TNR รับรู้ค่าใช้จ่ายลิขสิทธิ์และค่าตัดจำหน่ายใน Q1

นายอมร ดารารัตนโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) นายอมร ดารารัตนโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน)

TNR รับรู้ค่าใช้จ่ายลิขสิทธิ์และค่าตัดจำหน่ายใน Q1 เร่งปรับพอร์ตเพิ่มสัดส่วนขาย PLAYBOY และ ONETOUCH(TM)

‘บมจ.ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้’ หรือ TNR ผู้ผลิตและจำหน่ายถุงยางอนามัยจากน้ำยางธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดในไทย เร่งปรับพอร์ตเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้าภายใต้แบรนด์ PLAYBOY และ ONETOUCH(TM) ประเมินภาพรวมไตรมาส 1/62 บริษัทฯ ใช้งบประมาณจัดงานอีเวนต์ให้แก่แบรนด์ PLAYBOY และค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการตลาดอื่น ๆ ส่งผลต่อผลงานโค้งแรกของปีนี้ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

นายอมร ดารารัตนโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TNR เปิดเผยว่า หลังจากช่วงไตรมาส 2/61 ที่บริษัทฯ เข้าซื้อสิทธิ์การขายและทำการตลาดถุงยางอนามัยและผลิตภัณฑ์เจลหล่อลื่นภายใต้แบรนด์ PLAYBOY ซึ่งเป็นแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ในปีนี้ถือเป็นช่วงของการสื่อสารและทำการตลาดอย่างต่อเนื่องจากปีก่อน ตลอดจนการปรับพอร์ตสินค้าเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจ โดยมุ่งเน้นเพิ่มสัดส่วนรายได้จากกลุ่มธุรกิจผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัทฯ (OBM) ประกอบด้วย PLAYBOY ซึ่งเป็นแบรนด์หลักที่ใช้เจาะตลาดพรีเมียมในไทยและต่างประเทศ และแบรนด์ ONETOUCH(TM)  ที่ทำตลาดระดับกลางในประเทศไทยและกลุ่มประเทศ CLMV ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM) และกลุ่มธุรกิจงานประมูล (Tender)

อย่างไรก็ตาม การปรับพอร์ตสินค้าดังกล่าวต้องใช้เวลาในการสร้างฐานการตลาด จึงยังไม่สามารถเห็นผลได้ทันที ขณะที่ภาพรวมการดำเนินงานช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ บริษัทฯ จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเกิดจากการจัดงาน PLAYBOY CONDOMS GLOBAL SUMMIT ในประเทศไทย ประกอบกับมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ PLAYBOY เช่น ค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการขายและการตลาด ค่าตัดจำหน่ายเครื่องหมายการค้าและค่าลิขสิทธิ์ ในขณะที่ช่วงเดียวกันของปี 61 บริษัทฯ ยังไม่มีค่าใช้จ่ายดังกล่าว โดยค่าใช้จ่ายดังกล่าวจะเริ่มเกิดขึ้นในไตรมาส 2/61 หลังบริษัทฯ เข้าซื้อสิทธิ์การขายและทำตลาดถุงยางอนามัยและผลิตภัณฑ์เจลหล่อลื่น PLAYBOY นอกจากนี้ยังมีคำสั่งซื้อสินค้าบางส่วนที่เลื่อนส่งมอบเป็นไตรมาส 2/62 จึงส่งผลต่อภาพรวมการดำเนินงานไตรมาสแรกของปีนี้ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดไว้

“ปัจจุบันเราอยู่ระหว่างการปรับพอร์ตสินค้าซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพรวมบริษัทฯ ในระยะยาว จากปัจจุบันที่ยอดขายส่วนใหญ่มาจากกลุ่มธุรกิจรับจ้างผลิตและกลุ่มธุรกิจงานประมูล เราจะหันมาเน้นเพิ่มรายได้จากกลุ่มธุรกิจผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัทฯ แทน ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาในการปรับพอร์ต และคาดว่าจะเห็นผลภายในปี 2562 โดยการขยายประเทศคู่ค้าใหม่ ๆ และเพิ่มคำสั่งซื้อสินค้าในประเทศคู่ค้าที่มีอยู่ในปัจจุบันมากขึ้น” นายอมร กล่าว

Rate this item
(0 votes)

Page Visitor

017171988
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
3588
53861
269297
13840651
215021
1383188
17171988
Your IP: 3.237.178.91
2021-03-05 01:40