ชี้หลายปัจจัยหนุนกองทรัสต์ DREIT แกร่ง หลังขยายพอร์ตลงทุนเพิ่มใน ‘ดุสิตธานี มัลดีฟส์’

นายสานต่อ มุทธสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดุสิตธานี พร็อพเพอร์ตี้ส์ รีท จำกัด นายสานต่อ มุทธสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดุสิตธานี พร็อพเพอร์ตี้ส์ รีท จำกัด

ชี้หลายปัจจัยหนุนกองทรัสต์ DREIT แกร่ง หลังขยายพอร์ตลงทุนเพิ่มใน ‘ดุสิตธานี มัลดีฟส์’

ผู้บริหารดุสิตธานี พร็อพเพอร์ตี้ส์ รีท คาดเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนครั้งที่ 1 ของ DREIT ได้ภายในไตรมาส 3 ปีนี้ เพื่อเข้าซื้อโครงการโรงแรมดุสิตธานี มัลดีฟส์ ทรัพย์สินคุณภาพสูงที่มีอัตราเข้าพักเฉลี่ยปี 61 สูงถึง 84.43% ด้านที่ปรึกษาทางการเงินชี้การลงทุนเพิ่มเติมจะช่วยหนุนให้กองทรัสต์ DREIT แข็งแกร่งขึ้น เป็นการกระจายแหล่งที่มาของรายได้จากโครงการในต่างประเทศ จากเดิมที่มีเฉพาะโรงแรมในประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นการกระจายฐานลูกค้าอีกด้วย โดยการลงทุนครั้งนี้คาดว่าจะไม่ทำให้อัตราผลตอบแทนต่อหน่วยลดลง แต่จะทำให้ขนาดกองทรัสต์ใหญ่ขึ้น ส่งผลดีต่อสภาพคล่องในการซื้อขาย เพิ่มความสามารถในการกู้ยืมเงิน และความสามารถในการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ

นายสานต่อ มุทธสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดุสิตธานี พร็อพเพอร์ตี้ส์ รีท จำกัด ผู้จัดการกองทรัสต์ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี (DREIT) เปิดเผยว่า ขณะนี้แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมครั้งที่ 1 (การเพิ่มทุน) ของ DREIT ซึ่งจะเสนอขายต่อผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมตามสิทธิที่ได้รับจัดสรรตามสัดส่วนการถือหน่วยทรัสต์ (Rights Offering) และเสนอขายต่อประชาชนทั่วไป (Public Offering) จำนวนไม่เกิน 365 ล้านหน่วย อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งคาดว่าจะได้รับอนุมัติให้เสนอขายได้ภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้

ทั้งนี้เงินระดมทุนที่ได้จากการออกหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนดังกล่าวจะนำไปเป็นส่วนหนึ่งของเงินลงทุนในโครงการโรงแรมดุสิตธานี มัลดีฟส์ ซึ่งเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ระดับ 5 ดาว ตั้งอยู่บนเกาะ Mudhdhoo ในหมู่เกาะ Baa Atoll สาธารณรัฐมัลดีฟส์ บนพื้นที่เช่าประมาณ 116 ไร่ 2 งาน 60 ตารางวา ระยะเวลาเช่าคงเหลือ 40 ปีเศษ  มีมูลค่าการลงทุนรวมไม่เกิน 2,385.60 ล้านบาท

“โรงแรมดุสิตธานี มัลดีฟส์ เป็นโรงแรมประเภทรีสอร์ท โดยมีอาคารบ้านพักตากอากาศ (Villa) ที่ได้รับการออกแบบที่มีลักษณะเฉพาะ ผสมผสานสถาปัตยกรรมมัลดีฟส์กับการตกแต่งที่มีความเป็นไทย ผนวกกับทิวทัศน์อันงดงามของมัลดีฟส์ จึงเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวนิยมไปพัก โดยมีอัตราเข้าพักเฉลี่ยในปี 2561 สูงถึง 84.43% นอกจากโรงแรมดุสิตธานี มัลดีฟส์ ที่จะลงทุนในครั้งนี้ ผู้จัดการกองทรัสต์มีนโยบายบริหารจัดการกองทรัสต์เชิงรุก มุ่งมั่นที่จะหาทรัพย์สินที่มีศักยภาพและคุณภาพดี เพื่อผลักดันให้กองทรัสต์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยจะคำนึงถึงการสร้างผลตอบแทนที่มีเสถียรภาพให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ในระยะยาว” นายสานต่อกล่าว

