ Dell Rugged บน Dell.com

เดลล์ เปิดตัวจอมอนิเตอร์ตระกูล UltraSharp ใหม่ พร้อมขุมพลังแห่งนวัตกรรม
เพื่อรองรับการทำงานของคนยุคใหม่ (Workforce Transformation)

จอมอนิเตอร์ Dell UltraSharp อัดแน่นด้วยเทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านการดีไซน์ที่ล้ำหน้า พร้อมประสิทธิภาพจอที่เหนือชั้น ขับเคลื่อนประสิทธิผลให้คนทำงาน ทั้งเทรดเดอร์ทางการเงิน นักการธนาคาร วิศวกร รวมถึงนักออกแบบสร้างสรรค์ผลงานระดับมืออาชีพ และโปรแกรมเมอร์

เนื้อหาโดยสรุป

  • ความคมชัด และสีสันที่เจิดจรัส ของจอมอนิเตอร์ Dell UltraSharp 32 4K มาพร้อมการรับรอง DisplayHDR™ 400 จาก VESA
  • จอมอนิเตอร์ Dell UltraSharp 34 Curved USB-C ให้ประสิทธิภาพที่แม่นยำเที่ยงตรง และประสบการณ์ดื่มด่ำอย่างที่สุด
  • Dell UltraSharp 24 และ 27 USB-C Monitors อัดแน่นด้วยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี และการออกแบบ เพื่อมอบประสิทธิภาพจอที่โดดเด่น และฟีเจอร์ที่ให้ผลลัพธ์ของงานชั้นเยี่ยมในดีไซน์ที่ช่วยประหยัดพื้นที่ใช้สอยในที่ทำงาน

ด้วยจำนวนคนรุ่นใหม่ที่หลั่งไหลเข้าสู่ตลาดการทำงานเป็นจำนวนมาก เดลล์จึงให้ความสำคัญเพิ่มมากขึ้นในการมอบประสบการณ์เหนือชั้นให้กับทั้งพนักงานและลูกค้า  การเพิ่มศักยภาพให้คนทำงานด้วยเทคโนโลยีที่ดีขึ้นซึ่งรวมไปถึงจอมอนิเตอร์ที่เหมาะสม คือวิธีที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การทำงานของพนักงานให้ดียิ่งขึ้น อันจะส่งผลไปถึงการสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้าด้วยเช่นกัน ด้วยปริมาณข้อมูลที่ขยายเพิ่มอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความต้องการในการใช้เครื่องมือที่ช่วยสร้างการแสดงผลที่ดียิ่งขึ้น  ซึ่งผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่ามีความต้องการเพิ่มขึ้นในเรื่องของขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น รองรับความละเอียดสูงขึ้นได้หลายหน้าจอ เพื่อการทำงานหลายอย่างได้พร้อมๆ กัน และไม่แออัดพื้นที่ทำงาน ช่วยยกระดับการแสดงผลข้อมูลได้ดียิ่งขึ้น  ทั้งนี้ จากการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของสถิติประชากร พร้อมกับที่คนยุคมิลเลนเนียลต่างทำงานอย่างเป็นมืออาชีพ จอแสดงผลที่ให้การแสดงผลที่ดี ช่วยเพิ่มผลลัพธ์ของงาน จึงนับเป็นหัวใจหลักในการดึงดูดและรักษาคนทำงานที่มีความสามารถดีที่สุดไว้ได้

ในฐานะของแบรนด์จอแสดงผลอันดับหนึ่งของโลก เดลล์กำลังตอบโจทย์ความต้องการของคนทำงานแห่งอนาคตด้วยสายผลิตภัณฑ์จอมอนิเตอร์ Dell UltraSharp ใหม่ที่ให้นวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและการออกแบบที่ช่วยขับเคลื่อนผลลัพธ์ ด้วยจอที่ให้ประสิทธิภาพยอดเยี่ยมที่สุด พร้อมประสบการณ์ที่โดดเด่นสำหรับผู้ใช้งาน จอมอนิเตอร์ใหม่ได้รับการออกแบบเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ในสายงานบริการด้านการเงิน และการประกัน รวมถึงห้องค้าหลักทรัพย์ ฝ่ายวิเคราะห์ด้านการเงิน และการบัญชี ฝ่ายผลิตสื่อในส่วน post production ฝ่ายเขียนโปรแกรม และงานวิศวกรรม

