then
January 19, 2022

75 ปีแห่งความสำเร็จ “วสท.” เปิดงาน “วิศวกรรมแห่งชาติ 2561” อย่างยิ่งใหญ่
พร้อมก้าวสู่มิติใหม่ นำนวัตกรรมขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 มุ่งสู่ความเป็นผู้นำแห่งอาเซียน

ในวาระครบรอบ 75 ปี วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ตอกย้ำศักยภาพและความสำเร็จการนำเทคโนโลยีวิศวกรรมเข้ามาสนับสนุนภาครัฐ และภาคธุรกิจ เดินหน้าเปิดงาน “วิศวกรรมแห่งชาติ 2561” (National Engineering 2018) งานสัมมนาวิชาการด้านวิศวกรรมและงานแสดงผลิตภัณฑ์เทคโนโลยี นวัตกรรรมวิศวกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ผนึกกำลังผู้ร่วมแสดงสินค้าเทคโนโลยีวิศวกรรมจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมกว่า 100 ภายใต้แนวคิด  Engineering for Society; Smart Engineering, Smart Life, Smart Nation - วิศวกรรมอัจฉริยะ เพื่อชีวิตทันสมัย สู่ประเทศไทยแห่งอนาคต” เพื่อร่วมปฏิรูปประเทศ สู่สังคม ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญา เสริมสร้างศักยภาพให้ทุกภาคส่วนมีส่วนช่วยยกระดับสังคมสู่สมาร์ทไลฟ์ สมาร์ทเนชั่น อย่างยั่งยืน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันทางเศรษฐกิจ

ดร.ธเนศ วีระศิริ (ขวา) นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) กล่าวในพิธีเปิดงาน “วิศวกรรมแห่งชาติ 2561” ว่า จากแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปประเทศขับเคลื่อนด้วยปัญญาตามแนวทางไทยแลนด์ 4.0 ด้วยการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม จากกลุ่มอุตสาหกรรมดั้งเดิมไปสู่กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าและความซับซ้อนสูง หรือ New S-Curve ด้วย 5 กลุ่มเทคโนโลยีและนวัตกรรมอันเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดย วสท. มีภารกิจในการส่งเสริมและสนับสนุนความก้าวหน้าของวิชาชีพวิศวกรรม ด้วยการพัฒนาองค์ความรู้ สนับสนุนการวิจัย การปรับปรุงมาตรฐาน และสร้างสรรค์กิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่ออาชีพวิศวกรรมและสังคม และในวาระครบรอบ 75 ปี วสท. เดินหน้าจัดงาน “วิศวกรรมแห่งชาติ 2561” (National Engineering 2018) ให้เป็นงานสัมมนาวิชาการ และแสดงผลิตภัณฑ์เทคโนโลยี นวัตกรรรมวิศวกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไทย ภายใต้แนวคิด Engineering for Society; Smart Engineering, Smart Life, Smart Nation - วิศวกรรมอัจฉริยะ เพื่อชีวิตทันสมัย สู่ประเทศไทยแห่งอนาคต” มุ่งเน้นการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานวิชาชีพวิศวกรรม ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ก้าวหน้าของไทย ตลอดจนมุ่งหวังให้เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยน พร้อมร่วมอัพเดทเทรนด์และเทคโนโลยีวิศวกรรมโลกผ่านงานสัมมนาในหัวข้อต่างๆ กว่า 89 หัวข้อ

สำหรับความยิ่งใหญ่ของงาน “วิศวกรรมแห่งชาติ 2561” ในปีนี้ ได้รับความร่วมมือจาก 3 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงคมนาคม และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้ามาร่วมให้ความรู้ เพื่อยกระดับพัฒนาวิชาชีพวิศวกรรรมที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาประเทศ ผ่านปาฐกถาพิเศษ ยุทธศาสตร์แห่งชาติตามนโยบายทั้ง 3 กระทรวง ซึ่งจะช่วยสะท้อนบทบาทความสำคัญของเทคโนโลยีวิศวกรรมในการช่วยผลักดันประเทศให้ขับเคลื่อนไปด้วยปัญญา และสามารถเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกได้ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่รัฐบาลได้ตั้งเป้าการลงทุนไว้กว่า 5 ล้านล้านบาท อันจะส่งผลให้ระดับจีดีพี (GDP) ของประเทศขยายตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 4.5 ต่อปี  ได้แก่

  • แผนยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม ร่วมปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “Industry Transformation Thailand 4.0” โดย ดร.สมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในวันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน 2561 เวลา 09.00-10.00 น.

  • แผนยุทธศาสตร์คมนาคม ร่วมปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ยุทธศาสตร์คมนาคม ยุทธศาสตร์สร้างชาติ” (Transforming Transportation) โดย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในวันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน 2561 เวลา 13.00-14.00 น.
  • แผนยุทธศาสตร์ด้านดิจิทัล ร่วมปาฐกถาพิเศษเรื่อง “Digital Transformation ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ” โดย นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในวันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2561 เวลา 09.00-10.00 น.

