ลีสซิ่งกสิกรไทย โชว์กำไรปี 61 กว่า 1,400 ล้านบาท เติบโต 30% ปักธงเดินหน้าขยายฐานลูกค้าด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัลต่อเนื่อง

นายศาศวัต วีระปรีย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด นายศาศวัต วีระปรีย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด

ลีสซิ่งกสิกรไทย โชว์กำไรปี 61 กว่า 1,400 ล้านบาท เติบโต 30% ปักธงเดินหน้าขยายฐานลูกค้าด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัลต่อเนื่อง

ลีสซิ่งกสิกรไทยประกาศผลงานปี 2561 ปล่อยสินเชื่อได้ 105,644 ล้านบาท กำไร 1,402 ล้านบาท ตอบรับตลาดรถยนต์ยอดขายสูงสุดในรอบ 5 ปี เดินหน้าปี 62 เตรียมอัดแคมเปญเชิงรุก ชูจุดแข็งเครือข่ายบริการและฐานลูกค้าธนาคารกสิกรไทย พร้อมขยายช่องทางบริการออนไลน์และพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อให้บริการสินเชื่อรถยนต์ ทั้งด้านการอนุมัติสินเชื่อและบริการหลังการขายอย่างครบวงจร พร้อมจับมือพันธมิตรทางธุรกิจและผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ครอบคลุมทั่วประเทศ ตั้งเป้าสินเชื่อใหม่กว่า 110,000 ล้านบาท

นายศาศวัต วีระปรีย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด ในปี 2561 สามารถปล่อยสินเชื่อได้ 105,644 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 24.39% แบ่งเป็นสินเชื่อใหม่เช่าซื้อและลีสซิ่งและสินเชื่อจำนำเล่มทะเบียน 43,513 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.72% และสินเชื่อผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ 62,131 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.36% สำหรับยอดสินเชื่อคงค้าง (Outstanding Loan) มียอดรวม 108,081 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 11.36% ทั้งนี้ บริษัทมีสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ที่ 1.32% ส่งผลให้บริษัทมีกำไร 1,402 ล้านบาท เติบโต 29.78% ซึ่งผลการดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับตลาดรถยนต์ไทยปี 2561 ที่มียอดขาย 1,041,739 คัน สูงที่สุดในรอบ 5 ปี

ด้านแนวโน้มตลาดรถยนต์ในประเทศปี 2562 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าจะสามารถทำยอดขายได้ 980,000-1,010,000 คัน หรือหดตัวร้อยละ 2-5% เมื่อเทียบกับปี 2561 ซึ่งเป็นการปรับกลับเข้าสู่ระดับปกติมากขึ้น หลังจากที่ในปีที่ผ่านมา ยอดขายรถยนต์มีการขยายตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ประเภทรถยนต์นั่งที่คาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาดในปีนี้ น่าจะเป็นรถยนต์ในกลุ่มอีโคคาร์ ที่ในปีนี้มีโอกาสที่ค่ายรถจะนำเสนอรถยนต์อีโค-ไฮบริด และไมลด์ ไฮบริด ออกมา ซึ่งคาดว่าภาครัฐจะมีมาตรการสนับสนุนทางด้านภาษี ทำให้มีระดับราคาที่สามารถแข่งขันได้ จึงเป็นโอกาสให้ผู้บริโภคเปิดรับเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่นี้ได้ง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ รถยนต์ไฟฟ้าประเภทอื่น ทั้งรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ น่าจะมีทิศทางที่เติบโตดีขึ้นมากเช่นเดียวกัน หลังค่ายรถหลายค่ายตัดสินใจเข้ามาลงทุนผลิตรถยนต์ประเภทดังกล่าวในไทย สำหรับตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์คาดว่า ปัจจัยเรื่องการเลือกตั้ง และการลงทุนภาครัฐที่มีแนวโน้มขยายตัวดีจะเป็นปัจจัยบวกสำคัญในการผลักดันรถปิกอัพในประเทศให้เติบโต