จอมอนิเตอร์ Dell UltraSharp 32 4K USB-C และ 34 Curved USB-C มาพร้อมฟีเจอร์สำคัญมากมาย Picture-by-Picture ช่วยให้สร้างคอนเทนต์หลายประเภทพร้อมกันได้จากพีซีต่างกันถึง 2 เครื่อง ทั้งบิวด์-อิน คีย์บอร์ด วิดีโอ และเมาส์ (KVM) ช่วยให้ผู้ใช้สลับการใช้งานไปมา และแก้ไขคอนเทนต์โดยใช้คีย์บอร์ดและเมาส์เพียงชุดเดียว  สายผลิตภัณฑ์จอมอนิเตอร์ UltraSharp ใหม่ ยังช่วยอำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อผ่าน USB-C ที่ชาร์จไฟจากแลปท็อปที่เชื่อมต่ออยู่ พร้อมกับส่งผ่านข้อมูล และสัญญาณวิดีโอได้ในขณะเดียวกัน ทั้งหมดนี้ทำได้ด้วยการใช้สายเคเบิลเดียวเพื่อช่วยลดความแออัดของสายเคเบิล

จอ UltraSharp ทั้งหมด ออกแบบมาโดยคำนึงถึงผลลัพธ์ของงานเป็นหลัก จึงมาพร้อมฟีเจอร์มาตรฐานดังต่อไปนี้ 

  • ขาตั้งที่ปรับได้อย่างเต็มรูปแบบเพื่อความสะดวกของผู้ใช้ ทั้งปรับให้สูงขึ้น ปรับเอียง หมุนรอบด้าน และหมุนได้รอบแกน
  • จอแบบ Flicker-free ที่ไม่มีแสงกระพริบ รวมถึง ComfortView ที่ช่วยลดการปล่อยแสงสีน้ำเงิน ช่วยให้สบายตา
  • Easy Arrange ในซอฟต์แวร์ Display Manager ช่วยจัดการแอปพลิเคชันต่างๆ เพื่อให้ประสิทธิภาพในการทำงานหลายงานได้พร้อมๆ กัน (multi-tasking)
  • มีโปรแกรม Premium Panel Exchange7 (เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีจุดสว่างของ pixel หรือ bright pixel defect ในหน้าจอ UltraSharp ตลอดเวลาที่อยู่ในช่วงการรับประกันจากเดลล์)
  • บริการ Advanced Exchange Service ของเดลล์ ครอบคลุมระยะเวลา 3 ปี

“ในแง่ของการเป็นแบรนด์จอมอนิเตอร์ที่เป็นที่ชื่นชอบของโลก เดลล์ ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในเรื่องนวัตกรรมล้ำหน้าด้วยการเป็นเจ้าแรกของอุตสาหกรรมในหลายๆ ด้านด้วยกัน” เคิร์ก เชลล์ รองประธานอาวุโส Dell Displays & Engineering กล่าว “สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ในตระกูล UltraSharp เราจะยังคงมุ่งมั่นในการมอบสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านการแสดงผลของภาพ ให้กับลูกค้าที่เป็นองค์กรธุรกิจของเรา”

Dell UltraSharp 32 4K USB-C Monitor (U3219Q) โชว์สีสันเจิดจ้า พร้อมความกระจ่างตา

ให้ประสบการณ์การใช้งานจอแสดงผลด้วยประสิทธิภาพโดดเด่น ด้วยรายละเอียดที่ตื่นตาตื่นใจ กับ Ultra HD 4K ที่ให้ความละเอียดของภาพมากกว่าจอแบบ Full HD ถึง 4 เท่า พร้อมได้รับการรับรอง DisplayHDR™ 400 จาก VESA ที่รองรับ content playback ในโหมด HDR เพื่อให้ภาพสวยงามตื่นตาตื่นใจสมจริง โดยภาพจะปรากฏในสีสันสดใสที่สะท้อนรายละเอียดซึ่งก่อนหน้านี้หาดูได้ค่อนข้างยากในระดับความสว่างถึง 400 nits (ความสว่างปกติ) และให้ความลึกของสีที่ 1.07 พันล้านสี  สิ่งที่มาพร้อมหน้าจอที่สว่างเจิดจ้าคือ InfinityEdge ที่ไร้ขอบเขตอย่างแท้จริง เพื่อประสบการณ์ในการชมภาพได้ชิดขอบจอในแบบ edge-to-edge