ด้านนายนิพัทธ์ วัฒนาธิษฐาน  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า การลงทุนเพิ่มเติมของ DREIT ในครั้งนี้ จะทำให้รายได้ค่าเช่าของกองทรัสต์มีความมั่นคงมากขึ้นผ่านการกระจายความเสี่ยงของการจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สิน ซึ่งเดิม DREIT ลงทุนในโครงการโรงแรมในประเทศทั้งหมด 3 แห่ง คือ โรงแรมดุสิตดีทู เชียงใหม่ โรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต และ โรงแรมดุสิตธานีหัวหิน การเพิ่มโครงการในต่างประเทศเข้ามาจะช่วยลดการพึ่งพิงแหล่งรายได้ของกองทรัสต์ DREIT กับทรัพย์สินใดทรัพย์สินหนึ่ง (Asset Diversification)

นอกจากนั้น การเข้าลงทุนเพิ่มเติมในครั้งนี้ยังเป็นการขยายฐานลูกค้าให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสัดส่วนลูกค้าประเภทบุคคล (Frequent Individual Traveler) คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นจากร้อยละ 75 เป็นร้อยละ 86 และทำให้รายได้ค่าเช่าของกองทรัสต์ทั้งปีมีเสถียรภาพมากขึ้น เนื่องจากเป็นการลดความผันผวนจากฤดูกาลท่องเที่ยวจากสัดส่วนครึ่งปีแรกของปีต่อครึ่งปีหลังของปีที่ร้อยละ 68.48 ต่อร้อยละ 31.52 เป็นร้อยละ 60.18 ต่อร้อยละ 39.82 ภายหลังการเข้าลงทุน อีกทั้งยังเป็นการลดการพึ่งพิงฐานลูกค้าชาวไทยอีกด้วย

“การลงทุนครั้งนี้จะทำให้กองทรัสต์เติบโตในทรัพย์สินที่มีคุณภาพสูง เป็นทรัพย์สินที่มีศักยภาพ และไม่ทำให้อัตราผลตอบแทนต่อหน่วย (Cash Distribution per Unit หรือ DPU) ของผู้ถือหน่วยทรัสต์ลดลง เมื่อเทียบกับกรณีที่ไม่มีการลงทุนในทรัพย์สินที่กองทรัสต์ DREIT จะเข้าลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 1” นายนิพัทธ์ วัฒนาธิษฐาน กล่าว

นอกจากนี้ การเพิ่มทุนดังกล่าวจะทำให้กองทรัสต์มีมูลค่าสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบัน มูลค่าทรัพย์สินรวมของกองทรัสต์อยู่ที่ระดับประมาณ 4,554 ล้านบาท ซึ่งภายหลังจากการเข้าลงทุนในโรงแรมดุสิตธานี มัลดีฟส์ คาดว่ากองทรัสต์จะมีมูลค่าสินทรัพย์รวมไม่เกิน 7,036 ล้านบาท จึงคาดว่าจะส่งผลดีต่อสภาพคล่องในการซื้อขายหน่วยทรัสต์จากจำนวนหน่วยที่มากขึ้น เพิ่มความสนใจให้แก่นักลงทุนกลุ่มใหม่ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความสามารถในการกู้ยืมเงิน รวมถึงความสามารถในการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ของกองทรัสต์ ซึ่งจะเป็นผลดีต่ออัตราผลตอบแทนของหน่วยทรัสต์ในอนาคตอีกด้วย

Rate this item
(0 votes)