ดร.ทศพร ศรีเอี่ยม ประธานการจัดงานวิศวกรรมแห่งชาติ 2561 กล่าวว่า “งานวิศวกรรมแห่งชาติ 2561 (National Engineering 2018) ในครั้งนี้ ถือเป็นปีที่ 13 ที่มีการจัดกันมาอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยในปีนี้ ได้รวบรวมผู้ร่วมแสดงสินค้าเทคโนโลยีวิศวกรรมจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนมากกว่า 100 ราย นำผลิตภัณฑ์เทคโนลยีจากหลากหลายสาขาอาชีพมาจัดแสดงอย่างครบครัน สำหรับไฮไลท์ในการจัดงาน วิศวกรรมแห่งชาติ 2561 คือการอัพเดทเทรนด์ความรู้ใหม่ๆ หลากหลายหัวข้อ เช่น นวัตกรรมความปลอดภัยของโครงสร้างอาคาร ซึ่งได้รับเกียรติจากวิศวกรชาวญี่ปุ่น มาบรรยายถึงการออกแบบโครงสร้างอาคาร ในสถานการณ์ที่ไม่อาจคาดเดาได้ เช่น ภัยก่อการร้าย การวางระเบิด การวางเพลิง ซึ่งเป็นเรื่องใหม่สำหรับเมืองไทย รวมทั้ง การให้ความรู้ด้านการป้องกันอัคคีภัยสำหรับอาคารขนาดใหญ่ เช่น สนามบิน ตึกสูงจากสมาคมป้องกันอัคคีภัยแห่งชาติ (National Fire Protection Association) ของสหรัฐอเมริกา เป็นต้น”

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอความรู้และการสัมมนาที่น่าสนใจ สำหรับวิศวกรและประชาชน อาทิ “Smart City” หรือ เมืองอัจฉริยะ เป็นการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยี เข้ามาเพิ่มความสะดวก สบาย ประหยัด และปลอดภัยให้กับการใช้ชีวิต ซึ่งประเทศไทย จะมีเมืองใหม่ที่เป็น Smart City ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ทั้งระยอง ฉะเชิงเทรา และปราจีนบุรี เป็นต้น  ด้วยการเชื่อมโยงโลกดิจิทัลผ่านสมาร์ทโฟนกับอุปกรณ์อื่นๆ เช่น แอพพลิเคชั่น PEA Hive Platform การสั่งเปิดปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า การสำรวจเส้นทางและการจราจร ระบบการซื้อขายผ่านออนไลน์ ฯลฯ ซึ่งในอนาคตจะมีการพัฒนามากขึ้น เช่น นวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต รถพลังงานไฟฟ้า (EV Car) การใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ การใช้หุ่นยนต์ทดแทนแรงงานมนุษย์ในภาคอุตสาหกรรม การบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (DATA Center and CLOUD Technology) เป็นต้น

โดยภายในงานแบ่งเป็นโซนต่างๆ 4 โซน ได้แก่

  1. โซนสัมมนาวิชาการ โดยรวมรวบหัวข้อสัมมนาที่น่าสนใจไว้กว่า 89 หัวข้อ เกี่ยวกับความก้าวล้ำของวงการวิชาชีพวิศวกรรมในการเป็นฟันเฟืองสนับสนุนการปฏิรูปประเทศสู่ New S-Curve ของรัฐบาล และยังมีเวทีเสวนาระดับนานาชาติ (International Forum) ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ อัพเดท เทรนด์วิศวกรรมจากผู้เชี่ยวชาญและวิศวกรทั่วโลกมารวมไว้ในงานเดียว โดยไฮไลท์สำคัญคือการปาฐกถาพิเศษจากรัฐมนตรีทั้ง 3 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงคมนาคม และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
  2. โซนพื้นที่จัดกิจกรรมการแข่งขันเทคโนโลยีวิศวกรรม ได้แก่การแข่งขันหุ่นยนต์ต่อสู้ 2018 (Battle Robot Warrior), การแข่งขันอากาศยานไร้คนขับ กรณีดับเพลิง (Drone for Firefighting) เป็นต้น
  1. โซนคลินิกช่าง บริการให้คำปรึกษา “ฟรี” ปัญหาเรื่องบ้าน บ้านทรุด บ้านร้าว และปัญหาทางวิศวกรรมต่างๆ โดยวิศวกรอาสาผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขากว่า 150 คน จากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ
  1. โซนจัดแสดงผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีวิศวกรรม

และยังมีการจัด นิทรรศการพิเศษ “ปฏิบัติการด้านวิศวกรรมถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย” ที่เราได้จำลองบรรยากาศภายในถ้ำหลวงฯ เพื่อแสดงให้เห็นว่างานด้านวิศวกรรมได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจครั้งสำคัญนี้อย่างไรบ้าง

