สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. จะจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวนิตยสารแจกฟรี Startup Thailand Magazine นิตยสารสองภาษา (ไทย - อังกฤษ) ที่รวบรวมข้อมูล ข่าวสารเกี่ยวกับวงการสตาร์ทอัพทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานได้ฟรี พร้อมแนะนำช่องทางการเติบโตในอาชีพนักเขียนสายสตาร์ทอัพ

ในวันอังคารที่ 5 มีนาคม 2562  เวลา 13.00 – 16.00 น.ณ True Digital Park ชั้น 7 (สถานี BTS ปุณณวิถี  โดยมี คุณปริวรรต วงษ์สำราญ ผู้อำนวยการศูนย์วิสาหกิจเริ่มต้นประเทศไทย เป็นประธานเปิดงาน พร้อมจัดเสวนาในหัวข้อ “Coffee Talk with Startup Magazine” จากกูรูแห่งวงการสตาร์ทอัพหลายท่าน

เอ็นไอเอ จับมือ จิสด้า มน. และสมาคมถ่ายภาพฯ ชวนประกวดโฟโต้คอนเทสต์ในคอนเซปต์  “นวัตกรรมการท่องเที่ยว” พร้อมเผย 3 เทรนด์มาแรงของธุรกิจการท่องเที่ยวไทย

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมกับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA มหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) และสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดกิจกรรมประกวดภาพถ่ายนวัตกรรม “Innovation Thailand Photo Contest 2019” ในธีม “นวัตกรรมการท่องเที่ยว: Traveltech Innovation” พร้อมเผยโอกาสการส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวใน 3 ด้าน ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงเกษตร และการท่องเที่ยงเชิงสุขภาพ

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ NIA 

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ NIA เปิดเผยว่า “NIA มีการจัดกิจกรรมประกวดภาพถ่ายนวัตกรรมขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวด้านนวัตกรรมโดยอาศัยการถ่ายภาพเป็นเครื่องมือที่สำคัญ สำหรับการประกวดภาพถ่ายนวัตกรรมภายใต้ธีมนวัตกรรมการท่องเที่ยว: Traveltech Innovation ครั้งนี้ มุ่งให้สังคมเห็นความสำคัญของธุรกิจนวัตกรรมท่องเที่ยว และเป็นการเปิดมุมมองความเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจนวัตกรรมท่องเที่ยวที่มีอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อสร้างการรับรู้ด้านธุรกิจนวัตกรรมท่องเที่ยวแก่ประชาชน และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการนำเสนอรูปแบบธุรกิจและโอกาสในการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศที่กำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม โดยเน้นการส่งเสริมและยกระดับการเติบโตธุรกิจนวัตกรรมท่องเที่ยวใน 3 ด้าน ได้แก่ 1) การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (Culture Tourism) เป็นการท่องเที่ยวแบบศึกษาเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ การเยี่ยมชมงานสถาปัตยกรรม เดินทางสัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ 2) การท่องเที่ยวเชิงเกษตร (Agro Tourism) เป็นการท่องเที่ยวแบบเรียนรู้วิถีเกษตรกรรม เป็นโอกาสให้เกษตรกรสร้างธุรกิจจากทรัพยากรที่มีอยู่ ทำให้เกิดการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอีกด้วย และ 3) การท่องเที่ยงเชิงสุขภาพ (Health/Wellness Tourism) เป็นการท่องเที่ยวเพื่อเยี่ยมชมสถานที่สวยงามในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ วัฒนธรรมเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ หรือทำกิจกรรมส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพ”

นายณภัชป์ รัตนศักดิ์ กรรมการบริหารสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ 

