ชี้แจงผลการดำเนินงานของบริษัทสำหรับไตรมาสที่ 3 ของปีการเงิน 2562 (ตุลาคม-ธันวาคม 2561)

ชี้แจงผลการดำเนินงานของบริษัทสำหรับไตรมาสที่ 3 ของปีการเงิน 2562 (ตุลาคม-ธันวาคม 2561) 

บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) ขอชี้แจงผลการดำเนินงานของบริษัทสำหรับไตรมาสที่ 3 ของปีการเงิน 2562 (ตุลาคม-ธันวาคม 2561) ดังนี้   

1. ผลการดำเนินงาน

ตลาดผลิตภัณฑ์เหล็กก่อสร้างทรงยาวในประเทศยังคงซบเซาจากความต้องการสินค้าที่ลดลง ราคาสินค้าสำเร็จรูปและเหล็กแท่งในต่างประเทศปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2561 เป็นผลให้ลูกค้าเกิดความลังเลที่จะสั่งซื้อสินค้า เนื่องจากคาดการณ์ว่าราคาสินค้าจะปรับตัวลดลงอีก ประกอบกับในเดือนธันวาคมมีวันหยุดตามเทศกาลหลายวัน ส่งผลให้ลูกค้าปลายทางและตัวแทนจำหน่ายสอบถามข้อมูลและส่งคำสั่งซื้อลดลง

ไตรมาสที่ผ่านมา NTS ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประจำปี 2561 ประเภทการบริหารงานคุณภาพจากนายกรัฐมนตรี

ผลการดำเนินงานเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนและปีก่อน

     1.1 ยอดขายสุทธิ

ปริมาณการขายสินค้าในไตรมาสนี้ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนและลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน  เนื่องจากความเชื่อมั่นของตลาดในประเทศลดลงประกอบกับเหตุผลตามที่กล่าวมาข้างต้น อย่างไรก็ตาม ปริมาณการขายสินค้าในประเทศที่ลดลง บางส่วนได้รับการชดเชยด้วยปริมาณการส่งออกที่เพิ่มขึ้นของสินค้าเหล็กเส้นไปที่ส่งไปยังประเทศกัมพูชา อินเดีย ลาว และการส่งออกเหล็กลวดไปยังประเทศอินโดนีเซีย ปริมาณการขายสินค้าในช่วง 9 เดือนของปีการเงิน 2562 ต่ำกว่าปีก่อนร้อยละ 6 เนื่องจากความเชื่อมั่นในตลาดโครงการก่อสร้างในประเทศลดลง ในขณะเดียวกัน บริษัทมียอดขายสินค้าในช่องทางค้าปลีกเพิ่มขึ้นและมีปริมาณยอดขายสินค้าเหล็กลวดในประเทศคงเดิม

ยอดขายสุทธิในไตรมาสนี้ลดลงร้อยละ 6 จากไตรมาสก่อนเนื่องจากความเชื่อมั่นในตลาดภายในประเทศอ่อนแอลง ส่งผลให้ราคาขายสินค้าลดลง ยอดขายสุทธิในช่วง 9 เดือนเมื่อเทียบกับปีก่อนเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 สาเหตุหลักมาจากราคาสินค้าสำเร็จรูปที่สูงขึ้นในช่วง เดือนเมษายน - ตุลาคม ซึ่งส่วนหนึ่งชดเชยกับปริมาณขายในประเทศที่ลดลง

     1.2 กำไรก่อนภาษีเงินได้

บริษัทรายงานผลขาดทุนจำนวน 196 ล้านบาทในไตรมาสนี้  เนื่องจากความเชื่อมั่นในตลาดที่ตกต่ำจากความต้องการสินค้าที่ลดลงและราคาสินค้าในต่างประเทศที่ลดลงตามที่อธิบายไว้ข้างต้น ผลกระทบนี้มีความสำคัญในไตรมาสนี้เนื่องจากบริษัท นำเข้าวัตถุดิบในปริมาณมากและมีระยะเวลาในการรอรับสินค้ายาวนาน อีกทั้งการเกิดอุบัติเหตุขึ้นที่เตาหลอมไฟฟ้าของ SCSC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2561 การหยุดชะงักของการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่เกี่ยวข้องได้ส่งผลต่อการลดลงของกำไรของบริษัทด้วย สำหรับรอบระยะเวลา 9 เดือนของปีการเงิน 2562 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 55 ล้านบาท

 

2. ฐานะการเงิน

     2.1 สินทรัพย์

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 บริษัทมีสินทรัพย์รวมลดลง 192 ล้านบาท จากวันที่ 31 มีนาคม 2561 เนื่องจาก

  • ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นลดลง 571 ล้านบาท
  • ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ ลดลง 110 ล้านบาท เนื่องจากค่าเสื่อมราคาประจำงวด
  • บางส่วนถูกชดเชยด้วยวัตถุดิบคงคลังที่เพิ่มขึ้น 380 ล้านบาท

      2.2 หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 บริษัทมีหนี้สินรวมและส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 192 ล้านบาท จากวันที่ 31 มีนาคม 2561 เนื่องจาก

  • เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นลดลง 368 ล้านบาท
  • กู้ยืมเงินระยะสั้นเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 242 ล้านบาท
  • ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 75 ล้านบาท จากผลขาดทุนในช่วง 9 เดือนของปีการเงิน 2562
Rate this item
(0 votes)