Dell UltraSharp 34 Curved USB-C Monitor (U3419W) ให้ประสิทธิภาพที่เหนือชั้น และความดื่มด่ำในการรับชม

ค้นพบประสบการณ์ที่ดื่มด่ำ และประสิทธิภาพด้านความแม่นยำเที่ยงตรง ได้จากจอมอนิเตอร์ USB-C ขอบโค้งขนาด 34 นิ้ว ที่ยกระดับได้เหนือชั้นทั้งเรื่องงานและความบันเทิง  หน้าจอโค้งแบบ ultra-wide ขนาด 34 นิ้ว (WQHD (3440 x 1440) เทคโนโลยี IPS ด้วยสัดส่วน 21:9 ให้พื้นที่หน้าจอกว้างขวางในอุดมคติสำหรับการทำงานหลายงานพร้อมๆ กัน และมีลำโพงแบบดูอัล 9W ที่บิวด์อินมาในตัว เพื่อประสบการณ์สมบูรณ์แบบทั้งภาพและเสียง

Dell UltraSharp USB-C monitors 24 (U2419HC) และ 27 (U2719DC) ออกแบบมาเพื่อมอบประสิทธิภาพอย่างแท้จริง

ให้เห็นถึงรายละเอียดและความแม่นยำของสีสันที่สมจริงจากจอมอนิเตอร์ UltraSharp ที่รังสรรค์มาอย่างงดงาม ทั้งจอมอนิเตอร์ Dell UltraSharp 24 และ 27 USB-C มาในขนาดจอที่เล็ก และขอบบาง เพื่อประหยัดพื้นที่ใช้สอย เหมาะเจาะอย่างยิ่งสำหรับออฟฟิศสมัยใหม่ที่มีพื้นที่ไม่กว้าง  InfinityEdge แบบไร้ขอบของแท้ มอบประสบการณ์การชมแบบ edge-to-edge เหมาะสำหรับงานที่ต้องใช้หลายจอต่อกันได้อย่างแนบเนียน ทั้งจอมอนิเตอร์ขนาด 24 นิ้ว (FHD) และ 27 นิ้ว (QHD) มาพร้อมสองทางเลือกที่แตกต่าง คือมีทั้งรุ่นปกติและรุ่นที่รองรับการเชื่อมต่อ USB-C เพื่อประสิทธิภาพหน้าจอที่เหนือชั้นในนวัตกรรมการออกแบบที่ล้ำหน้า

“เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์จริงๆ ที่เดลล์ ก้าวมาอยู่แถวหน้าในเรื่องของจอมอนิเตอร์” โจน เพดดี้ ประธาน Jon Peddie Research กล่าว “การขยายสายผลิตภัณฑ์จอแสดงผลของเดลล์ เน้นให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของเดลล์ ที่มุ่งตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าในการใช้งานจอแสดงผล”

ความพร้อมในการวางตลาด

  • Dell UltraSharp 32 4K USB-C Monitor (U3219Q) พร้อมวางจำหน่ายแล้วตอนนี้ ในประเทศไทย ด้วยราคา 37,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
  • Dell UltraSharp 34 Curved USB-C Monitor (U3419W) พร้อมวางจำหน่ายแล้วตอนนี้ ในประเทศไทย ด้วยราคา 34,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
  • Dell UltraSharp 24 Monitor (U2419H) พร้อมวางจำหน่ายแล้วตอนนี้ ในประเทศไทย ด้วยราคา 9,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
  • Dell UltraSharp 24 USB-C Monitor (U2419HC) พร้อมวางจำหน่ายแล้วตอนนี้ ในประเทศไทย ด้วยราคา 11,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
  • Dell UltraSharp 27 Monitor (U2719D) พร้อมวางจำหน่ายแล้วตอนนี้ ในประเทศไทย ด้วยราคา 18,700 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
  • Dell UltraSharp 27 USB-C Monitor (U2719DC) พร้อมวางจำหน่ายแล้วตอนนี้ ในประเทศไทย ด้วยราคา 19,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)