พบกับความยิ่งใหญ่ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมได้ในงาน “วิศวกรรมแห่งชาติ 2561” (National Engineering 2018) งานสัมมนาวิชาการ และแสดงผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีนวัตกรรรมวิศวกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไทย ในวันที่ 1 - 3 พฤศจิกายน 2561 ณ  อิมแพค ฟอรั่ม ฮอลล์ 9 เมืองทองธานี โดยคาดว่าจะได้รับความสนใจมีผู้เข้าร่วมงานทั้งวิศวกรและผู้สนใจเทคโนโลยีเข้าร่วมฟังเสวนากว่า 10,000 คน และจากวิศวกรอาเซียน และต่างชาติอีก 500 คน และคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 25,000 คน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.nationalengineering18.com หรือ www.facebook.com/NationalEngineeringByEIT

รวมพลังหัวใจไทย สร้างปรากฏการณ์ยิ่งใหญ่บนแม่น้ำเจ้าพระยา
การแสดงครั้งประวัติศาสตร์ ที่จะสะกดทุกสายตาโลก ‘มหาปรากฏการณ์งานเปิดเมืองไอคอนสยาม’ 9-11 พ.ย. นี้

  • ทุ่ม 1,000 ล้านบาท รังสรรค์มหาปรากฏการณ์งานเปิดเมืองไอคอนสยาม ในธีม “Legendary Party” ตอกย้ำแนวคิด “สิ่งที่ดีที่สุดของไทย บรรจบกับ สิ่งที่ดีที่สุดของโลก”
  • พบการแสดงครั้งประวัติศาสตร์ และผลงานมาสเตอร์พีซ โดย 7 บริษัทผู้สร้างสรรค์อีเว้นท์ชั้นนำของไทยและของโลก ผนึกกำลังศิลปินชื่อก้องโลก ศิลปินระดับชาติของไทย พร้อมด้วยนักแสดงอาสาจากทั่วประเทศ รวมกว่า 1,000 ชีวิต
  • เปิดประตูเมืองไอคอนสยาม พลิกโฉมการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ ด้วยคอนเซ็ปต์ ‘การสร้างประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย’ หรือ Creating Shared Value และ ‘การร่วมกันรังสรรค์’ หรือ Co-Creation อย่างเต็มรูปแบบ และในสเกลที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในโลก

วันนี้ ไอคอนสยาม อภิมหาโครงการเมืองแห่งการใช้ชีวิตสู่โลกอนาคต มูลค่า 54,000 ล้านบาท  ประกาศความพร้อม เตรียมเปิดประตูอภิมหาโครงการเมืองสัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์ของไทยริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจัดเตรียมงบประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท รังสรรค์ ‘มหาปรากฏการณ์งานเปิดเมืองไอคอนสยาม’ ขึ้นในวันที่ 9-11 พฤศจิกายน 2561 นี้ ซึ่งจะเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญและเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ด้วยการรวมพลังหัวใจไทยสร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่บนแม่น้ำเจ้าพระยาให้สะกดทุกสายตาโลก โดยในวันที่ 9 พฤศจิกายนจะเป็นรอบไพรเวทสำหรับแขกเชิญ ซึ่งประกอบไปด้วยลูกค้าวีไอพี เซเลบริตี้ ศิลปินชื่อดัง สื่อมวลชนทั้งไทยและเทศ ประชาชน 1,000 คนแรกจากกิจกรรม ICONSIAM Explorer และตัวแทนจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนโดยรอบไอคอนสยาม

วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 เวลา 09.00 น. วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ผู้จัดงาน “วิศวกรรมแห่งชาติ 2561” (National Engineering 2018) ซึ่งมีกำหนดจัดงานในวันที่ 1-3 พ.ย.61 นี้ ณ ฮอลล์ 9 อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี ขอเรียนเชิญทุกท่านเข้าร่วมรับฟังปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ Industry Transformation Thailand 4.0” โดย ดร.สมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่จะมาฉายภาพยุทธศาสตร์สำคัญของกระทรวงอุตสาหกรรม ในการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยอุตสาหกรรมระดับสูง โอกาสที่ท้าทายของประเทศไทยในการยกระดับอุตสาหกรรมเป้าหมาย New S curve ที่จะพัฒนาประเทศไปสู่ประเทศที่มีเทคโนโลยี และความยั่งยืนในการเติบโตทางเศรษฐกิจ

และในเวลา 13.00 น. เชิญร่วมรับฟังปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “ยุทธศาสตร์คมนาคม ยุทธศาสตร์สร้างชาติ” โดย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ร่วมฉายภาพการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทย ตลอดจนยุทธศาสตร์การสร้างระบบการคมนาคมแบบไร้รอยต่อ จากถนนสู่การคมนาคมทางน้ำและทางอากาศ ที่จะเป็นจุดเปลี่ยนประเทศไทยสู่อนาคตใหม่ ในวันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ.2561 ณ ห้องประชุม SAPPHIRE 204 ฮอลล์ 9 อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี

รายละเอียดเพิ่มเติมติดตามที่ www.nationalengineering18.com หรือ Facebook.com/NationalEngineeringByEIT โทรศัพท์ 0-2184-4600-9

วสท. ขานรับนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยนวัตกรรม
เดินหน้าจัดงาน 'วิศวกรรมแห่งชาติ 2561' มุ่งก้าวทันกระแสโลก สู่ความเป็นผู้นำแห่งอาเซียน

เตรียมเขย่าวงการนวัตกรรมกันอีกครั้งในงาน “วิศวกรรมแห่งชาติ 2561” (National Engineering 2018) งานสัมมนาวิชาการด้านวิศวกรรมและงานแสดงผลิตภัณฑ์เทคโนโลยี นวัตกรรรมวิศวกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของเมืองไทย โดยล่าสุด เพิ่งเสร็จสิ้นจากงานแถลงข่าวประกาศความพร้อมเดินหน้าจัดงาน พร้อมเปิดเวทีเสวนาหัวข้อ “Smart Home บ้านอัจฉริยะ เพื่อบ้านที่ทันสมัย และอยู่สบาย” เรียกน้ำย่อย และผนึกกำลังผู้ร่วมแสดงสินค้าเทคโนโลยีวิศวกรรมจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน นำผลิตภัณฑ์นวัตกรรมหลากหลายแวดวงสาขาอาชีพมาจัดแสดงอย่างครบครัน และเนื่องจากในปี 2561 นี้ เป็นปีที่วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ครบรอบ 75 ปี จะมีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ภายใต้แนวคิด “Engineering for Society” Smart Engineering, Smart Life, Smart Nation - วิศวกรรมอัจฉริยะ เพื่อชีวิตทันสมัย สู่ประเทศไทยแห่งอนาคต” เพื่อร่วมปฏิรูปประเทศก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ และยกระดับสังคมสู่สมาร์ทไลฟ์ สมาร์ทเนชั่น อย่างยั่งยืน

ดร.ทศพร ศรีเอี่ยม ประธานการจัดงานวิศวกรรมแห่งชาติ 2561 กล่าวว่า ท่ามกลางคลื่นยักษ์ดิจิตอลและเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงฉับพลัน (Disrupt) และสร้างโมเดลใหม่ๆ ของคนไทย ธุรกิจอุตสาหกรรมและประเทศไทยต้องเตรียมพร้อมเรียนรู้การพัฒนาอย่างยั่งยืนในบริบทที่เชื่อมต่อกับโลก การจัดงานวิศวกรรมแห่งชาติ 2561 (National Engineering 2018) ในครั้งนี้ ซึ่งเป็นการจัดต่อเนื่องมาทุก ๆ ปี และปีนี้ถือเป็นปีที่ 13 แล้ว โดยเรามุ่งหวังให้ผู้เข้าร่วมงานได้มาเรียนรู้อัพเดทเทรนด์นวัตกรรมวิศวกรรมที่ก้าวหน้าของประเทศไทย และอัพเดทเทรนด์ด้านเทคโนโลยีวิศวกรรมของโลก นอกจากนี้ ยังต้องการให้เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยน ตลอดจนพัฒนามาตรฐานวิศวกรรมของวิศวกรไทยและอาเซียนให้มีมาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล โดยงานในปีนี้  ได้รวบรวมผู้ร่วมแสดงสินค้าเทคโนโลยีวิศวกรรมจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนกว่า 100 ราย นำผลิตภัณฑ์นวัตกรรมหลากหลายแวดวงสาขาอาชีพมาจัดแสดงอย่างครบครัน ซึ่งจะสามารถช่วยสะท้อนให้เห็นเทรนด์การเปลี่ยนแปลงของไลฟ์สไตล์มนุษย์ในปัจจุบัน และเรียนรู้การพัฒนาเพื่อปรับตัวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง และนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม เพื่อประโยชน์ในการเพิ่มขีดความสามารถและศักยภาพทางสังคมและเศรษฐกิจในอนาคต

โดยภายในงานวิศวกรรมแห่งชาติ 2561 ครั้งนี้ เราได้แบ่งโซนการจัดงานออกเป็น 3 โซนหลัก ได้แก่

  • โซนสัมมนาวิชาการ โดยรวมรวบหัวข้อสัมมนาที่น่าสนใจไว้กว่า 80 หัวข้อ เกี่ยวกับความก้าวล้ำของวงการวิชาชีพวิศวกรรมในการเป็นฟันเฟืองสนับสนุนการปฏิรูปประเทศสู่ New S-Curve ของรัฐบาล และยังมีเวทีเสวนาระดับนานาชาติ (International Forum) ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ อัพเดทเทรนด์วิศวกรรมจากผู้เชี่ยวชาญและวิศวกรทั่วโลกมารวมไว้ในงานเดียว โดยมีไฮไลท์สำคัญ คือ การปาฐกถาพิเศษจากรัฐมนตรีทั้ง 3 กระทรวง ได้แก่หัวข้อดังนี้ 

    • ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “Industry Transformation Thailand 4.0” โดย ดร.สมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในวันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน 2561 เวลา 09.00-10.00 น.
    • ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ยุทธศาสตร์คมนาคม ยุทธศาสตร์สร้างชาติ” (Transforming Transportation) โดย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในวันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน 2561 เวลา 13.00-14.00 น.
    • ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “Digital Transformation ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ” โดย นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัช-ตะพงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในวันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2561 เวลา 09.00-10.00 น.

