IT

เดลล์ อีเอ็มซี ส่งโซลูชันใหม่ Isilon และ ClarityNow ช่วยองค์กรรับมือกับการเติบโตอย่างรวดเร็วของข้อมูล

Dell EMC Isilon F810 Dell EMC Isilon F810

เดลล์ อีเอ็มซี ส่งโซลูชันใหม่ Isilon และ ClarityNow ช่วยองค์กรรับมือกับการเติบโตอย่างรวดเร็วของข้อมูลแบบไม่มีโครงสร้าง (unstructured data)

Dell EMC Isilon F810 ขยายประสิทธิภาพแพลตฟอร์ม NAS เพื่อเพิ่มศักยภาพและให้ประสิทธิภาพสูงสุด ซอฟต์แวร์ Dell EMC ClarityNow มอบความสามารถในการมองเห็น รวมถึงควบคุมและโยกย้ายข้อมูลได้ทั้งในดาต้าเซ็นเตอร์ และบน Platform คลาวด์                                          

  • Dell EMC Isilon รุ่น F810 ใหม่ รองรับการบีบอัดข้อมูลได้มากถึง 3:1 และขยายได้ถึง 80 PB ภายใน Cluster เดียวกัน
  • Isilon F810 เพิ่มศักยภาพและให้ประสิทธิภาพสูงสุดเต็มพิกัด เพื่อรองรับความต้องการของข้อมูลในโมเดิร์นดาต้าเซ็นเตอร์ ให้ประสิทธิภาพความจุสตอเรจเพิ่มขึ้น 33 เปอร์เซ็นต์ ต่อ RAW TB มากกว่า all-flash ของคู่แข่ง
  • ซอฟต์แวร์ Dell EMC ClarityNow ใหม่ ช่วยให้องค์กรธุรกิจสามารถระบุตำแหน่ง เข้าถึงและบริหารจัดการข้อมูลได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที ไม่ว่าข้อมูลจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ทั้งที่จัดเก็บในรูปแบบของไฟล์ และรูปแบบของ Object ทั้งในดาต้าเซ็นเตอร์ และบนคลาวด์

ข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้าง (unstructured data) มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้องค์กรธุรกิจต้องการความสามารถและวิธีการใหม่ มาช่วยปลดล็อคการลงทุนด้านข้อมูลและสร้างศักยภาพในการปฏิรูปสู่ดิจิทัล และเพื่อแก้ปัญหาความท้าทายดังกล่าว Dell EMC จึงเปิดตัวโซลูชันเสริมสำหรับระบบสตอเรจหลักที่สำคัญ Isilon All-Flash พร้อมซอฟต์แวร์ใหม่ Dell EMC ClarityNow ที่ช่วยให้องค์กรสามารถมองเห็น พร้อมควบคุมและเคลื่อนย้ายข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างทั้งที่อยู่ในองค์กรและบนคลาวด์ได้ 

องค์กรเอ็นเตอร์ไพร์ซหลายแห่งในปัจจุบันต่างต้องการเร่งผลลัพธ์ทางธุรกิจด้วยการนำแอปพลิเคชันรุ่นใหม่สำหรับจัดการข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้าง โดยให้ขุมพลังให้การนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้ในระบบงานต่างๆ ได้ เช่น ระบบวิเคราะห์ข้อมูล ปัญญาประดิษฐ์ และระบบออโตเมชันในการออกแบบระบบอิเล็คทรอนิกส์ หรือ (EDA – Electronic Design Automation)  ซึ่งบ่อยครั้งที่เวิร์กโหลดเหล่านี้ ต้องอาศัยประสิทธิภาพเต็มพิกัดของ All-Flash สตอเรจ ในขณะเดียวกัน หลายองค์กรก็กำลังรู้สึกกดดันกับการที่ต้องจำกัดการซื้ออุปกรณ์ที่เป็นต้นทุนรวมถึงลดค่าใช้จ่ายการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับไอทีโดยเป็นสภาพแวดล้อมที่องค์กรต้องบริหารจัดการกับการเติบโตของข้อมูลแบบ Unstructured Data เพื่อให้ธุรกิจได้รับประโยชน์มากขึ้นและช่วยให้ความพยายามในการปลดล็อกคุณค่าจากข้อมูลในองค์กรนั้นมีประสิทธิภาพและให้ผลลัพธ์มากขึ้น

