เฟดเอ็กซ์พัฒนานวัตกรรมสุดล้ำ เพื่ออนาคตที่เกิดขึ้นได้จริง

เฟดเอ็กซ์พัฒนานวัตกรรมสุดล้ำ เพื่ออนาคตที่เกิดขึ้นได้จริง

ในเกือบทุกอุตสาหกรรมและทุกภูมิภาค Disruptive Technology อย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) หุ่นยนต์และบล็อกเชนนั้นถือได้ว่าเป็นตัวแปรที่จะทำให้การทำธุรกิจเกิดความเปลี่ยนแปลง องค์กรต่างๆ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ล้วนตั้งคำถามเกี่ยวกับโอกาสและความเสี่ยงในการนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ในองค์กร

คาเรน เรดดิงตัน ประธาน บริษัท เฟดเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “ ที่เฟดเอ็กซ์ เราถามตัวเองว่าอะไรคือเทคโนโลยีที่เราสามารถพัฒนาและนำไปใช้ได้ในปัจจุบัน เพื่อสร้างความแตกต่างที่ชัดเจนให้กับลูกค้า พนักงาน และชุมชนของเรา และเราจะสร้างสิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ เหล่านี้ได้อย่างไร ผลจากการคาดการณ์ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า Digital Transformation จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือจีดีพีของเอเชียแปซิฟิกราว 1.16 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2564[1] แต่มีลูกค้าเพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงทั้งหลายที่กำลังเกิดขึ้น โดยนวัตกรรมเหล่านี้สามารถสร้างประโยชน์ได้อย่างแท้จริง และเฟดเอ็กซ์มุ่งมั่นที่จะทำให้ลูกค้ารับรู้ถึงประโยชน์ของเทคโนโลยีเหล่านั้นในทุกๆ วัน”

เทคโนโลยีนั้นช่วยให้การส่งและการรับพัสดุเป็นไปอย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น งานเอกสารอาจกินเวลาและน่าเบื่อหน่าย ซึ่งเฟดเอ็กซ์รับรู้ถึงปัญหานี้และอยู่ในระหว่างการพัฒนาแอปพลิเคชันที่มีชื่อว่าอเล็กซ่า – แอปพลิเคชั่นที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการจัดการเรื่องการส่งสินค้า เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้เสียงในการสั่งสินค้าโดยไม่ต้องใช้มือและกระดาษ โดยมีผู้ช่วยดิจิทัลถามคำถามที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยให้การจัดส่งเสร็จสมบูรณ์[2]

“เฟดเอ็กซ์ส่งพัสดุวันละกว่า 14 ล้านชิ้น[3] ซึ่งนั่นทำให้เรามีโอกาสมากมายในการพัฒนาระบบให้รวดเร็วขึ้น ดีขึ้น และปลอดภัยขึ้น กล่องใหญ่ขนาดเท่าตู้เย็นนั้นไม่สามารถวางบนสายพานลำเลียงในโกดังของเราได้ ดังนั้นเราจึงนำทีมหุ่นยนต์เคลื่อนที่ที่มีชื่อว่า ลัคกี้ ดัสตี้ และ เนท โดยตั้งชื่อตามตัวละครในภาพยนตร์เรื่อง Three Amigos มาใช้ในการเคลื่อนย้ายพัสดุเหล่านี้ภายในโกดัง การขนถ่ายสินค้าลงจากรถบรรทุกและลำเลียงไปยังสายพานนั้นเป็นงานที่จำเจ เราจึงได้นำหุ่นยนต์อัตโนมัติมาทดลองใช้ในขั้นตอนนี้ เพื่อให้พนักงานของเราได้ใช้เวลากับงานอื่นๆ ที่จำเป็นต้องใช้ความชำนาญของมนุษย์ อย่างเช่น การจัดเรียงสินค้าที่มีรูปร่างแตกต่างออกไปให้พอดีกับพื้นที่จำกัด[4] นอกจากนั้นเรายังได้ลงทุนไปกับหุ่นยนต์ส่งของที่สามารถขนย้ายพัสดุที่มีน้ำหนักมากให้เดินทางไปได้ไกลขึ้น โดยมีความเป็นไปได้สูงมากที่หุ่นยนต์เหล่านี้จะสามารถนำพัสดุไปส่งถึงหน้าบ้านหรือที่ทำงานได้ในอนาคต” คาเรน กล่าวเสริม