นอกจากนี้ยังมีการจัดเวทีเสวนาเรื่องมาตรฐานระบบรางที่เกี่ยวข้องโครงการรถไฟความเร็วสูง การบรรยายพิเศษหัวข้อต่าง ๆ อาทิ โครงการ EEC, Transportation, มาตรฐานด้านวิศวกรรมใหม่ๆ Education, Innovation ตลอดจนมีเวทีเสวนาความรู้ทางด้านเทคโนโลยีวิศวกรรมในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ที่มาสามารถนำไปประยุกต์ใช้หรือต่อยอดสร้างธุรกิจในอนาคต อาทิ การใช้รถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต (EV Car) การใช้พลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ การเลือกใช้แบตเตอรี่รถยนต์ให้เหมาะสมในอนาคต การเลือกใช้หุ่นยนต์เพื่อใช้ในการทดแรงงานในภาคอุตสาหกรรม การออกแบบเมืองอัจฉริยะ (Smart City) การบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (DATA Center and CLOUD Technology) การตรวจสอบอาคารให้ปลอดภัย เป็นต้น

  • โซนกิจกรรมการแข่งขันเทคโนโลยีวิศวกรรม อาทิ การแข่งขันหุ่นยนต์ต่อสู้ 2018 (Battle Robot Warrior), การแข่งขันอากาศยานไร้คนขับ กรณีดับเพลิง (Drone for Firefighting) เป็นต้น
  • โซนคลินิกช่าง บริการให้คำปรึกษา “ฟรี” ปัญหาเรื่องบ้าน บ้านทรุด บ้านร้าว และปัญหาทางวิศวกรรมต่าง ๆ โดยวิศวกรอาสาผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขากว่า 150 คน จากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ
  • โซนจัดแสดงผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีวิศวกรรม

 “ไฮไลท์สำคัญของงานวิศวกรรมแห่งชาติ 2561 ในครั้งนี้ นอกจากที่ท่านจะได้รับทราบถึงนโยบายที่สำคัญของทางรัฐบาล เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้เข้าใจตรงกันว่าควรจะดำเนินไปในทิศทางใด วิศวกร นักอุตสาหกรรม และนักธุรกิจจะต้องมีการปรับตัวอย่างไรบ้าง ท่านยังจะได้รับทราบว่ายังมีมาตรฐานใดบ้างที่มีความสำคัญ และมีความเกี่ยวเนื่องกัน รวมไปถึงยังได้รับทราบถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ภาคธุรกิจจะต้องเรียนรู้และนำไปปรับใช้เพื่อให้ก้าวทันกับการเปลี่ยนแปลงของประเทศ  เช่น การจัดเวทีเสวนาเรื่องมาตรฐานระบบรางที่เกี่ยวข้องโครงการรถไฟความเร็วสูง, การจัดเวทีเสวนา และการจัดแสดงเทคโนโลยีเกี่ยวกับ Big Data และ IoT ว่าจะมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของทุกคนในอนาคตอย่างไร, การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีไปสู่ยุคอุตสาหกรรมอัจฉริยะ รวมไปถึงนิทรรศการพิเศษ “ปฏิบัติการด้านวิศวกรรมถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย” ที่เราได้จำลองบรรยากาศภายในถ้ำหลวงฯ เพื่อแสดงให้เห็นว่างานด้านวิศวกรรมได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจครั้งสำคัญนี้อย่างไรบ้าง” ดร.ทศพร กล่าว

ด้าน นายศรัณย์พงศ์ อาชว์สุนทร (ขวา) ผู้ช่วยผู้ว่าการ วางแผนและพัฒนาระบบไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) กล่าวภายในงานเสวนาหัวข้อ Smart Home บ้านอัจฉริยะ เพื่อบ้านที่ทันสมัย และอยู่สบาย” ว่า ในยุคที่นวัตกรรมเข้ามามีบทบาทสำคัญในทุก ๆ ด้าน การเปลี่ยนบ้านธรรมดาให้เป็นบ้านอัจฉริยะ หรือ Smart Home ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิตอลและการสื่อสารมาควบคุมระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน ผ่าน Smart Devices ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานภายในบ้านลงได้ โดย PEA ได้คิดค้น และพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่เรียกว่า “PEA Hive Platform” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มระบบบริหารและจัดการพลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะสำหรับบ้านพักอาศัย เพื่อเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ที่ต้องการบริหารจัดการการใช้พลังงานภายในบ้านพักอาศัยและอาคารให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

