01Top_HachiEng

CPANEL เผยครึ่งปีหลังผนังคอนกรีตสำเร็จรูป Precast ได้รับความนิยมเพิ่ม

นายชาคริต ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีแพนเนล จำกัด (มหาชน) (CPANEL) นายชาคริต ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีแพนเนล จำกัด (มหาชน) (CPANEL)

CPANEL เผยครึ่งปีหลังแนวโน้มเติบโต ผนังคอนกรีตสำเร็จรูป Precast ได้รับความนิยมเพิ่ม แก้ปัญหางานก่อสร้าง โชว์ Backlog 900 ล้านบาท ตั้งเป้าปีนี้เติบโตกว่า 40%

CPANEL เผยธุรกิจครึ่งปีหลังแนวโน้มเติบโตแม้ภาพรวมอสังหาฯชะลอ ผนังคอนกรีตสำเร็จรูป Precast ได้รับความนิยมเพิ่ม แก้ปัญหางานก่อสร้าง ผู้ประกอบการ ผู้รับเหมา เน้นความรวดเร็ว ลดสต็อก ลดต้นทุน ชูกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงขยายฐานลูกค้าโครงการใหม่ทั้งแนวราบ และแนวสูง โชว์ Backlog 900 ล้านบาท ตั้งเป้าอัตราเติบโตของยอดขาย 40%

นายชาคริต ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีแพนเนล จำกัด (มหาชน) (CPANEL) ผู้ผลิตและจำหน่ายผนังคอนกรีตสำเร็จรูป (Precast) เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง แนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ในภาวะอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวจากภาวะเศรษฐกิจ และประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 หรือ ศบค. ในการปิดไซต์งานก่อสร้างและที่พักแรงงานภายในพื้นที่กทม. ปริมณฑล และ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้  

อย่างไรก็ตาม บริษัทได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวเล็กน้อย และเป็นผลระยะสั้น เนื่องจากลูกค้าของบริษัทส่วนใหญ่ เป็นผู้ประกอบการที่มีความสามารถในการเติบโต อีกทั้งมีการขยายโครงการออกต่างจังหวัดมากขึ้น จึงมีคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ผนังคอนกรีตสำเร็จรูป Precast ได้รับความนิยมมากขึ้น ในกลุ่มผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์และผู้รับเหมา ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่มีการประกาศมาตรการรับมือต่างๆ อาทิ การจำกัดจำนวนคนในพื้นที่ โดย Precast  สามารถลดต้นทุนแรงงานประมาณ 50% อีกทั้ง สามารถแก้ปัญหางานก่อสร้าง ช่วยลดสต็อก ลดระยะเวลาและขั้นตอนในการก่อสร้าง (รวมงาน Finishing) ประมาณ 30% ส่งผลให้ต้นทุนรวมของการก่อสร้างลดลง 15% ซึ่ง CPANEL มีเทคโนโลยีก่อสร้างที่ตอบสนองในเรื่องดังกล่าว ถือเป็นโอกาสของบริษัทมีแนวโน้มการรับงานสูงขึ้นในอนาคต

“ในอนาคต Precast จะเข้ามาทดแทนการก่อสร้างรูปแบบเดิมมากขึ้น โดยเฉพาะการก่อสร้างบ้านแนวราบ ประมาณการณ์ปีละ 3% โดยสถานการณ์โควิด-19 เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคนี้ ทำให้ต้องการพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น อีกทั้งเทคโนโลยีการขนส่งทุกประเภทไม่ว่าจะเป็น บริการส่งถึงบ้าน (Delivery door to door) หรือ ระบบขนส่งมวลชน (Mass transportation) จะเป็นปัจจัยสนับสนุนทำให้ประชากรกระจายตัวออกไปอยู่นอกเมือง ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้มีความต้องการบ้านแนวราบมากขึ้น” นายชาคริต กล่าว 

ทั้งนี้ บริษัทมีแผนเพิ่มปริมาณคำสั่งซื้อลูกค้าเดิม พร้อมกระจายความเสี่ยงขยายฐานลูกค้าโครงการใหม่ทั้งแนวราบ และแนวสูง ถือเป็นการขยายโอกาสการรับงานให้มีความหลากหลาย ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจาและรอเซ็นสัญญาหลายโครงการ

ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงเดินหน้าเข้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีมูลค่างานในมือ (Backlog) 900 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ภายใน 3 ปี ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตผนังคอนกรีตสำเร็จรูปของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 60-70%  โดยบริษัทตั้งเป้าอัตราเติบโตของยอดขายปีนี้อยู่ที่ 40%   

Rate this item
(0 votes)

Page Visitor

025420113
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
47369
58660
106029
106029
1709768
25420113
Your IP: 34.226.244.254
2021-08-02 19:57