นายณภัชป์ รัตนศักดิ์ กรรมการบริหารสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า “การประกวดถ่ายภาพครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ การถ่ายภาพโดยใช้โดรน (อากาศยานไร้คนขับ) และการถ่ายภาพโดยใช้กล้อง DSLR กล้อง Digital และกล้องบรรจุฟิล์มหรือการบันทึกภาพด้วยเครื่องมือหรือวิธีการอื่นๆ ทั้งนี้ ผู้ที่ประสงค์จะส่งภาพถ่ายเข้าร่วมประกวดจะต้องลงทะเบียนสมัครในระบบเว็บของสมาคมฯ สามารถส่งได้ทั้งภาพถ่ายจากกล้องดิจิตอล กล้องฟิล์ม หรือเครื่องมืออื่นๆ กรณีภาพถ่ายจากโดรน ต้องถ่ายภาพด้วยโดรนตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมตั้งชื่อภาพถ่าย และเขียนแนวคิดแรงบันดาลใจ และแนวทางการสร้างรูปแบบธุรกิจวิสาหกิจเริ่มต้น ส่งผลงานภาพถ่ายไม่เกิน 5 ภาพต่อ 1 ท่าน โดยภาพถ่ายดังกล่าวจะต้องครอบคลุมขอบเขตในมุมมองด้านต่าง ๆ ดังนี้ 1) การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 2) การท่องเที่ยวเชิงเกษตร และ 3) การท่องเที่ยงเชิงสุขภาพ สำหรับลิขสิทธิ์ของภาพถ่ายนั้น ยังคงเป็นของผู้ถ่ายภาพอย่างสมบูรณ์ คณะผู้จัดงานขอกรรมสิทธิ์ในการคัดเลือกภาพถ่ายที่ได้รับรางวัลเพื่อนำไปใช้ในการประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ โดยไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ให้แก่เจ้าของภาพนั้น เป็นระยะเวลา 2 ปีนับจากวันตัดสิน ทั้งนี้ จะเปิดระบบรับภาพส่งเข้าประกวดจากทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม – วันที่ 20 เมษายน 2562 ผ่านทางเว็บไซต์ www.rpst.or.th”

ดร. ดำรงค์ฤทธิ์ เนียมหมวด รองผู้อำนวยการ GISTDA

ด้าน ดร. ดำรงค์ฤทธิ์ เนียมหมวด รองผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวว่า “หนึ่งในภารกิจที่สำคัญของจิสด้าก็คือการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของคนไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับแบบครบวงจรนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจและวางแผนเพื่อการจัดการด้านพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพให้เกิดนวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการในการพัฒนาทุกมิติของประเทศได้อย่างแท้จริง โดยที่ผ่านมาจิสด้ามีการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมในด้านอากาศยานไร้คนขับ อาทิ การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม การฝึกอบรมเฉพาะด้านสร้างบุคลากรพร้อมใช้ การจัดประกวดแข่งขัน สำหรับความร่วมมือในโครงการนี้ จิสด้าจะนำผลงานนิทรรศการภาพถ่ายนวัตกรรมท่องเที่ยวไปร่วมจัดแสดงในงาน Thailand Space Week 2019 วันที่ 26 -28 สิงหาคม 2562 ณ องค์การสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย (United Nations) รวมถึงสนับสนุนในกิจกรรมเวิร์กช็อปให้กับผู้ผ่านการพิจารณาคัดเลือกในรอบนี้”