โดยผู้อยู่อาศัยในบ้านอัจฉริยะนี้ จะสามารถควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ภายในบ้าน ตลอดจนเรื่องการใช้พลังงานไฟฟ้าจากระบบของการไฟฟ้าหรือแหล่งพลังงานทางเลือก เช่น โซลาร์รูฟท็อป ผ่าน Mobile Application โดย PEA Hive Platform จะทำให้อุปกรณ์ต่าง ๆ ทำงานร่วมกัน เพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นลง และตอบสนองต่อสภาวะวิกฤติด้านพลังงาน ทั้งนี้ เจ้าของบ้านยังสามารถเลือกอุปกรณ์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าจากหลากหลายยี่ห้อ และผู้ผลิตได้อีกด้วย และนอกจากนั้น Hive Platform ยังตอบโจทย์ความเป็นไลฟสไตล์ของแต่ละบุคคล ที่เรียกว่า Smart Mode โดยสามารถเลือกโหมดการใช้งานในรูปแบบของ Comfort Mode , Eco Mode , DR Mode และ Emergency Mode ได้เองอีกด้วย

นายวชิระชัย คูนำวัฒนา (ซ้าย) ผู้อำนวยการสำนักงาน Business Transformation และกรรมการผู้จัดการธุรกิจ Innovative Solution บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด กล่าวว่า ขอทำความเข้าใจเกี่ยวกับคำว่า สมาร์ทโฮม (Smart home) กันเสียก่อน หลายคนอาจจะคิดว่า สมาร์ทโฮม (Smart home) หมายถึง ตัวบ้านที่ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัย แต่จริง ๆ แล้ว สมาร์ทโฮม (Smart home) คือ ระบบบ้านอัจฉริยะ เป็นระบบการทำงานของระบบต่าง ๆ ทั้งภายนอก และภายในบ้านให้ถูกควบคุมเพื่อความสะดวกสบายยิ่งขึ้น ด้วยการทำงานของซอฟต์แวร์ผสมกับอุปกรณ์เฉพาะของแต่ละยี่ห้อ แต่มีหัวใจเดียวกันคือการสร้างความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต ช่วยประหยัดพลังงานด้วยนวัตกรรมผนังแบบใหม่ และส่งเสริมด้านสุขภาพของผู้อยู่อาศัย โดยสามารถควบคุมได้โดยการใช้สมาร์ทโฟนอีกด้วย ซึ่งปัจจุบันต้องบอกว่าไม่ใช่แค่เทรนด์เทคโนโลยีที่มันเปลี่ยนไป แต่เป็นไลฟ์สไตล์ของคนเราที่เปลี่ยนไปด้วยเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น เทคโนโลยี IoT (Internet of Thing) เมื่อก่อนเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเชื่อมต่ออุปกรณ์กับอุปกรณ์ให้สามารถคุยได้ แต่ต่อไปไม่ใช่แล้ว จะเปลี่ยนเป็นการเชื่อมต่อคนกับอุปกรณ์ เพื่อที่จะตอบสนองการใช้ชีวิตของคนเราได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งผู้บริโภคสามารถมาอัพเดทเทรนด์เทคโนโลยีนวัตกรรมต่าง ๆ ได้ภายในงาน “วิศวกรรมแห่งชาติ 2561”

 

เตรียมสัมผัสกับความยิ่งใหญ่ของงาน “วิศวกรรมแห่งชาติ 2561” (National Engineering 2018) งานสัมมนาวิชาการ และแสดงผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีนวัตกรรรมวิศวกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไทย ในวันที่ 1 - 3 พฤศจิกายน 2561 ณ  ฮอลล์ 9 อิมแพค ฟอรั่ม ฮอลล์ 9 เมืองทองธานี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.nationalengineering18.com หรือ facebook.com/NationalEngineeringByEIT

“เซ็นทรัล เอ็มบาสซี” คว้า 4 สุดยอดรางวัลระดับสากลและระดับภูมิภาค
จากเวที Asian Bookstore Forum 2018 และ Property Guru Thailand Property Awards 2018

ถือเป็นอีกก้าวแห่งความภาคภูมิใจของ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี เดสทิเนชั่นที่ครบครันทุกไลฟ์สไตล์ เมื่อ “OPEN HOUSE” (โอเพ่น เฮ้าส์) Co-living space ชั้น 6 ของศูนย์การค้าฯ สร้างชื่อเสียงโด่งดังไกลถึงแดนมังกร โดยคว้ารางวัลระดับเอเชีย The Most Beautiful Bookstore for 2017 จากงาน Asian Bookstore Forum 2018 ที่เมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน ไปเมื่อเร็วๆ นี้ และล่าสุด “เซ็นทรัล เอ็มบาสซี” คว้า 3 รางวัลชนะเลิศด้านอสังหาริมทรัพย์แห่งปี 2018 ในสาขา Best Retail Development และ Best Retail Architectural Design รวมถึงรางวัลพิเศษในประเภท Best Universal Design Development จากเวที Property Guru Thailand Property Awards 2018 (พร็อพเพอร์ตี้กูรู ไทยแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ ครั้งที่ 13)  ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศไทย มาครอบครองเป็นที่เรียบร้อย