นายนพดล ปัญญาธิปัตย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย

“การปรับระบบโครงสร้างไอทีให้มีความทันสมัย ถือเป็นขั้นตอนแรกที่จำเป็นในการผลักดันความริเริ่มสู่การทำธุรกิจในระบบดิจิทัล รวมถึงช่วยให้บริหารจัดการข้อมูลทั้งหมดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น” นายนพดล ปัญญาธิปัตย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย เดลล์ อีเอ็มซี ประเทศไทย  กล่าว “Dell EMC Isilon F810 ซึ่งขยายประสิทธิภาพ NAS storage ช่วยตอบโจทย์ความท้าทายเหล่านี้ได้ ด้วยการมอบความสามารถเต็มพิกัด พร้อมประสิทธิภาพในการรองรับความต้องการงานเวิร์กโหลดสำหรับข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้าง และเนื่องจากไม่มีใครรู้ถึงคุณค่าของข้อมูลได้ดีไปกว่าคนที่สร้างข้อมูล Dell EMC ClarityNow จึงช่วยให้องค์กรมีมุมมองข้อมูลในภาพรวมทั้งหมดทั้งไฟล์สตอเรจ และคลาวด์สตอเรจ อีกทั้งช่วยให้ผู้ใช้ปลายทางสามารถระบุที่ตั้ง และดึงคุณค่าจากข้อมูลที่เป็นไฟล์มาใช้ได้ไม่ว่าจะจัดเก็บอยู่ที่ไหนก็ตาม

Isilon F810 มอบศักยภาพ ให้ประสิทธิภาพและความจุเต็มพิกัด

Isilon F810 รองรับได้ 250,000 IOPS และแบนด์วิดธ์ 15 GB/s ต่อ แชสซี 4U โดยให้ความสามารถในการคาดการณ์ได้ ขยายการรองรับได้สูงถึง 9M IOPS และให้ throughput รวมที่ 540 GB/s สำหรับคลัสเตอร์เดี่ยวขนาด 144 โหนด เพื่อตอบสนองความต้องการด้านประสิทธิภาพ

ด้วยสัดส่วนการบีบอัดข้อมูลได้สูงถึง 3:1 Isilon F810 จึงช่วยให้องค์กรสามารถลดการใช้ raw all-flash storage พร้อมให้ประสิทธิภาพความจุต่อ raw TB มากขึ้นถึง 33 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมากกว่า all-flash ของคู่แข่ง  และด้วยความหนาแน่นของสตอเรจที่เพิ่มขึ้น F810 จึงให้ประสิทธิภาพด้านความจุสตอเรจที่สูงถึง 2.2 PB ต่อ แชสซี 4U และสูงถึง 79.6 PB ในคลัสเตอร์ขนาด 144 โหนด โซลูชันสตอเรจที่ให้ความหนาแน่นสูงนี้ ช่วยลดพื้นที่ในดาต้าเซ็นเตอร์ และลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องได้ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่จัดวาง พลังงานและระบบทำความเย็น

เดลล์ อีเอ็มซี ได้รักษาคำมั่นสัญญามาเป็นเวลานานในการมอบ Isilon โซลูชันสตอเรจที่รองรับอนาคต โดยแพลตฟอร์มสตอเรจ Isilon F810 ใหม่นี้ จะผสานการทำงานร่วมกับคลัสเตอร์ Isilon ที่มีอยู่ได้อย่างง่ายดาย ไม่เกิดการหยุดชะงัก และไม่ต้องทำการย้ายข้อมูลแบบ manual  ซึ่งนี่คือตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าองค์กรสามารถวางใจในนวัตกรรม Isilon ได้อย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับความต้องการสตอเรจในอนาคตสำหรับข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้าง