ผศ.นพ. ยุทธพงศ์ พุทธรักษา ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร

ขณะที่ ผศ.นพ. ยุทธพงศ์ พุทธรักษา ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า “ในส่วนเวิร์กช็อปที่จะจัดขึ้นในวันที่ 17 – 18 พฤษภาคม 2562 นั้น จัดกันที่จังหวัดสุโขทัย ซึ่งถือเป็นเมืองมรดกโลกแห่งหนึ่งของโลกที่มีประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ที่สืบทอดกันมาช้านาน เป็นโจทย์ที่น่าสนใจว่าจะมีการส่งผ่านสิ่งมีค่าเหล่านี้ได้อย่างไรท่ามกลางกระแสเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน มหาวิทยาลัยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญนี้ และเห็นว่า Innovation และ Creative 2 คำนี้จะเป็นกุญแจสำคัญในกระบวนการบูรณาการองค์ความรู้เพื่อเพิ่มมูลค่า สร้างคุณค่า ให้กับท้องถิ่น เพื่อก้าวไปสู่ย่านสร้างสรรค์ (Creative District) โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญที่มากประสบการณ์และคร่ำหวอดในวงการภาพถ่ายมาร่วมเป็นวิทยากรในการถ่ายทอดความรู้ และลงมือปฏิบัติจริงในพื้นที่ เป็นโอกาสอันดีในการสนับสนุนให้เกิด Creative Photographers Community และเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สร้างแรงบันดาลใจ และเปิดมุมมองให้กับเหล่านักภาพถ่ายมากฝืมือ ทั้งนี้ จะมีการคัดเลือกผลงานภายในเวิร์กช็อปเพื่อรับถ้วยรางวัลจากผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยและเงินรางวัล 50,000 บาทจาก GISTDA อีกด้วย นับว่าเป็นกิจกรรมดีๆ ที่น่าภูมิใจ ที่มีหน่วยงานหลายภาคส่วนมาร่วมกันสร้างสรรค์กิจกรรม เพื่อให้เกิดผลงานที่บูรณาการทั้งศิลปวัฒนธรรม เทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม”

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) โทรศัพท์ 02-0175555 เว็บไซต์ www.nia.or.th , www.rpst.or.th หรือ facebook.com/niathailand

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. จะจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวนิตยสารแจกฟรี Startup Thailand Magazine นิตยสารสองภาษา (ไทย - อังกฤษ) ที่รวบรวมข้อมูล ข่าวสารเกี่ยวกับวงการสตาร์ทอัพทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานได้ฟรี พร้อมแนะนำช่องทางการเติบโตในอาชีพนักเขียนสายสตาร์ทอัพ

ในวันอังคารที่ 5 มีนาคม 2562  เวลา 13.00 – 16.00 น.ณ True Digital Park ชั้น 7 สถานี BTS ปุณณวิธี  โดยมี คุณปริวรรต วงษ์สำราญ ผู้อำนวยการศูนย์วิสาหกิจเริ่มต้นประเทศไทย เป็นประธานเปิดงาน พร้อมจัดเสวนาในหัวข้อ “Coffee Talk with Startup Magazine” จากกูรูแห่งวงการสตาร์ทอัพหลายท่าน

เอ็นไอเอ ผนึก 3 หน่วยงาน หนุนการผลิตพลาสติกชีวภาพทางการแพทย์ ชี้ช่วยลดการนำเข้าจากตปท.ได้กิโลกรัมละกว่า 1 แสนบาท

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เผยผลสำเร็จจากความร่วมมือของ 4 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนการดำเนินงานโรงงานต้นแบบผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพทางการแพทย์ ล่าสุดสามารถผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพประเภทพอลิเอสเทอร์เกรดทางการแพทย์ได้เอง โดยจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 78,000-90,000 บาท ถูกกว่าสั่งซื้อจากต่างประเทศที่มีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 120,000-200,000 บาท ทั้งนี้ สามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับผลิตวัสดุทางการแพทย์ที่ย่อยสลายได้ในร่างกายมนุษย์ เช่น ไหมเย็บแผลที่ละลายได้ และเครื่องมือแพทย์ เช่น วัสดุทางทันตกรรม สกรูและ แผ่นดาม พร้อมช่วยทดแทนการนำเข้าได้เป็นอย่างดี

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า จากจุดเริ่มต้นที่ทั้ง 4 หน่วยงาน ได้แก่ NIA มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกันสนับสนุนการดำเนินงานโรงงานต้นแบบผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพทางการแพทย์นั้น ล่าสุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐาน ระบบการบริหารจัดการคุณภาพอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ (ISO13485) จาก TÜV SÜD (ทูฟ ซูด) ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นแห่งแรกของไทย สามารถพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพเพื่อใช้ในประเทศได้เอง ด้วยการใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาที่ได้รับสิทธิบัตรจากต่างประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และจีน นับได้ว่าเป็นการพัฒนานวัตกรรมให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศอย่างอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพให้เกิดขึ้นได้สำเร็จ และเป็นการใช้ประโยชน์จากพืชผลทางการเกษตร เช่น อ้อย มันสำปะหลัง ให้มีคุณค่าและมูลค่าเพิ่มมากขึ้น รวมถึงทําให้พลาสติกชีวภาพกลายเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์กระบวนการผลิตสีเขียวได้อย่างแท้จริง

