then
July 04, 2022

“NOBLE” ยอดขายไตรมาสแรกทุบสถิติกว่า 6,400 ล้านบาท

นายธงชัย บุศราพันธ์ รองประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) นายธงชัย บุศราพันธ์ รองประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

“NOBLE” ฟอร์มดี ยอดขายไตรมาสแรกทุบสถิติกว่า 6,400 ล้านบาท Q2/65 จ่อเปิด 5 โครงการใหม่ – มั่นใจยอดขายรวมทะลุ 20,000 ล้านบาท

บมจ.โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ (“NOBLE”) ฟอร์มดี ตลาดอสังหาริมทรัพย์ฟื้น ดันยอดขายไตรมาสแรกทำนิวไฮ พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์กว่า 6,400 ล้านบาท เกือบเท่ายอดขายทั้งปีของปี 2564 ที่ทำได้ 8,035 ล้านบาท หลังลุยเปิดตัว 5 โครงการเมื่อช่วงต้นปีมูลค่ารวม 15,000 ล้านบาท หนุน Backlog ทะลุกว่า 15,400 ล้านบาท ด้านผู้บริหาร “นายธงชัย บุศราพันธ์” จ่อเปิดตัว 5 โครงการ มูลค่ารวม 12,300 ล้านบาทภายในไตรมาส 2 ปีนี้  พร้อมส่งซิกปี 2566 เตรียมโกยรายได้โตต่อเนื่องส่อแววแตะ 15,000 ล้านบาท จากการรับรู้ Backlog ในมือ และแผนรุกเปิดตัวโครงการใหม่ๆเพิ่ม  

นายธงชัย บุศราพันธ์ รองประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ (“NOBLE”) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โครงการที่อยู่อาศัยในทำเลชั้นนำของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในขณะนี้เริ่มมีการฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยจะเห็นจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่เริ่มกลับเข้ามาแข็งแกร่งขึ้นหลังจากสถานการณ์ของโควิด-19 เริ่มคลี่คลายในทิศทางที่ดีขึ้น ในขณะเดียวกันต้องยอมรับว่าด้วยสถานการณ์ราคาวัสดุก่อสร้างที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยเร่งตัดสินใจเร็วขึ้น ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2565 เติบโตอย่างต่อเนื่อง

โดยสะท้อนได้จากยอดขาย (Pre-sale) ของ NOBLE ในช่วงไตรมาส 1/2565 ที่สามารถสร้างยอดขายได้ในระดับกว่า 6,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 150% YoY และเพิ่มขึ้น 155% QoQ  ซึ่งยอดขายดังกล่าวถือเป็นการสร้างการเติบโตที่ทำสถิติสูงสุดใหม่รายไตรมาส (New Highs) และที่สำคัญยังเป็นการเติบโตสูงเกือบเท่ากับทั้งปีของปี 2564 ที่ทำได้ 8,035 ล้านบาท ซึ่งยอดขายที่ทุบสถิติดังกล่าวเป็นยอดขายจากโครงการต่อเนื่องในปี 2564 ประกอบกับไตรมาส 1/2565 มีโครงการที่เปิดขายใหม่จำนวน 5 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 15,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.โครงการ นิว ดิสทริค อาร์9 (Nue District R9), 2.โครงการ นิว เมกา พลัส บางนา (Nue Mega Plus Bangna) 3.โครงการ นิว ซี-สแควร์ สวนหลวง สเตชั่น (Nue Z-Square Suan Luang Station) 4.โครงการ นิว อีโว อารีย์ (Nue Evo Ari) และ 5.โครงการ นิว คอนเน็กซ์ คอนโด ดอนเมือง (Nue Connex Condo Don Mueang) ซึ่งทุกโครงการได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีสะท้อนให้เห็นจาก ยอดขายเฉลี่ย 40%-50% ของทุกโครงการรวมกัน

นอกจากนี้ บริษัทฯยังมีแผนเดินหน้าเปิดตัวโครงการใหม่อย่างต่อเนื่องตามแผนที่วางไว้ โดยในช่วงไตรมาส 2/2565 บริษัทฯ มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 5 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 12,300 ล้านบาท ได้แก่ 1.โครงการ โนเบิล คิวเรท (Noble Curate) เป็นโครงการที่ดินระดับลักซ์ชัวรี่ 2. โครงการนิว ครอส คูคต สเตชัน เฟส 1 (Nue Cross Khu Khot Station Phase 1) เป็นโครงการคอนโดมิเนียมแบบ Low Rise 3. โครงการ โนเบิล เคิร์ฟ (Noble Curve) เป็นโครงการทาวน์เฮ้าส์ 4. โครงการ โนเบิล ครีเอท (Noble Create) เป็นโครงการคอนโดมิเนียมแบบ High Rise 5. โครงการ โคฟ -นอร์ธ ราชพฤกษ์ (Noble Cove – North Ratchapruek) เป็นโครงการทาวน์เฮ้าส์  ซึ่งบริษัทฯ ได้เปิดตัวโครงการ โนเบิล คิวเรท (Noble Curate) และโครงการนิว ครอส คูคต สเตชัน เฟส 1 ไปแล้วเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มอีก จำนวน 8 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 20,400 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทฯเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งปีตามเป้าที่ตั้งไว้จำนวน 18 โครงการ มูลค่าโครงการรวมประมาณ 47,700 ล้านบาท โดยการเปิดตัวโครงการทั้งหมดเป็นกระจายสินค้าให้หลากหลายคลอบคลุมทุกทิศของกรุงเทพฯ

“ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันมีความแข็งแกร่งมากขึ้น ลูกค้าจะเป็นกลุ่มเรียลดีมานด์ที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองและกลุ่มนักลงทุนตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยเร็วขึ้น โดยมีปัจจัยเร่งจากราคาของวัสดุก่อสร้างมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น และเชื่อว่าผู้ประกอบการน่าจะปรับราคาสินค้าขึ้นในอนาคต เพื่อให้สอดคล้องกับราคาต้นทุนที่สูงขึ้นจึงรีบตัดสินใจซื้อในช่วงนี้ ประกอบกับแนวโน้มที่จะมีการกลับมาเปิดประเทศ ซึ่งจะเข้ามาช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและรายได้ของคนในประเทศ อีกทั้งยังเป็นโอกาสที่จะช่วยผลักดันกำลังซื้อจากต่างชาติเข้ามาเพิ่ม โดยเฉพาะลูกค้าชาวจีนที่ยังคงมีการสอบถามเข้ามาอย่างต่อเนื่อง”

อย่างไรก็ตาม ด้านผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 1/2565 บริษัทฯมีรายได้รวม 1,496 ล้านบาท ลดลง 44% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากไตรมาส 1/2565 บริษัทฯไม่มีโครงการใหม่ที่สร้างเสร็จพร้อมโอนเมื่อเทียบกับช่วงไตรมาส 1/2564 ที่มีโครงการสร้างเสร็จใหม่พร้อมโอน สำหรับโครงการที่รับรู้ในไตรมาส 1/2565 มาจาก 4 โครงการหลัก ประกอบด้วย 1.โครงการ โนเบิล บี19 สุขุทวิท 2.โครงการ นิว โนเบิล แจ้งวัฒนะ 3.โครงการ นิว โนเบิล คอนเน็กซ์ เฮ้าส์ ดอนเมือง และ 4.โครงการ โนเบิล เกเบิล วัชรพล ซึ่งทั้ง 4 โครงการเป็นโครงการเดิมที่โอนกรรมสิทธิ์ต่อเนื่องจากช่วงปลายปี 2564

ทั้งนี้ จากยอดขายที่เติบโตอย่างมากในช่วงไตรมาส 1/2565 ส่งผลให้ยอดขายรอโอน (Backlog) ของบริษัทเพิ่มขึ้นทะลุกว่า 15,400 ล้านบาทจาก ณ สิ้นปี 2564 ที่อยู่ในระดับ 10,000 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในช่วงที่เหลือของปีนี้และ 2-3 ปีข้างหน้า ส่งผลให้บริษัทฯยังคงเชื่อว่าในปี 2565 จะสามารถสร้างรายได้เติบโตมากกว่าปี 2564 อย่างแน่นอน และเชื่อว่าในปี 2566 จะเห็นการเติบโตของรายได้ที่ระดับ 15,000 ล้านบาท จากการรับรู้ Backlog ในมือ อีกทั้งยังเตรียมเปิดตัวโครงการแนวราบใหม่ๆ ซึ่งจะสามารถรับรู้รายได้เร็วขึ้น

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมของ NOBLE กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในส่วนของแผนการลงทุนในสหราชอาณาจักร มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยมีความยืดหยุ่นในการเข้าลงทุนจากการเข้าซื้อสินทรัพย์ทั้งอาคารเป็นแบบ Bulk ยูนิต หรือการซื้อเป็นจำนวนหลายๆห้อง (Bulk Deal) แทน เนื่องจากการซื้อเป็นยูนิตจะมีการแข่งขั้นที่น้อยกว่าการซื้อทั้งอาคารและรวดเร็วกว่า ซึ่งจะสามารถสร้างอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) ได้ในระดับที่ 20% สอดคล้องกับธุรกิจหลักที่อยู่ในประเทศไทย โดยในปี 2565 บริษัทฯได้วางเป้าหมายจะซื้อสินทรัพย์อสังหาริมทรัพย์ในประเทศอังกฤษ จำนวน 550 ยูนิต ภายใต้วงเงินลงทุน 100 ล้านปอนด์สเตอร์ลิง (ซึ่ง NOBLE จะลงทุน 45% ตามสัดส่วน) โดยในไตรมาส1/2565 บริษัทฯได้มีการซื้อสินทรัพย์อสังหาริมทรัพย์ไปแล้วจำนวน 84 ยูนิต

Rate this item
(0 votes)

Page Visitor

005476758
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
9644
32898
42542
130860
1299737
5476758
Your IP: 44.192.114.32
2022-07-04 04:57