ด้วยรถขนส่งของเฟดเอ็กซ์จำนวนกว่า 180,000 คันที่วิ่งอยู่บนท้องถนนในทุกๆ วัน ก้าวต่อไปของเฟดเอ็กซ์จึงเป็นการพัฒนายานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ เนื่องจากอุบัติเหตุบนท้องถนนกว่า 9 ใน 10 ครั้งเกิดจากความผิดพลาดของมนุษย์[5] การนำบิ๊กดาต้าและปัญญาประดิษฐ์มาใช้นั้นจะช่วยให้ขั้นตอนการดำเนินงานของเรามีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในการขนส่งสินค้าโดยใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่

ในขณะที่รถบรรทุกไร้คนขับนั้นถูกคาดการณ์ว่าจะมีการนำมาใช้ในอุตสาหกรรมขนส่งในทศวรรษถัดไป เฟดเอ็กซ์ก็ได้ทดสอบนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่สามารถเชื่อมต่อรถบรรทุกหลายคันเข้าด้วยกันโดยจัดเป็นกลุ่ม และใช้การสื่อสารแบบไร้สายเชื่อมต่อระหว่างยานพาหนะแต่ละคัน โดยคนขับรถบรรทุกคันแรกสามารถควบคุมความเร็วและการเบรกของรถบรรทุกคันหลัง[6] เทคโนโลยีนี้ถูกออกแบบมาเพื่อการลดแรงต้านทานลม รวมทั้งช่วยประหยัดเชื้อเพลิงได้อีกด้วย

การขนส่งที่ดีนั้นไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ระบบการขนส่งและบรรจุภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการจัดการข้อมูลต่างๆ โดยมีไอโอที และบล็อกเชนเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยี ในบางครั้ง สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงแค่รู้ว่าพัสดุอยู่ที่ไหนในขั้นตอนของการจัดส่ง แต่รวมถึงความสามารถในการติดตามด้วยว่า มันได้รับการจัดเก็บในสภาวะที่เหมาะสมหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นยา อวัยวะเพื่อใช้ช่วยเหลือชีวิต อาหารสด ดอกไม้ หรือวัตถุดิบอื่นๆ ที่สามารถเน่าเสียได้ โดยสิ่งเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องได้รับการขนส่งที่มีการควบคุมอุณหภูมิและสภาวะแวดล้อมอย่างเหมาะสม ด้วยเหตุนี้ เราจึงได้พัฒนาเครื่องมือที่จะช่วยให้การตรวจสอบสภาพพัสดุเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที SenseAware จะแจ้งเตือนผู้ส่งเกี่ยวกับอุณหภูมิและความชื้นของสินค้า ปริมาณแสงที่พัสดุได้รับมากเกินไปหรือไม่ รวมถึงปัจจัยอื่นที่อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพของพัสดุ

ในขณะเดียวกัน ระบบบล็อกเชนช่วยลดปัญหาที่พบเจอได้เป็นประจำที่เกี่ยวข้องกับการส่งและรับสินค้า อย่างเช่น วันและเวลาในการส่ง การชำระค่าขนส่ง และความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการขนส่ง โดยบล็อกเชนใช้ระบบคอมพิวเตอร์โค้ดในการบันทึกทุกขั้นตอนของการซื้อขายและการขนส่งลงในระบบการบันทึกข้อมูลดิจิทัลถาวร ซึ่งจะไม่สามารถแก้ไขได้นอกจากว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะเห็นพ้องกัน นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่ระบบนี้จะสามารถทำให้บุคคลทั่วไปเข้าถึงข้อมูล ซึ่งจะนำไปสู่อีกขั้นของการสร้างความเชื่อมั่นและความโปร่งใสในการขนส่งระหว่างประเทศ[7] เฟดเอ็กซ์ได้เริ่มการทดสอบระบบบล็อกเชนกับพัสดุที่มีขนาดใหญ่และมูลค่าสูง อีกทั้งยังได้ร่วมทำงานอย่างใกล้ชิดกับ Blockchain in Transport Alliance (BiTA) เพื่อให้มั่นใจว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในระบบการขนส่งนั้นจะได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้