 

เดลล์

ด้วยรางวัลที่ได้รับทั้งในส่วนของเดสค์ท็อป แล็ปท็อป คอมพิวเตอร์แบบ 2-in-1 เครื่องธินไคลอันท์ เครื่องเวิร์คสเตชันที่ทรงพลัง และดีไวซ์ที่แข็งแรงทนทาน (rugged) ที่ผลิตขึ้นเพื่อสภาพการทำงานที่พิเศษโดยเฉพาะ ตลอดจนึงมอนิเตอร์ โซลูชันเพื่อการรักษาความปลอดภัยอุปกรณ์ปลายทาง และการบริการ เดลล์นำเสนอสิ่งที่คนทำงาน (workforce) ต้องการในการสร้างการเชื่อมต่อที่ปลอดภัย เพื่อการทำงานและการทำงานร่วมได้จากทุกที่ในทุกเวลา เดลล์เป็นส่วนหนึ่งของ Dell Technologies ที่มห้บริการลูกค้าในกลุ่มคอนซูเมอร์ไปจนถึงองค์กรทุกขนาดใน 180 ประเทศด้วยสายผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่สมบูรณ์ที่สุดในอุตสาหกรรมสำหรับผู้ใช้

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัว EcoStruxure™ Asset Advisor สำหรับระบบจ่ายพลังงานไฟฟ้าและดูแลสินทรัพย์สำคัญในดาต้าเซ็นเตอร์

  • บริการการคาดการณ์แนวโน้มต่างๆ โดยนำข้อมูลที่ได้จากทุกวันตลอด 24 ชม. มาช่วยสร้างความต่อเนื่องให้กับธุรกิจ
  • ช่วยบริหารจัดการความเสี่ยงของสินทรัพย์แบบไม่จำกัดค่ายผู้จำหน่าย ผ่านเซ็นเซอร์และเครื่องมือในการมอนิเตอร์ผ่านคลาวด์
  • บริการผู้เชี่ยวชาญประจำสำนักงาน คอยให้คำแนะนำ และแนวทางแก้ไขในเชิงรุก

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นในการจัดการพลังงาน และระบบออโตเมชั่น เปิดตัว EcoStruxure™ Asset Advisor สำหรับระบบจ่ายไฟฟ้าและบริหารความเสี่ยงของสินทรัพย์ที่สำคัญในดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มและสถาปัตยกรรมระบบ EcoStruxure ของชไนเดอร์ อิเล็คทริคที่มอบศักยภาพด้าน IoT

EcoStruxure Asset Advisor ช่วยให้สามารถเข้าถึงและควบคุมระบบการจ่ายพลังงานไฟฟ้า พร้อมบริหารความเสี่ยงของสินทรัพย์ที่สำคัญในดาต้าเซ็นเตอร์ โดยผสานการทำงานร่วมกันระหว่างเทคโนโลยี IoT และเทคโนโลยีที่ทำงานบนคลาวด์ พร้อมผู้เชี่ยวชาญและบริการจากชไนเดอร์ อิเล็คทริค เพื่อมอบบริการด้านการคาดการณ์เพื่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ ทั้งนี้ บริการ EcoStruxure Asset Advisor จะให้ความสามารถในการคาดการณ์และแก้ไขปัญหาก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงที่ไม่ปลอดภัย หลีกเลี่ยงการเกิดดาวน์ไทม์นอกแผนงานและการขาดทุนจากการดำเนินการ รวมถึงลดโอกาสการซ่อมบำรุงระหว่างดำเนินงานซึ่งมีราคาแพง

อุ่นใจด้วย การเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย และลดการเกิดดาวน์ไทม์

