STGT คาดโรงงานใหม่ จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมกลับมาเดินเครื่อง พ.ค.นี้

นางสาวจริญญา จิโรจน์กุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT นางสาวจริญญา จิโรจน์กุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT

STGT คาดโรงงานใหม่ จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมกลับมาเดินเครื่อง พ.ค.นี้ ชูเทคโนโลยีเครื่องจักรทันสมัยผลิตถุงมือยางด้วยความเร็วสูง

บมจ.ศรีตรังโกลฟส์ หรือ STGT คาดโรงงานผลิตถุงมือยางแห่งใหม่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี กลับมาเดินเครื่องผลิตสินค้าได้ครบทุกสายการผลิตในเดือนพฤษภาคมนี้หลังเกิดเพลิงไหม้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ช่วยเสริมศักยภาพการผลิตรองรับดีมานด์ที่มีอย่างต่อเนื่อง ชูเทคโนโลยีเครื่องจักรทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งสามารถผลิตสินค้าด้วยความเร็วสูง เตรียมเปิดโรงงานแห่งใหม่อีกไตรมาสละ 1 แห่งในช่วงไตรมาส 2-4 ของปีนี้ตามแผนเดิม

นางสาวจริญญา จิโรจน์กุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายถุงมือยางธรรมชาติและถุงมือยางไนไตรล์รายใหญ่ของโลก เปิดเผยว่า บริษัทฯ คาดว่าโรงงานผลิตถุงมือยางแห่งใหม่ซึ่งเป็นส่วนต่อขยายในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมจะกลับมาเดินเครื่องจักรครบทุกสายการผลิตได้อีกครั้งในเดือนพฤษภาคมนี้ หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งจะเสริมศักยภาพการผลิตสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการใช้ถุงมือยางจากทั่วโลก โดยปัจจุบันบริษัทฯ ยังคงได้รับคำสั่งซื้อสินค้าใหม่จากประเทศต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

สำหรับโรงงานแห่งใหม่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ถือเป็นหนึ่งในโรงงานที่มีเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยที่สุดของ STGT และทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สามารถเดินเครื่องจักรด้วยความเร็วสูงและมีประสิทธิภาพ โดยเมื่อเดินเครื่องจักรอย่างเต็มที่ สามารถผลิตถุงมือยางได้กว่า 2,200 ล้านชิ้นต่อปี ซึ่งจะเข้ามาเสริมศักยภาพเพื่อผลักดันผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และรักษาความเป็นผู้ผลิตถุงมือยางรายใหญ่ของโลก

ทั้งนี้ ในปี 2564 บริษัทฯ วางแผนเพิ่มกำลังการผลิตอีก 3,000 ล้านชิ้นต่อปี รวมเป็น 36,000 ล้านชิ้นต่อปี โดยนอกจากโรงงานแห่งใหม่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี บริษัทฯ มีแผนเปิดโรงงานใหม่อีกไตรมาสละ 1 แห่ง ในไตรมาส 2 ไตรมาส 3 และ ไตรมาส 4 ของปีนี้ ประกอบด้วย โรงงานจังหวัดสุราษฎร์ธานีอีก 1 แห่ง โรงงานที่อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา 1 แห่ง และโรงงานจังหวัดตรัง 1 แห่ง นอกจากนี้ได้วางเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตรวมเป็น 80,000 ล้านชิ้นต่อปีภายในปี 2567 และเพิ่มขึ้นเป็น 100,000 ล้านชิ้นต่อปีภายในปี 2569

“เราต้องการจะพัฒนาเครื่องจักรให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้พลังงานชีวมวลผสมผสานกับระบบการจัดการของเสียในกระบวนการผลิตที่ทันสมัย และมั่นใจว่าจะไม่ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างแน่นอน เนื่องจากได้วางแผนรับแรงงานไทยเข้าทำงานเพื่อทดแทนแรงงานต่างด้าวบางส่วน ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของบริษัทฯ ที่ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือแรงงานไทยที่ประสบปัญหาว่างงานในช่วงนี้ โดยพร้อมดูแลและปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนเพื่อสภาพการทำงานที่ปลอดภัยและสุขอนามัยที่ดี และเรายังเป็นบริษัทถุงมือยางแห่งเดียวที่ได้รับเกรด A ซึ่งเป็นเกรดสูงสุดในทุกหัวข้อของการดูแลพนักงาน จาก Business Social Compliance Initiative หรือ BSCI สอดคล้องกับแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่ต้องการเป็นผู้ผลิตถุงมือแห่งชีวิต ที่พร้อมส่งมอบการปกป้องทุกสัมผัส ด้วยความห่วงใยสู่ทุกชีวิตทั่วโลก” นางสาวจริญญา กล่าว 

Rate this item
(0 votes)

Page Visitor

022782357
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
10913
47790
169367
829865
1767374
22782357
Your IP: 3.236.170.171
2021-06-16 04:19