“ไอโอที ปัญญาประดิษฐ์ ยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ รวมทั้งนวัตกรรมสุดล้ำอื่นๆ เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมาระยะหนึ่งแล้ว ในขณะที่เฟดเอ็กซ์มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า และจะไม่หยุดยั้งที่จะพัฒนานวัตกรรมใหม่ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์โดยตรงกับลูกค้า เป้าหมายของบริษัทฯ คือการสร้างโอกาสและความเป็นไปได้ในเชิงธุรกิจ และเรารู้ว่าการใช้เทคโนโลยีอย่างถูกต้องเหมาะสมจะช่วยให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ[8]” คาเรน กล่าวปิดท้าย

 

เกี่ยวกับเฟดเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส

เฟดเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการขนส่งแบบด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยให้บริการรับส่งพัสดุที่รวดเร็วและเชื่อถือได้ สู่ปลายทางกว่า 220 ประเทศทั่วโลก เฟดเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส มีเครือข่ายการขนส่งทั้งภาคพื้นดินและทางอากาศทั่วโลก เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกด้านการจัดส่งพัสดุด่วนในเวลาจำกัด พร้อมทั้งรับประกันการคืนเงินภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด[1] .

เกี่ยวกับเฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (มีชื่อเรียกในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กว่า FDX) เป็นผู้ให้บริการขนส่ง อี-คอมเมิร์ซ และบริการด้านธุรกิจแก่ลูกค้าและธุรกิจต่างๆทั่วโลก บริษัทของเราให้บริการด้านธุรกิจครบวงจร โดยมีบริษัทในเครือที่ทำงานแข่งขันกันเป็นกลุ่มและบริหารจัดการด้วยความร่วมมือภายใต้แบรนด์เฟดเอ็กซ์ที่ได้รับความไว้วางใจ โดยมีรายได้ปีละ 69,000 ล้านเหรียญสหรัฐ บริษัทของเรายังได้รับยกย่องให้เป็นหนึ่งในผู้จ้างงานที่ได้รับความไว้วางใจและเป็นที่ชื่นชอบสูงสุดของโลก เฟดเอ็กซ์สร้างแรงบันดาลใจให้พนักงานมากกว่า 450,000 รายในการเป็นผู้ให้บริการขนส่งที่ยึดถือและปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย หลักจริยธรรม และความเชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ รวมถึงความต้องการของลูกค้าและชุมชน "อย่างแน่วแน่และถึงที่สุด" ท่านสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: about.fedex.com

 

[1]Digital transformation to contribute more than US$1 trillion to Asia Pacific GDP by 2021; AI is primary catalyst for further growth”, Microsoft Asia News Center, Feb 2018.

[2] Some mirrored messaging, http://www.fedex.com/be/enews/2018/february/logistics-tech-trends.html

[3] FedEx Corp Facts, FedEx website, May 2018.

[4] https://about.van.fedex.com/wp-content/uploads/2017/04/March-Madness-iPhones-and-Robots-FWS-04-06-2017.pdf

[5] Speech “March Madness, iPhones and Robots” by Frederick W. Smith at National Conference on Undergraduate Research, April 2017.

[6]The future tech trends set to revolutionise logistics”, FedEx website, Feb 2018.

[7]FedEx CEO: Adopt New Tech Like Blockchain or Be Disrupted”, May 2018,  

[8] Speech “March Madness, iPhones and Robots” by Frederick W. Smith at National Conference on Undergraduate Research, April 2017.

[1] ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

Rate this item
(0 votes)