EcoStruxure Asset Advisor จะทำการประเมินข้อมูลสด ณ ขณะนั้น (live data) ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้จากสภาพแวดล้อมของลูกค้า โดยนำไปประยุกต์ใช้ร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence) และระบบวิเคราะห์ขั้นสูงเพื่อระบุภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น ด้วยข้อมูลเหล่านี้ Asset Advisor จึงช่วยให้ลูกค้ามีอำนาจจากทางเลือกในการตัดสินใจเรื่องสำคัญทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการด้วยตัวเอง หรือใช้บริการจาก Service Bureau ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค เพื่อดำเนินการแทนในนามของลูกค้า

“EcoStruxure Asset Advisor ช่วยควบคุมวิวัฒนาการของ IoT พร้อมด้วยนวัตกรรมใหม่ในการเชื่อมต่อ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีเซ็นเซอร์และการวิเคราะห์ เพื่อสร้างโอกาสสำหรับผู้ที่ดูแลอาคารหรือระบบที่มีความเสี่ยงสูง และผู้ประกอบการดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อเปลี่ยนการดำเนินการจากเชิงรับเป็นเชิงรุก ในฐานะที่ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เป็นผู้ผลิตระบบชั้นนำเหล่านี้ และมีผู้เชี่ยวชาญในสาขาดังกล่าวมากกว่า 7,000 รายทั่วโลก เราจึงมีความโดดเด่นทั้งในการดำเนินการร่วมและดำเนินการให้กับลูกค้าในการรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ”

ประโยชน์หลักของ EcoStruxure Asset Advisor ได้แก่

  • เพิ่มความปลอดภัย โดยมอบความปลอดภัยที่ดียิ่งขึ้นทั้งในส่วนของสินทรัพย์และบุคคล ด้วยการแจ้งเตือนความล้มเหลวของอุปกรณ์ล่วงหน้า
  • มอบประสิทธิภาพการดำเนินการที่เหนือชั้นยิ่งขึ้น ช่วยลดการเกิดดาวน์ไทม์ที่ไม่ได้อยู่ในแผน ช่วยยืดอายุของสินทรัพย์ และแนะนำแผนการบำรุงรักษาได้อย่างเหมาะสม
  • มอบประสิทธิภาพทางการเงิน ช่วยลดความเสี่ยงจากความล้มเหลวในการทำงาน   ตลอดจนดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าของและการซ่อมบำรุงได้อย่างเหมาะสม ด้วยมุมมองเชิงลึกแบบใหม่ที่เกี่ยวกับสินทรัพย์
  • มอบความเชี่ยวชาญชั้นนำในอุตสาหกรรม สำนักงานบริการของชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric Service Bureau) พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญที่จะคอยดูแลสอดส่องอุปกรณ์สำคัญต่างๆ ตลอด

 

สถาปัตยกรรม EcoStruxure

EcoStruxure™ เป็นแพลตฟอร์มและสถาปัตยกรรมระบบเปิดที่มีศักยภาพด้าน IoT ซึ่ง EcoStruxure มอบคุณค่าที่เหนือชั้นยิ่งขึ้น ทั้งเรื่องของความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ ประสิทธิภาพ ความยั่งยืน และการเชื่อมต่อ สำหรับลูกค้าของเรา EcoStruxure ยังนำความก้าวหน้าในเรื่องของ IoT โมบิลิตี้ ระบบเซ็นเซอร์ คลาวด์ การวิเคราะห์ และระบบรักษาความปลอดภัยบนไซเบอร์ (cybersecurity) มาใช้ในการนำเสนอนวัตกรรมในทุกระดับ (Innovation at Every Level) ซึ่งครอบคลุมในเรื่องของการเชื่อมต่อผลิตภัณฑ์ ระบบควบคุมการเชื่อมต่อปลายทาง (Edge Control) ตลอดจนแอปพลิเคชัน รวมถึงการวิเคราะห์และการบริการต่างๆ โดย EcoStruxure™ ได้มีการติดตั้งใช้งานมากกว่า 480,000 ไซต์งาน โดยมีผู้วางระบบและผู้พัฒนากว่า 20,000 รายที่ให้การสนับสนุนในการเชื่อมต่ออุปกรณ์มากกว่า 1.6 ล้านรายการ ภายใต้การบริหารจัดการผ่านบริการด้านดิจิทัลมากกว่า 40 บริการ