บรม พิจารณ์จิตร กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี

บรม พิจารณ์จิตร กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี กล่าวว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ OPEN HOUSE ได้รับรางวัลในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นอีกครั้งที่ได้รับรางวัลระดับสากล และยังเป็นที่น่ายินดีและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ได้รับ 3 รางวัลชนะเลิศด้านอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นรางวัลระดับภูมิภาคที่ได้รับการยอมรับและเชื่อถือ ซึ่งการได้รับรางวัลในครั้งนี้ถือเป็นกำลังใจสำคัญที่จะทำให้เรามุ่งมั่นและตั้งใจเพื่อพัฒนาเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ให้ก้าวไกลไปกว่าเดิมทั้งในประเทศไทยและระดับโลก”

สำหรับรางวัล The Most Beautiful Bookstore for 2017 ในฐานะร้านหนังสือที่สวยที่สุดแห่งปี 2017 จากงาน Asian Bookstore Forum 2018 ที่เมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน ครั้งนี้ นับเป็นอีกบทพิสูจน์ว่าร้านหนังสือไทยก็สวยไม่แพ้ร้านหนังสือต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง OPEN HOUSE ที่ได้รับการออกแบบพื้นที่ภายในโดย Klein Dytham architecture (KDa) บริษัทออกแบบระดับโลก โดยหัวใจหลักในการออกแบบคำนึงถึงความโปร่งสบาย ใกล้ชิดกับธรรมชาติ และเน้นการใช้สอยได้จริง เป็นเหมือนพื้นที่คอมมูนิตี้ที่สามารถเดินได้อย่างทั่วถึงสะดวกสบาย ผ่อนคลายเป็นกันเอง และตอบโจทย์การใช้งานหลายรูปแบบ ด้วยพื้นที่ทางเดินกว้างใหญ่ เพดานสูง และวิวทิวทัศน์โดยรอบที่เผยให้เห็นมุมเมืองและทัศนวิสัยที่ไกลออกไป บนพื้นที่กว่า 7,000 ตารางเมตร ซึ่งได้ถูกแบ่งออกเป็น 8 โซน ที่รวบรวมทั้งร้านอาหารหลากหลายเชื้อชาติ, ร้านกาแฟ, ร้านหนังสือ, โซนสำหรับเด็ก, สถานที่จัดแสดงผลงานศิลปะ, สินค้าไลฟ์สไตล์,Co-Thinking space สำหรับนั่งทำงาน หรือสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ  รวมถึงห้องประชุมที่มีอุปกรณ์ครบครัน และโรงภาพยนตร์ ซึ่งไปด้วยกันได้อย่างไร้รอยต่อ รวมไปถึงเชื่อมโยงสู่โรงแรม Park Hyatt Bangkok

จุดเด่นของ OPEN HOUSE Bookshop by Hardcover ร้านหนังสือแห่งนี้ มีพื้นที่ 880 ตารางเมตร ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “Celebration of Print Culture” พร้อมสะกดทุกสายตาด้วย Book Tower และ Book Wall กลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของเหล่าคนรักหนังสือ นักสะสม หรือแม้แต่คนที่ไม่ชอบการอ่านก็อดไม่ได้ที่จะหยิบสักเล่มมาพลิกดูไม่ว่าจะเป็น หนังสือศิลปะ ดีไซน์ ภาพถ่าย สื่อสร้างสรรค์ และทัศนศิลป์อื่นๆ ไปจนถึงหนังสือทำอาหารและหนังสือไลฟ์สไตล์อีกทั้งยังมี Book Wall ที่รวบรวมหนังสือใหม่และหนังสือหายากจากสำนักพิมพ์ชื่อดังทั่วโลกมาให้เลือกกว่า 20,000 เล่มโดยมี เชน สุวิกะปกรณ์กุล กรรมการผู้จัดการ OPEN HOUSE Bookstore by Hardcover หนึ่งในผู้ร่วมสร้างสรรค์จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจว่าที่ผ่านมา OPEN HOUSE เป็นสถานที่ให้ทุกคนมาเชคอิน ถ่ายรูป และใช้ชีวิตร่วมกัน ณ ที่แห่งนี้