“ทั้งนี้ จากความสำเร็จที่เกิดขึ้น ทำให้ขณะนี้สามารถผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพประเภทพอลิเอสเทอร์เกรดทางการแพทย์ ตัวอย่างเช่น พอลิแอล-แลคไทด์ (พีแอลแอล) พอลิแอล-แลคไทด์-โค-คาโปรแลคโทน (พีแอลซี) พอลิแอล-แลคไทด์-โค-ไกลคอไลด์ (พีแอลจี) จำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 78,000-90,000 บาท ซึ่งถูกกว่าสั่งซื้อจากต่างประเทศที่มีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 120,000-200,000 บาท โดยเม็ดพลาสติกเกรดการแพทย์นี้สามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับผลิตวัสดุทางการแพทย์ที่ย่อยสลายได้ในร่างกายมนุษย์ เช่น ไหมเย็บแผลที่ละลายได้ ท่อนำเส้นประสาท ตัวควบคุมการปลดปล่อยตัวยาภายในร่างกาย และ เครื่องมือแพทย์ เช่น วัสดุทางทันตกรรม สกรูและแผ่นดาม ฯลฯ ดังนั้น จึงเป็นการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ที่ช่วยทดแทนการนำเข้า และการสร้างผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ที่น่าภาคภูมิใจ ตลอดจนเป็นการสร้างความร่วมมือในรูปแบบพหุภาคี ที่จะเป็นแนวทางผลักดันให้อุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต”

อย่างไรก็ดี ความร่วมมือที่เกิดขึ้นนับเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานของศูนย์สร้างสรรค์ธุรกิจนวัตกรรมการเกษตร หรือ ABC Center ของ NIA ที่กำหนดให้ธุรกิจไบโอรีไฟเนอรี่ เป็นหนึ่งในสาขาสำคัญด้านเทคโนโลยีเชิงลึกหรือ Deep Tech ที่มุ่งเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบทางการเกษตรและการสร้างอุตสาหกรรมสาขาใหม่ๆตามแผนพัฒนาประเทศไทย 4.0 รวมถึงสอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธีที่มุ่งให้เกิดบริการ และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของการดำเนินงานในแบบบูรณาการเพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้กับผู้ประกอบการนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์และเกษตรไทย ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นเครื่องมือที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจนวัตกรรมได้อย่างมีนัยสำคัญ ดร.พันธุ์อาจ กล่าวสรุป

เมื่อเร็วๆนี้ NIA โดย นางสาวมณฑา ไก่หิรัญ ผู้จัดการส่งเสริมนวัตกรรม ศูนย์สร้างสรรค์ธุรกิจนวัตกรรมการเกษตร (ABC center) เป็นตัวแทนเข้าร่วมงานแถลงข่าวความร่วมมือลงนามบันทึกข้อตกลง “การพัฒนาต่อยอดงานวิจัยด้านพลาสติกชีวภาพสู่เชิงพาณิชย์ ระยะที่ 2 (ช่วงทดสอบตลาด “การผลิตพอลิเมอร์ดูดซึมได้คุณภาพสูงสำหรับเครื่องมือแพทย์”) ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมี ศาสตราจารย์คลินิก นพ.นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ศาสตราจารย์ นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และดร.วิวรรณ ธรรมมงคล ผู้จัดการฝ่ายวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีกระบวนการปิโตรเลียมและปิโตรเคมี สถาบันนวัตกรรม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมงานด้วย