บริการ EcoStruxure Asset Advisor Bureaus เปิดให้บริการในประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ อินเดีย และฝรั่งเศสแล้ว โดยชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้นำมืออาชีพและผู้เชี่ยวชาญการบริการภาคสนาม (field service) กว่า 7,000 คน ตลอดจนพันธมิตรที่ผ่านการฝึกอบรมแล้วจำนวนกว่า 5,500 รายทั่วโลก พร้อมให้บริการเชิงรุกในทุกสถานการณ์ด้วยความมั่นใจ

Hashtags:  #DigitalEconomy #EcoStruxure #IoT #AssetAdvisor #LifeIsOn #SchneiderElectric

หัวเว่ยคลาวด์เปิดตัว EI Intelligent Twins สำหรับเมือง

เซี่ยงไฮ้ จีน - ในงาน HUAWEI CONNECT 2018 หัวเว่ยได้เปิดตัวโซลูชั่น EI Intelligent Twins สำหรับเมือง ด้วยการอัพเกรดความสามารถของบริการ Enterprise Intelligence (EI) บนหัวเว่ยคลาวด์ ด้วยชิป AI ตัวใหม่ล่าสุดของหัวเว่ย

มร. เจี๋ย หย่งลี่ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายผลิตภัณฑ์ EI ธุรกิจคลาวด์ ของหัวเว่ย กล่าวว่า "นับตั้งแต่เปิดตัว Cloud EI ในงาน HUAWEI CONNECT 2017 หัวเว่ยคลาวด์ได้ดำเนินการศึกษาโครงการต่าง ๆ กว่า 200 โครงการใน 8 อุตสาหกรรม ครอบคลุมระบบของเมือง การผลิต โลจิสติกส์ และอินเทอร์เน็ต โดยได้สรุปข้อค้นพบหลักๆ 3 ประการ ดังนี้ 1) AI ช่วยให้ IT พัฒนาจากระบบสนับสนุนไปสู่ระบบการผลิต 2) การรวม AI เข้ากับความเชี่ยวชาญของอุตสาหกรรมเป็นเรื่องที่ยาก และ 3) พลังของการประมวลผลเป็นอุปสรรคสำคัญหลักในการปรับใช้ AI"

Huawei Cloud EI ยกระดับความทันสมัยของอุตสาหกรรม

เพื่อพูดถึงการผสมผสานความชำนาญของอุตสาหกรรมเข้ากับ AI มร. เจี๋ยกล่าวว่า "Huawei Cloud EI จะช่วยปรับปรุงงานในอุตสาหกรรมให้ดีขึ้นใน 3 ด้าน ได้แก่ งานที่ซ้ำซ้อนและปริมาณมาก งานที่ต้องใช้ประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญ และงานที่ต้องการความร่วมมือในหลายๆ ด้าน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ถ่ายทอดความเชี่ยวชาญ และทลายข้อจำกัด"

สำหรับงานที่มีลักษณะซ้ำซ้อนหรือจำนวนมหาศาล บริการ Huawei Cloud EI จะช่วยเลือกชุดกลุ่มข้อมูลที่ใช้บ่อยในการดำเนินงานขององค์กร เช่น บริการ Huawei Cloud EI สองตัว คือ บริการการเรียนรู้เชิงลึก และบริการค้นหาภาพ ได้ช่วย China Gallery นำเข้าและตรวจเช็คลิขสิทธิ์ของภาพนับแสนภาพ และภาพอีกหลายสิบล้านภาพในอินเทอร์เน็ตทุก ๆ วัน โดยมีอัตราความถูกต้องถึง 99%