ในส่วนของแนวโน้มสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ หลังจากที่ในปีที่ผ่านมา ขยายตัวกว่า 13% หรือกว่า 1.06 ล้านล้านบาท ซึ่งนับเป็นการขยายตัวในอัตรา 2 หลักครั้งแรกในรอบ 6 ปี จากปัจจัยด้านยอดขายรถใหม่ที่เพิ่มขึ้นและยอดชำระคืนสินเชื่อมีทิศทางชะลอลงหลังสินเชื่อในโครงการรถคันแรกทยอยครบสัญญา ในปี 2562 นี้ คาดว่าในภาพรวมของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์จะยังเติบโตในอัตราที่ชะลอลงมาที่ 4.5-6.5% ตามการปรับฐานยอดขายรถใหม่เป็นหลัก

สำหรับสินเชื่อประเภทรถช่วยได้ ในปีนี้คาดว่าจะขยายตัวดีอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยสนับสนุนหลักคือ การออกประกาศคุมสินเชื่อประเภทจำนำทะเบียนรถที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 31 ม.ค. 62 ซึ่งจากการออกประกาศดังกล่าวจะทำให้ธนาคารพาณิชย์ในฐานะผู้ประกอบการให้สินเชื่อเช่าซื้อรายใหญ่จะแข่งขันกันมากขึ้น อีกประเด็นหนึ่งคือความต้องการสินเชื่อทั้งจากเอสเอ็มอีและประชาชนรายย่อย เนื่องจากมีกรอบเพดานอัตราดอกเบี้ยและมีแนวปฏิบัติที่ชัดเจน มุ่งให้ความคุ้มครองสิทธิผู้กู้และทำให้มีทางเลือกในการเข้าถึงสินเชื่อเพิ่มขึ้น

นายศาศวัต กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2562 ลีสซิ่งกสิกรไทยยังคงเดินหน้ารุกตลาดที่เน้นหนักไปทางนวัตกรรมดิจิทัลด้านสินเชื่อรถยนต์ทุกประเภท รวมทั้งใช้จุดแข็งด้านเครือข่ายบริการและฐานลูกค้าของธนาคารกสิกรไทยมาต่อยอดทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อรถยนต์ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในยุคปัจจุบันที่มีความผสมผสานอย่างกลมกลืนของดิจิทัลเทคโนโลยีและชีวิตประจำวัน ซึ่งจะพัฒนาแพลตฟอร์มต่างๆเพื่ออำนวยความสะดวก และนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ ได้อย่างตรงจุด ครบทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการสินเชื่อ การพิจารณาความสามารถในการผ่อนชำระ การอนุมัติสินเชื่อและบริการหลังการขายอย่างครบวงจร โดยเฉพาะสินเชื่อรถช่วยได้กสิกรไทย ที่เป็นสินเชื่อเพื่อลูกค้าที่มีรถยนต์และต้องการเงินทุนหมุนเวียนหรือเสริมสภาพคล่องทางการเงิน

ซึ่งในปีนี้ทางบริษัทฯ ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ของสินเชื่อรถช่วยได้กสิกรไทย ประเภทสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ทำให้ครอบคลุมกับความต้องการของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น นอกจากนี้ยังคงมุ่งหน้าพัฒนาเทคโนโลยี Data Analytics ที่เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อรู้ใจและความต้องการของลูกค้า เพื่อสามารถนำเสนอสินเชื่อรถยนต์ทั้งลูกค้าที่ต้องการออกรถใหม่และลูกค้าที่ต้องการนำรถมาเปลี่ยนเป็นเงินทุนหมุนเวียนกับรถช่วยได้ รวมถึงลูกค้าธุรกิจรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ โดยไม่ต้องยื่นขอสินเชื่อก่อน สำหรับการร่วมมือกับพันธมิตร ลีสซิ่งกสิกรไทยจะยังคงเดินหน้ามุ่งเน้นการผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตรรายใหญ่ในการทำการตลาดร่วมกันอย่างต่อเนื่อง และจะมีแคมเปญโฉมใหม่ทยอยออกมาเพื่อเอาใจลูกค้าตลอดทั้งปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้าธุรกิจหรือลูกค้าบุคคลรายย่อย ผ่านการประสานร่วมกันกับธนาคารกสิกรไทย โดยตั้งเป้าหมายปี 2562 ปล่อยสินเชื่อได้กว่า 110,000 ล้านบาท

 

__________________

 