ด้วยขุมพลังจากระบบปฏิบัติการ Isilon OneFS ช่วยให้ทั้ง Isilon F810 และ Isilon all-flash รุ่นอื่นๆ รวมถึงแพลตฟอร์มอาไคว์และไฮบริดอื่นๆ สามารถผสานรวมอยู่ในคลัสเตอร์ Isilon เดียวได้ โดยให้ข้อได้เปรียบที่ทรงพลังสำหรับสภาพแวดล้อมไอทีที่ทันสมัย ทั้ง Isilon OneFs และความสามารถด้านมัลติ-โปรโตคอลที่หลากหลาย ช่วยให้องค์กรสามารถรวบรวมข้อมูล กำจัดไซโลสตอเรจที่ไม่มีประสิทธิภาพให้หมดไป ช่วยให้บริหารจัดการได้อย่างเรียบง่าย อีกทั้งยังรองรับแอปพลิเคชัน และเวิร์กโหลดที่หลากหลายได้บนแพลตฟอร์มสตอเรจเดียว  นอกจากนี้ยังช่วยให้องค์กรได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีด้านการวิเคราะห์ข้อมูลอันทรงพลัง เพื่อปลดล็อคคุณค่าในการลงทุนด้านข้อมูล นอกจากนี้ Isilon ยังสามารถทำ automated storage tiering พร้อมผสานการทำงานร่วมกับคลาวด์ ที่เป็นทางเลือกจากผู้ให้บริการพับบลิค และไพรเวทคลาวด์สตอเรจ ซึ่งช่วยให้ใช้ทรัพยากรด้านสตอเรจได้อย่างเหมาะสมเต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้

การการันตีสำหรับ Isilon F810 All-Flash Data Reduction

ระบบสตอเรจ Isilon อยู่ภายใต้ Future-Proof Loyalty Program ของ เดลล์ อีเอ็มซี จึงช่วยให้ลูกค้าอุ่นใจได้ด้วยการการันตีความพึงพอใจ และช่วยปกป้องการลงทุน สำหรับเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ประโยชน์ของโปรแกรมยังรวมถึง การที่ เดลล์ อีเอ็มซี มอบการการันตีสำหรับการซื้อ Isilon F810 ใหม่ เป็นเวลาหนึ่งปีนับจากวันที่ส่งมอบของ โดย Isilon F810 จะให้ความจุในการใช้งานตามเหตุและผล ครอบคลุมข้อมูลทั้งหมด ในปริมาณความจุเทียบแล้วมากกว่าความจุทั่วไปอย่างน้อย 2 เท่า

Dell EMC ClarityNow มอบระบบบริหารจัดการข้อมูลสำหรับฝ่ายไอที และผู้ใช้งานในธุรกิจ

Dell EMC ClarityNow ซอฟต์แวร์บริหารจัดการข้อมูลใหม่ ออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรบริหารจัดการเวิร์กโฟลว์ที่เป็นไฟล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ClarityNow เป็นโซลูชันที่มาเสริม Dell EMC Isilon และ ECS ให้มุมมอง unified global file system ทั่วทั้งสตอเรจที่จัดเก็บกระจายอยู่ในหลายแพลตฟอร์ม และบนคลาวด์  ซอฟต์แวร์นี้ยังช่วยให้ฝ่ายไอทีมีมุมมองเชิงลึกเกี่ยวกับความจุสตอเรจ และการใช้งานข้อมูลที่เป็นไฟล์ในองค์กรได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มอำนาจให้กับผู้ใช้และผู้สร้างคอนเทนต์ด้วยความสามารถด้านการบริการได้ด้วยตัวเองในการหาไฟล์ ใช้งาน และย้ายไฟล์ไปที่ไหนก็ตามในระบบ unified global file  ฟีเจอร์ที่ทรงพลังนี้ช่วยปลดล็อคคุณค่าของต้นทุนข้อมูลและเร่งสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจด้วยการให้ความยืดหยุ่นแก่ผู้ใช้ในการจัดทำ index และสามารถมองเห็นไฟล์และโฟลเดอร์ต่างๆ จำนวนนับหลายพันรายการที่อาจจะติดอยู่ในไซโลสตอเรจตามที่ตั้งทางกายภาพนั้นๆ