สำหรับงานที่ต้องใช้ประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญ เทคโนโลยี AI สามารถทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยของผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้น เมื่อผสานรวมกับประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญ หรือความชำนาญในอุตสาหกรรม ยกตัวอย่าง ทีมภาพของ Huawei Cloud EI ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับ KingMed Diagnostics ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้การทดสอบวินิจฉัยทางการแพทย์ การใช้เทคโนโลยี AI ทำให้บริษัทพันธมิตรได้ค้นพบพยาธิสภาพในการตรวจมะเร็งปากมดลูก โดยมีความไว (ผลบวก) มากกว่า 99% และมีความจำเพาะ (ผลลบ) มากกว่า 80%

ในส่วนของงานที่ซับซ้อนและต้องเกี่ยวข้องกับพารามิเตอร์ต่างๆ การพึ่งพาที่ซับซ้อนและมิติการทำงานร่วมกันแบบหลายส่วน เช่น การผลิตภาคอุตสาหกรรม และการกำกับดูแลเมือง เทคโนโลยี AI ได้นำแนวคิดและวิธีการใหม่ ๆ มาใช้กับงานลักษณะนี้

หัวเว่ยเปิดตัว EI Intelligent Twins สำหรับเมืองต่างๆ

หัวเว่ยคลาวด์ได้เปิดตัว EI Intelligent Twins สำหรับเมืองและสถานการณ์ในเมืองที่ซับซ้อน

โซลูชั่น EI Intelligent Twins สำหรับดูแลความเรียบร้อยของเมือง โดยอาศัยหลักการ Digital Twin ใช้ AI เพื่อทำหน้าที่ผสานเทคโนโลยีคลาวด์, บิ๊กดาต้า, อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์, เอดจ์ คอมพิวติ้ง และเทคโนโลยีอื่น ๆ และเพื่อสร้างระบบที่สมบูรณ์แบบ ตั้งแต่การสร้างข้อมูลและการวิเคราะห์ ไปจนถึงการบริหารแบบ closed-loop พลังการประมวลผลที่แข็งแกร่งช่วยให้เราสามารถตรวจสอบการตั้งเวลาและการกำหนดค่าทรัพยากรต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในด้านต่างๆ เช่น การจราจร, การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม, การตอบสนองฉุกเฉิน และระบบน้ำประปา ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดการใช้พลังงานและปกป้องสิ่งแวดล้อมไปด้วยในขณะเดียวกัน เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2561 หัวเว่ยคลาวด์ได้เปิดตัว Traffic Intelligent Twins และ Industrial Intelligent Twins

มร. หลี่ เฉียง หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยี กองตำรวจจราจรของเซิ่นเจิ้น ได้กล่าวในช่วงประชุมของงาน HUAWEI CONNECT 2018 ว่า "เรากำลังใช้ AI ในการสร้างเทคโนโลยีการดูแลความเรียบร้อยของชุมชนอัจฉริยะ และสมองจราจรอัจฉริยะ เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การเดินทางสำหรับทุกคน" เขาได้กล่าวชื่นชมโซลูชั่นใหม่ และกล่าวถึง 3 ประเด็นสำคัญของการบริหารจัดการจราจรในยุคใหม่ ประการแรกคือ AI ทำให้การบังคับใช้กฎหมายทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อนำแอพพลิเคชั่น AI เข้ามาช่วยในการตรวจจับการละเมิดกฎจราจรต่าง ๆ เช่น การพูดคุยโทรศัพท์ในขณะขับรถ และไม่สวมเข็มขัดนิรภัย ตำรวจจราจรเซิ่นเจิ้นสามารถที่จะเพิ่มการบังคับใช้กฎหมายได้เพิ่มขึ้น 15% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2561 ประการที่สองคือ