นอกจากนี้ จากการที่ “เซ็นทรัล เอ็มบาสซี” คว้า 3 รางวัลทรงคุณค่าของวงการอสังหาริมทรัพย์แห่งปี 2018 ในสาขา Best Retail Development ด้านการพัฒนาศูนย์การค้ายอดเยี่ยม และ Best Retail Architectural Design ด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมยอดเยี่ยม รวมถึงรางวัลพิเศษ Best Universal Design Development ด้านการออกแบบอาคารอารยสถาปัตย์ เพื่อการอำนวยสาธารณะประโยชน์สำหรับ

คนทุกคนในสังคมที่เป็นที่ยอมรับโดยสากล จากเวที Property Guru Thailand Property Awards ครั้งที่ 13 ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงการออกแบบอันมีเอกลักษณ์และการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ในฐานะ The retail beacon of Bangkok เป็นศูนย์การค้าระดับพรีเมียมชั้นนำของประเทศไทยตั้งอยู่ในย่าน “Central Bangkok” ใจกลางเมืองครอบคลุมพื้นที่กว่า 144,000 ตารางเมตร และเรียกได้ว่าเป็นไอคอนนิครีเทลแลนด์มาร์กแห่งประเทศไทยที่มีความทันสมัย สนุกสนาน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว ภายใต้คอนเซปต์ “One Life Infinite Possibilities”

ตัวอาคารนั้นสูงถึง 37 ชั้น ประกอบไปด้วยส่วนของศูนย์การค้าจำนวน 8 ชั้น และพาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ โรงแรมลักชัวรีระดับพรีเมียมในเครือ พาร์ค ไฮแอท แห่งแรกในประเทศไทย ทั้งสองอาคารเชื่อมต่อกันเป็นสัญลักษณ์อินฟินิตี้ ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อสะท้อนความเป็นกรุงเทพฯ ผ่านคอนเซปต์ทันสมัย ซึ่งการออกแบบของอาคารเช่นนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และยังคาดว่าเป็นครั้งแรกของโลก ที่นำรูปทรงโค้งแบบ 3 มิติ มาใช้ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านบนของอาคาร ด้วยแรงบันดาลใจจากหลังคาอุโบสถแบบไทย ตกแต่งด้วยเกล็ดอะลูมิเนียม จำนวน 300,000 เกล็ด และประดับด้วยไฟแอลอีดีกว่า 750 ดวง ที่ติดรายล้อมบนตึกโครงการ สะท้อนระยิบระยับเมื่อสัมผัสแสงอาทิตย์หรือแม้ในยามค่ำคืน เนื่องจากตัวอาคารเป็นรูปโค้ง เกล็ดอะลูมิเนียมต้องวางให้ได้มุมพอดี ซึ่งถือว่าเป็นความท้าทายมาก

ภายในตัวอาคารตกแต่งด้วยสีขาวคล้ายแคนวาส เล่นลวดลายผ่านการใช้เส้นสายโค้ง มุม และพื้นผิวสัมผัสที่แตกต่าง ระดับความสูงของเพดานแต่ละชั้นได้รับการออกแบบให้รองรับแสงและเงา เพื่อให้เกิดความสวยงามตลอดอาคารอีกทั้งยังให้ความใส่ใจและความประณีต ในการเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพพิเศษ เช่น เสาอาคาร ได้เลือกใช้วัสดุที่ไม่เคยมีที่ใดใช้มาก่อน เรียกว่า โคเรียน (Corian) ซึ่งเป็นวัสดุที่มีความเรียบเนียนไร้รอยต่อรวมทั้งพื้นที่ปูด้วยหินเทอร์ราซโซแผ่นใหญ่พิเศษ

ด้วยความเป็นเลิศทั้งหมดนี้ ทำให้เซ็นทรัล เอ็มบาสซี เป็นสถานที่ที่มีความโดดเด่นและเป็นมาสเตอร์พีซด้านสถาปัตยกรรมของกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง

รางวัลที่เคยได้รับ:

  • ปี พ.ศ. 2560
  • รางวัล Design For Asia Awards 2017 (DFA GRAND AWARD)

โดย OPEN HOUSE บนชั้น 6 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ได้รับรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียทางด้านการออกแบบจากเวที “Hong Kong Design Centre” ประเทศฮ่องกง ในด้านการออกแบบที่สร้างสรรค์ล้ำสมัย และมีกลิ่นอายของความเป็นเอเชีย อีกทั้งยังส่งเสริมและก่อให้เกิดประโยชน์กับสังคมออกแบบโดย Mark Dytham แห่ง Klein-Dytham Architecture (KDa) บริษัทออกแบบระดับโลก

  • รางวัล People’s Choice Awards Thailand Voted by Chinese Tourists 2017

โดย เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ได้รับการโหวตจากนักท่องเที่ยวชาวจีนให้ได้คะแนนโหวตสูงสุด 1 ใน 10 อันดับแรกของประเทศไทย ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและจุดหมายปลายทางที่ชาวจีนอยากมาเยือนมากที่สุด จัดโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

Page Visitor

034613986
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
53602
60388
210072
858702
1731519
34613986
Your IP: 34.230.9.187
2022-01-19 21:22