การวางจำหน่าย

Dell EMC Isilon F810 และซอฟต์แวร์ Dell EMC ClarityNow พร้อมวางจำหน่ายทั่วโลกผ่าน Dell EMC และเครือข่ายพันธมิตรด้านช่องทางจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ

 

คำกล่าวนักวิเคราะห์

สก็อตต์ ซินแคลร์ นักวิเคราะห์อาวุโส กลุ่มกลยุทธ์ระดับเอ็นเตอร์ไพร์ซ

“ในเศรษฐกิจปัจจุบันที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ความสำเร็จของธุรกิจขึ้นอยู่กับว่า บริษัทสามารถขยายคุณค่าสูงสุดจากข้อมูลได้ดีแค่ไหน โดยเฉพาะข้อมูลที่เป็นไฟล์ และการที่จะตอบสนองความต้องการด้านไฟล์เวิร์กโหลดแบบเน็กซ์เจนนั้น การจัดเก็บไฟล์ ต้องสามารถรองรับการขยายขีดความสามารถได้อย่างกว้างขวาง ให้ทั้งศักยภาพและประสิทธิภาพในการทำงาน เดลล์ อีเอ็มซี ได้นำเสนอแพลตฟอร์ม Isilon F810 NAS เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายเรื่องความต้องการไฟล์สตอเรจที่ทันสมัยโดยตรง นอกจากจะให้ความจุมหาศาล และให้ศักยภาพด้าน All-flash แล้ว ยังต้องให้ประสิทธิภาพการทำงานได้น่าประทับใจ ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านฮาร์ดแวร์ สตอเรจได้”

 

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

 

เกี่ยวกับเดลล์ อีเอ็มซี

เดลล์ อีเอ็มซี เป็นส่วนหนึ่งของ เดลล์ เทคโนโลยีส์ ช่วยทำให้องค์กรธุรกิจเปลี่ยนโฉมดาต้าเซ็นเตอร์ไปสู่ความทันสมัย ทำงานได้โดยอัตโนมัติ ด้วยการใช้เทคโนโลยีชั้นนำของอุตสาหกรรมทั้งระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบควบรวม ไปจนถึงเทคโนโลยีด้าน เซิร์ฟเวอร์ สตอเรจ และระบบปกป้องคุ้มครองข้อมูล โดยทั้งหมดนี้มอบพื้นฐานที่มีความน่าเชื่อถืออเพื่อองค์กรธุรกิจที่ต้องการปฏิรูปการทำงานด้านไอที ด้วยการสรรสร้างไฮบริดคลาวด์ พร้อมการปรับโฉมธุรกิจด้วยการสร้างแอปพลิเคชันเพื่อการใช้งานบนคลาวด์และโซลูชันบิ๊กดาต้า ทั้งนี้ เดลล์ อีเอ็มซี ให้บริการลูกค้าครอบคลุม 180 ประเทศ ครอบคลุมบริษัทที่ติดอันดับใน Fortune 500 ถึง 99 เปอร์เซ็นต์ ด้วยสายผลิตภัณฑ์แห่งนวัตกรรมที่สมบูรณ์พร้อมที่สุดในอุตสาหกรรมเริ่มตั้งแต่อุปกรณ์และระบบการทำงานที่ปลายทาง (EDGE) ไปจนถึงระบบงานหลักในการประมวลผล (Core) ไปจนถึงระบบทั้งหมดที่อยู่บนคลาวด์ (Cloud)

Rate this item
(0 votes)