i-Store Self Storage ผู้นำบริการเช่าห้องเก็บของและทรัพย์สินระดับพรีเมียมของประเทศไทย

i-Store Self Storage ผู้นำบริการเช่าห้องเก็บของและทรัพย์สินระดับพรีเมียมของประเทศไทย เดินหน้าบุกตลาด Self Storage ตั้งเป้าเปิดสาขาให้บริการ 3 แห่งภายในปีหน้า เน้นย่านใจกลางเมือง รายได้ 50 ล้านบาท คว้าส่วนแบ่งตลาด 30% ล่าสุดร่วมมือแสนสิริ ให้บริการเช่าพื้นที่เก็บของแก่ลูกบ้าน พร้อมเตรียมขายแฟรนไชส์ เปิดช่องรับทรัพย์เพิ่ม คาดชัดเจนเดือนตุลาคมนี้ เล็งระดมทุนผ่าน LiVE platform ภายในปีนี้

นายภักดี อนิวรรตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท สตอเรจ เอเชีย จำกัด  ผู้นำการให้บริการเช่าห้องเก็บของและทรัพย์สิน (Self-Storage) ระดับพรีเมียมของประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาพรวมธุรกิจ Self-Storage ในประเทศไทย เริ่มเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ตามไลฟ์สไตล์ของคนกรุงเทพฯ ที่นิยมอาศัยอยู่ในย่านกลางเมือง พร้อมกับผู้ประกอบการด้านการค้าออนไลน์ และกิจการรูปแบบอื่นๆ ที่มีความต้องการใช้บริการเช่าพื้นที่เก็บของหรือสต็อกสินค้า

สำหรับภาพรวมตลาด Self-Storage ปี 61 บริษัทประเมินว่ามีแนวโน้มการเติบโตที่ดีจากการขยายตัวของภาคอสังหาริมทรพย์ ขณะที่ปัจจุบันตลาดพื้นที่เช่าเก็บของในไทยมีพื้นที่รวมอยู่ที่ประมาณ 15,000 ตร.ม. และคาดว่ามูลค่าตลาดพื้นที่เช่าเก็บของในไทยอีก 5 ปีข้างหน้าจะอยู่ที่ประมาณ 400,000 ตร.ม. ในขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีพื้นที่ให้บริการอยู่ที่ประมาณ 2,500 ตร.ม. โดยบริษัทตั้งเป้าจะมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ระดับ 30%  

ทั้งนี้ บริษัทได้ทำการตลาดแนะนำบริการ  i-Store” กับกลุ่มลูกค้าที่มีบ้าน คอนโดมิเนียม และกลุ่มผู้ประกอบการต่างๆ อีกทั้งได้มีการเปิดสาขาให้บริการแล้ว 2 แห่งที่สีลม และสุขุมวิท 24 ซึ่งในช่วงต่อจากนี้บริษัทจะขยายงานในส่วนต่างๆ ทำการตลาดเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายปีหน้าเปิดสาขาให้บริการ i-Store ทั่วกรุงเทพฯ ในย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) อีกจำนวน 3 แห่ง และมีรายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 50 ล้านบาท

สำหรับแนวทางการตลาดในปีนี้บริษัทจะเน้นการสื่อสารให้แบรนด์ i-Store เป็นที่เชื่อมั่นในกลุ่มผู้บริโภค พร้อมทั้งสร้างการรับรู้เกี่ยวกับความคุ้มค่าของการเลือกใช้บริการเช่าพื้นที่เก็บของที่มีคุณภาพ และความปลอดภัยสูง ตามสโลแกน “ของที่คุณรักต้องฝากกับเพื่อนที่รู้ใจ” โดยบริการของบริษัทมีทั้งหมด 4 บริการ ประกอบด้วย บริการห้องเก็บของส่วนบุคคล, บริการห้องเก็บของสำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจ, บริการห้องเก็บไวน์ และบริการ BOX STORAGE โดยมีขนาดห้องตั้งแต่ 0.5 ตร.ม. จนถึง 18 ตร.ม. และมีระดับราคาของทั้ง 4 บริการอยู่ระหว่าง 900-20,000 บาทต่อเดือน