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) โทรศัพท์ 02-0175555 เว็บไซต์ http://www.nia.or.th  , facebook.com/NIAThailand

เอ็นไอเอ เปิดตัวแพ็กเกจหนุนธุรกิจนวัตกรรม อัดฉีดสูงสุด 5 ล้าน พร้อมปรับโฉมกลไกใหม่ หวังช่วยยกระดับเศรษฐกิจ –สังคมอย่างเต็มแมกซ์

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ปรับโฉมการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพไทยผ่านแพคเกจใหม่ “Groom Grant Growth” ตั้งเป้ายกระดับศักยภาพผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพไทยทั้งในธุรกิจนวัตกรรมด้านเศรษฐกิจและสังคม พร้อมเดินหน้าเร่งสร้างศักยภาพเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพไทยผ่านการบ่มเพาะ เงินทุนอุดหนุน และโอกาสการต่อยอดทางธุรกิจนวัตกรรม เตรียมต่อยอดขยายโปรแกรมอบรมผ่านออนไลน์ เพิ่มโอกาสการเข้าถึงการสนับสนุนโดยสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ http://mis.nia.or.th

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแหงชาติ (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า “NIA ตระหนักดีว่าการกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพเป็นกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งช่วยสร้างและพัฒนารูปแบบบริการและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่ศักยภาพทางการแข่งขันที่ยั่งยืนในอนาคตในปีนี้ NIA จึงได้เร่งปรับแผนงานและแนวทางสนับสนุนให้สอดคล้องกับความต้องการในปัจจุบัน และเป็นการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการสนับสนุนในกลุ่มผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพอีกด้วย โดยขณะนี้ถือว่ามีความพร้อมทั้งในด้านบุคลากร โครงการ และปัจจัยที่จำเป็นสำหรับการสนับสนุนครบทุกมิติ ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญที่จะช่วยให้ความสามารถทางนวัตกรรมของผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพไปถึงเป้าหมายได้รวดเร็วขึ้น”

การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมด้านเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพที่จะเข้ามาขอรับการสนับสนุนจะต้องผ่านการอบรมบ่มเพาะ (Groom) ในโปรแกรมนวัตกรรมสำหรับผู้ประกอบการหรือสตาร์ทอัพ เพื่อติวเข้มเรียนรู้และเข้าใจมุมมองด้านนวัตกรรมพร้อมเทคนิคแนวทางการเขียนข้อเสนอโครงการนวัตกรรมเพื่อขอรับการสนับสนุนด้านเงินทุน (Grant) ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1) ธุรกิจนวัตกรรมมุ่งเป้าในวงเงินสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท ผ่าน 6 สาขา ได้แก่ ธุรกิจนวัตกรรมการดูแลสุขภาพ ธุรกิจนวัตกรรมอาหารออกแบบสำหรับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ธุรกิจนวัตกรรมสมุนไพรเพื่อกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ธุรกิจนวัตกรรมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศเพื่อความมั่นคงและกิจการพลเรือน ธุรกิจนวัตกรรมท่องเที่ยว และธุรกิจนวัตกรรม Smart Logistic/อุตสาหกรรมการผลิตที่ใช้เทคโนโลยี IoT ซึ่งกำลังเปิดรับข้อเสนอโครงการตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 มีนาคม 2562 และ

2) ธุรกิจนวัตกรรมแบบเปิด ในวงเงินสูงสุดไม่เกิน 1.5 ล้านบาท ผ่าน 3 สาขา ได้แก่ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจการผลิตและการหมุนเวียน และเศรษฐกิจบริการและแบ่งปัน โดยมุ่งพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมในพื้นที่ส่วนกลางและระดับภูมิภาค ตั้งแต่พื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ และภาคใต้ชายแดน ทั้งผู้ประกอบการกลุ่มธุรกิจนวัตกรรม และสตาร์ทอัพ เน้นการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมที่สอดรับกับไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ผ่านการเชื่อมโยงเครือข่ายในด้านเทคโนโลยีและการเงิน สำหรับผู้ประกอบการหรือสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพในการขยายผลจะส่งต่อผ่านการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมผ่านเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ (Growth) เช่น โครงการพัฒนาศักยภาพวิสาหกิจเริ่มต้นสู่การลงทุน การพัฒนาความร่วมมือด้านนวัตกรรมกับหน่วยงานต่างประเทศ โครงการพัฒนาการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสำหรับวิสาหกิจ (GPT) และกลไกการสนับสนุนด้านการเสริมสร้างศักยภาพด้านนวัตกรรม (Mind Credit)