โซลูชั่นนี้ได้กำหนดนิยามใหม่ของการจัดระบบจราจร แทนที่จะเน้นควบคุมการจราจรด้วยสัญญาญไฟ ก็ได้เปลี่ยนมาใช้วิธีที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการปล่อยรถ โดยพิจารณาจากปริมาณรถบนท้องถนน กองตำรวจจราจรของเซิ่นเจิ้นกำลังใช้งาน TrafficGo ซึ่งเป็นโซลูชั่น EI Traffic Intelligent Twins ของหัวเว่ย ที่ทางแยก 43 แห่งในเขตป่านเถียน เมืองเซินเจิ้น เพื่อควบคุมเวลาของสัญญาณแบบออนไลน์ นับแต่เริ่มใช้งานจนถึงตอนนี้ โซลูชั่นดังกล่าวสามารถเพิ่มความเร็วของการปล่อยรถให้สูงขึ้นได้มาก โดยเวลาเฉลี่ยในการรอที่แยกจราจรหลักๆ น้อยลง 17.7% และประการสุดท้ายคือ ได้มีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการใหม่เพื่อร่นระยะเวลาการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน เช่น เจ้าหน้าที่สายตรวจของกองตำรวจจราจรเซินเจิ้นสามารถลดเวลาตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินลงได้ราว 67%

มร. จาง หมิ่นเจ๋อ ผู้อำนวยการและผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายการลงทุนด้านกลยุทธ์ของบริษัท ซานเลี่ยน โฮป กล่าวว่า “ในด้านอุตสาหกรรม เทคโนโลยีหลักมีผลต่อคุณภาพ ประสิทธิภาพ และการใช้พลังงาน ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการแข่งขันของสายการผลิต ซานเลี่ยน โฮป มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมเส้นใยสังเคราะห์ เราใช้โซลูชั่น EI Industrial Intelligent Twins ของหัวเว่ย เพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิตที่ยืดหยุ่น และตอบสนองกับความต้องการของลูกค้าแต่ละรายได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ โซลูชั่นดังกล่าวยังปรับได้ตามความต้องการของผู้ใช้ เพื่อสร้างระบบการผลิตที่ยืดหยุ่น ควบคุมด้วยซอฟท์แวร์ มีความถูกต้องและรวดเร็ว ช่วยเพิ่มอัตราส่วนการตอบโจทย์ตามความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น 28.5% และความสามารถของโซลูชั่นนี้ก็ได้รับการยอมรับเป็นอย่างดี"

คุณสมบัติของ Huawei Cloud EI มีการอัพเกรดอย่างรวดเร็ว

เพื่อเพิ่มศักยภาพของหัวเว่ยคลาวด์ในทุกรูปแบบการใช้งาน หัวเว่ย ได้เปิดตัวชิพ AI รุ่น Ascend 310 และ 910

นอกจากนี้ Huawei Cloud EI ยังมีบริการต่างๆ มากถึง 45 บริการ และ 142 ฟังก์ชั่นการทำงาน ครอบคลุมบริการแพลตฟอร์มสำคัญ ๆ, API ทั่วไป, API ขั้นสูง และโซลูชั่นพรี-อินทิเกรชั่น บริการและฟังก์ชั่นเหล่านี้ทำให้การรวมผสาน AI เกิดขึ้นได้ สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าหน้าที่กลุ่มต่าง ๆ รวมถึงนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลอาวุโสด้าน AI, วิศวกรข้อมูล, วิศวกรด้านไอทีทั่วไป และบุคลากรทางธุรกิจ

ในช่วงท้าย มร. เจี๋ย หย่งลี่ ได้กล่าวว่า “การเพิ่มพลังการประมวลผลที่ขับเคลื่อนด้วยชิป AI ของหัวเว่ย ทำให้หัวเว่ยคลาวด์ก้าวเข้าสู่ยุค AI เราหวังว่าพันธมิตรของหัวเว่ยจะได้นำโซลูชั่น Huawei Cloud EI Intelligent Twins ไปใช้งานต่อไป เพื่อสร้างเมืองที่ดีกว่าเดิมทั่วโลก โซลูชั่น EI Intelligent Twins ของหัวเว่ยจะได้รับการผนวกรวมเข้ากับความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม เพื่อนำเสนอเทคโนโลยี AI แบบหลอมรวม ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถใช้บริการ AI ที่เชื่อถือได้ มีประสิทธิภาพ ในราคาที่ไม่แพง"

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
https://www.huawei.com/en/press-events/events/huaweiconnect2018?ic_medium=hwdc&ic_source=corp_banner_allwayson&source=corp_banner

Page Visitor

003466614
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
27859
51681
194555
716614
0
3466614
Your IP: 34.231.147.28
2022-05-18 13:04