“i-Store ทำตลาดโดยเน้นฐานลูกค้ากลุ่มที่อาศัยในคอนโดในเมือง กลุ่มผู้ประกอบการพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ออฟฟิศสำนักงานต่างๆ ซึ่งการเข้ามาทำตลาดในครั้งนี้เป้าหมายไม่ใช่การแข่งขันเพื่อแย่งชิงยอดขายในตลาด แต่ต้องการเป็นตัวช่วยให้คนเมืองได้มีพื้นที่ใช้สอยภายในที่พักอาศัยมากขึ้น ด้วยการเดินทางที่สะดวกใกล้รถไฟฟ้า BTS มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีคุณภาพ มีสภาพแวดล้อมของสถานที่มีระบบความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง มีระบบป้องกันเพลิงไหม้ มีคีย์การ์ด เข้า-ออกอาคาร และใช้สแกนขึ้นลิฟต์ไปในชั้นของตัวเองได้เท่านั้น พร้อมควบคุมระบบแสงไฟ พัดลมระบายอากาศและเซ็นเซอร์ระบบไฟส่องสว่าง ผู้ใช้บริการสามารถเข้ามาเอาของได้ตลอด 24 ชั่วโมง ได้ทุกวัน เพียงแค่มีคีย์การ์ดเพียงใบเดียว”นายภักดี กล่าว

นอกจากนี้บริษัทยังมีการขยายฐานผู้ใช้บริการโดยร่วมมือกับพันธมิตรที่เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดย i-Store ได้ร่วมมือกับ บมจ.แสนสิริ ในการยกระดับประสบการณ์การใช้ชีวิตเพื่อลูกบ้านแสนสิริ โดยสามารถเลือกใช้บริการของ i-Store ผ่าน Application HOME SERVICE 2.0 บน ฟีเจอร์ SANSIRI MOVE-IN EXPERIENCE ในกลุ่ม MOVING บริการให้เช่าห้องเก็บของ  (Self-Storage) และ กลุ่ม EASY LIVING บริการให้เช่าห้องเก็บไวน์ (Wine Storage) พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษที่เหนือกว่าให้กับลูกบ้านแสนสิริโดยเฉพาะ คาดว่าแคมเปญนี้จะได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากลูกบ้านของแสนสิริ ที่ i-Store จะเป็นตัวช่วยให้ลูกบ้านมีพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน หรือคอนโดมิเนียมเพิ่มมากขึ้น

นายภักดี กล่าวต่อไปว่า บริษัทมีแผนขยายธุรกิจผ่านระบบแฟรนไชส์เพิ่มเติม ขณะนี้อยู่ระหว่างกำหนดรูปแบบและรายละเอียดในการลงทุน คาดว่าจะเริ่มเปิดขายแฟรนไชส์ได้ภายในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้เริ่มให้ข้อมูลกับผู้สนใจแล้วหลายราย โดยกลุ่มผู้สนใจมีทั้งที่มีความคุ้นเคยในธุรกิจพื้นที่เช่าอาคารสำนักงาน รวมถึงมีแหล่งเงินทุนพร้อมอยู่แล้ว และกลุ่มผู้ประกอบการที่ไม่มีประสบการณ์ แต่มี Asset และต้องการร่วมธุรกิจผ่านระบบแฟรนไชส์

อีกทั้งบริษัทวางแผนเตรียมจะระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยผ่าน LiVE platform ในการระดมทุนในรูปแบบคราวด์ฟันดิ้งและการซื้อขายหลักทรัพย์ในรูปแบบเจรจาต่อรอง (Over The Counter: OTC) ซึ่งเป็นการซื้อขายที่เรียกว่าระบบนอกตลาด โดยเป็นการตกลงกันเองระหว่างผู้ลงทุนโดยชำระราคา และส่งมอบกันนอกระบบตลาด ทั้งนี้คาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปในภายในปีนี้

____________________

i-Store Self Storage, the leader of the premium Self-Storage service provider in Thailand, aims to enter the Self Storage market, targeting the launch of 3 branches within next year with the focus in the CBD, achieving the revenue of 50 million baht, and the market share of 30%. Recently, it has joined hands with Sansiri to provide the storage service to Sansiri’s residents. It also has a preparation for franchise sales, as its revenue expansion, which will be clearly acknowledged in this October. The capital raising on the online platform is expected to be executed within this year.  