นายวิเชียร สุขสร้อย รองผู้อำนวยการด้านเศรษฐกิจและสังคมให้ข้อมูล

สำหรับการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมเพื่อสังคม จะมีการดำเนินการสนับสนุนในลักษณะเดียวกับการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมด้านเศรษฐกิจ แต่จะมีการอบรมบ่มเพาะผู้ประกอบการผ่านเครือข่ายที่เรียกว่า “หน่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสังคม (Social Innovation Driving Unit)” ที่กระจายอยู่ใน 5 ภูมิภาค ทั้งภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ กลาง ตะวันออก และใต้ เพื่อส่งต่อมายังส่วนการสนับสนุนด้านเงินทุน โดยแบ่งเป็น 1) ธุรกิจนวัตกรรมเพื่อสังคมแบบมุ่งเป้า ในวงเงินสูงสุดไม่เกิน 1.5 ล้านบาท จะเน้นการแก้ปัญหาด้านสังคมปัญหาใดปัญหาหนึ่ง โดยนำนวัตกรรมรูปแบบต่างๆ ที่มีการพัฒนาต้นแบบหรือโมเดลที่สำเร็จแล้วให้สามารถกระจายสู่ชุมชน หรือองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น มุ่งเน้นให้เกิดการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในจังหวัดยากจนของประเทศ หรือพื้นที่เป้าหมายนำร่อง ซึ่งองค์กรที่ได้รับคัดเลือกจะได้รับเงินสนับสนุนเพื่อนำไปดำเนินการจริงในพื้นที่ โดยมีโจทย์ที่สำคัญ ได้แก่ โครงการหมู่บ้านนวัตกรรมเพื่อสังคม หรือ Social Innovation Village ที่มุ่งแก้ไขปัญหา 3 พื้นที่เป้าหมาย ได้แก่ ชุมชนเมืองจัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ชุมชนอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก และชุมชนหนองมะโมง อำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท

กลุ่มผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงาน

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดรับข้อเสนอโครงการนวัตกรรมสำหรับเมืองและชุมชนตั้งแต่วันนี้ถึง 30 เมษายน 2562 ในหัวข้อนวัตกรรมการจัดการความเสี่ยงภัยพิบัติ นวัตกรรมบริการสาธารณะ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบาง ซึ่งนับว่าเป็นการพัฒนาโครงการนวัตกรรมเพื่อสังคมแบบมุ่งเป้าอีกรูปแบบหนึ่งที่เน้นแก้ปัญหาสังคมเมืองและชุมชนในหัวข้อที่เป็นประเด็นสำคัญในแต่ละปี และ 2) ธุรกิจนวัตกรรมเพื่อสังคมแบบเปิด ในวงเงินสูงสุดไม่เกิน 1.5 ล้านบาท ผ่าน 9 ด้าน ได้แก่ ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ด้านความเชื่อมโยงระหว่าง อาหาร น้ำ และพลังงาน ด้านภาครัฐและการศึกษา ด้านการเงิน การจ้างงาน และสวัสดิการสังคม ด้านเกษตรกรรมยั่งยืน ด้านความเป็นเมือง ด้านสุขภาพ ด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม และ ด้านการจัดการภัยพิบัติ ส่วนธุรกิจ

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) โทรศัพท์ 02-0175555 เว็บไซต์ http://www.nia.or.th  , facebook.com/NIAThailand

Page 4 of 8