KLeasing reports profit of more than THB1.4 billion in 2018, growing 30% over-year, focusing on customer expansion via digital platform

KASIKORN LEASING Co., Ltd. (KLeasing) unveiled its 2018 performance with loan totaling 105.64 billion Baht and profit of 1.402 billion Baht thanks to the brighter auto market at home which recorded the highest sales in five years. In 2019, the company will prioritize the launch of marketing campaigns, leveraging KBank’s strength in service and customer networks. Meanwhile, focus will also be on expansion of its online service channels and development of digital platform for comprehensive service capability with respect to financing approval and after-sales assistance. KLeasing will work with its business partners and car dealers nationwide with the aim of extending more than 110 billion Baht in new loan.

Mr. Sasawat Virapriya, KLeasing Executive Chairman, said that KLeasing’s operating results in 2018 showed total loans of THB105.64 billion, rising 24.39 percent from 2017, consisting of auto hire purchase, leasing and car registration loans of THB43.51 billion, and floorplan loans of THB62.13 billion, rising 8.72 percent YoY and 38.36 percent YoY, respectively. With outstanding loans growing 11.36 percent YoY to THB108.08 billion and NPLs of 1.32 percent, KLeasing’s profit surged 29.78 percent YoY to THB1.40 billion. The brighter performance was in line with the domestic car market in 2018 which recorded the highest sales in five years, totaling 1,041,739 units.

Regarding the domestic car market, KResearch expects between 980,000-1,010,000 units of vehicles will be sold this year, shrinking by 2-5 percent when compared to the figure in 2018.  The sales volume is adjusted toward normalcy after a rapid surge in the previous year. Eco-car is poised to enjoy bright prospects in the passenger car category as automakers have planned to roll out new models of eco-hybrid cars and mild-hybrid vehicles, while the government is set to provide tax incentives to make prices of environmentally-friendly vehicles more competitive. Hence, customers are likely to easily embrace innovative technology of electric vehicles.  Moreover, other electric vehicles such as plug-in hybrids and battery electric vehicles should grow further after a number of car makers have decided to produce such cars in Thailand for commercial purposes. The upcoming general election and an expanding public investment should also contribute to a growing pick-up market in Thailand.

On the market outlook for auto hire purchase, the overall growth of auto hire purchase is expected to decelerate to 4.5-6.5 percent in 2019 due mainly to new car sales; after the market expanded over 13 percent last year to exceed 1.06 trillion Baht which is the first double-digit growth in six years. The buoyant turnover last year was a result of new car sales and the slowdown of car-loan repayments after the end of the first-car scheme’s lock-in period.

On K-Auto Finance (Refinance), the market this year is set to continue expanding thanks to the newly-announced regulation to control car registration loan, effective January 31, 2019. Such announcement will intensify the competition among commercial banks, which are the major auto hire purchase providers. In addition, as there are loan demands from SME entrepreneurs and individual customers, interest rate ceiling and clearly-established practices to protect the borrowers’ right have increased options for customers to access to loans.

Mr. Sasawat added that “KLeasing will continue to penetrate the auto financing market in 2019 by focusing on digital innovations for all types of auto loans and using KBank’s strengths in service network and customer base to expand our online and offline businesses. Such attempts are aimed at offering auto loan products that meet the lifestyle needs of our customers, who use digital technologies in their daily life. KLeasing will also improve various platforms to offer more convenience for our clients and provide auto financing products and services to meet their needs by taking into account their ability in making installment payments, our credit approval and after-sales service, especially for K-Auto Finance (Refinance), which targets car owners who want working capital or liquidity.

KLeasing has introduced a new product under K-Auto Finance (Refinance) in 2019, i.e. car registration loan, so that we can cover all the needs of our customers. In addition, we will strive to develop Data Analytics technology to undertake an in-depth analysis on the customers’ needs so as to allow us to offer auto loans to the customers wishing to buy new cars or those wanting to refinance their vehicles, including our corporate clients, without the need to submit a loan application. Regarding cooperation with our business partners, KLeasing through collaboration with KBank will join forces with our large business partners in introducing marketing campaigns throughout 2019, targeting largely corporate and individual customers. KLeasing aims to extend over 110 billion Baht in auto loans in 2019.”

Rate this item
(0 votes)
Last modified on Friday, 08 February 2019 03:50