Mr. Pakdee Anivat, CEO and Founder of Storage Asia Co., Ltd., the leader of the premium Self-Storage service provider in Thailand disclosed that the present overview of the Self-Storage business in Thailand had started to be recognized and received more popularity following the Bangkokians’ lifestyle i.e. living in the city area and the Self-Storage demand from the online merchants and other businesses.

The Company has evaluated the overall market of the Self-Storage market in 2018 to have a good growth due to the expansion of the property sector. Meanwhile, the present market of the storage area in Thailand has the total space of around 15,000 square meters and the market value is expected to increase to around 400,000 square meters within the next 5 years. However, the Company’s approximate storage space is at 2,500 square meters and it aims to achieve the market share of 30%.

The Company has the marketing activity to introduce the service of “i-Store” to customers who own houses and condominiums, and to groups of business owners. The two branches were launched in Silom and Sukhumvit 24. In addition, the Company will expand its operations with aggressive marketing strategy with next year’s target to launch 3 i-Store branches across Bangkok within the CBD area, expecting to achieve the total revenue of around 50 million baht.  

This year’s marketing plan of the Company focuses on strengthen the confidence of the i-Store brand among consumers as well as to build the awareness of the economic value upon choosing high quality and safety storage room, according to the slogan, “Your Loved Belongings, Our Caring”.  The Company’s storage services consist of 4 services: personal storage, business storage, wine storage, and BOX STORAGE with the storage room’s sizes ranging from 0.5 sq. m. to 18 sq. m., and the prices of the 4 services ranging from 900 – 20,000 baht per month.  

“i-Store’s marketing activity focuses on customers living in condominiums located in the city, online merchants, and offices. The strategy is not to win the sales volume in the market, but it aims to help the city people with more living spaces within the residential areas. The locations of the storage rooms are very easy to commute with the nearby BTS. They are facilitated with quality facilitation, 24-hour secured environment, fire prevention system, keycard for entering-leaving the building and for scanning into the elevator to one’s own floor only, lighting control system, and ventilators and lighting censoring. The customers can access to their belongings any time throughout 24 hours and every day with one keycard,” said Mr. Pakdee.

In addition, with the cooperation with a property developer, as a partner, the Company continues to expand its customer base. I-Store has joined hands with Sansiri Pcl., to enhance Sansiri’s residents’ living experience through i-Store service Sansiri application, HOME SERVICE 2.0, on the feature of SANSIRI MOVE-IN EXPERIENCE to the MOVING group by providing the Self-Storage service, and to the EASY LIVING group by providing Wine Storage service with special offers to Sansiri’s residents. It is expected that the campaign will receive good response from Sansiri’s residents since i-Store will help increase living spaces within their houses or condominiums.

Mr. Pakdee added that the Company had a plan to expand its business to the franchise system of which the investment strategy and details are under development. It is expected that the franchise sales would be commenced within quarter 4 of this year. At present, the Company had started to provide information to many interested persons who were either familiar with the office building rental and had sources of funds, or inexperienced with assets and wanted to join the business through the franchise system.

The Company has prepared for the capital raising in the Stock Exchange of Thailand via the LiVE platform, which is in the form of Cloud Funding, and the Over The Counter (OTC) trading, which is the off-market system where the negotiation is mutually made between the investors while the payment and the settlement are performed off the market’s system. The conclusion of the capital raising will be made within this year.    

Rate this item
(0 votes)

Page Visitor

003262182
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
52235
47835
100070
114648
52235
459947
3262182
Your IP: 3.235.75.174
2020-06-01 23:30