“บล.โกลเบล็ก” ขานรับธนาคารทั่วโลกส่งสัญญาณใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย

น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS

“บล.โกลเบล็ก” ขานรับธนาคารทั่วโลกส่งสัญญาณใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย แนะกลยุทธ์ลงทุนหุ้นอานิสงส์เงินบาทแข็ง-หุ้นติดโผ SET50 - SET100 - SETHD

บล.โกลเบล็ก มองหุ้นไทยตอบรับปัจจัยบวกจากแนวโน้มธนาคารกลางทั่วโลกส่วนใหญ่ส่งสัญญาณใช้มาตรการการเงินแบบผ่อนคลาย และการปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนตลาดหุ้นไทยของ MSCI หนุนแรงซื้อต่างชาติไหลเข้า บวกกับราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น สร้างแรงเก็งกำไรหุ้นพลังงาน ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นมีความผันในกรอบ 1,690-1,735  จุด แนะจับตาสถานการณ์สงครามการค้าสหรัฐ-จีน หลังระงับ5บริษัทจีนทำการซื้อชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากสหรัฐ ด้านกลยุทธ์แนะลงทุนหุ้นได้อานิสงส์เงินบาทแข็งค่า และหุ้นติดโผ SET50-SET100-SETHD มีผลครึ่งหลัง 62 ด้านราคาทองแนะนำเล่นเก็งกำไรในกรอบ  1,380-1,410 ดอลลาร์ และปรับกลยุทธ์มาเล่น breakout follow เมื่อทะลุออกจากกรอบ

.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS กล่าวว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยตอบรับปัจจัยบวกจากธนาคารกลางแต่ละประเทศมีแนวโน้มปรับมาใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย โดยธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ส่งสัญญาณจากการประชุมครั้งล่าสุดในเดือนมิ.ย. ทำให้ตลาดการเงินคาด FED จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า  ส่วนธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่งสัญญาณว่าอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ย หรือซื้อพันธบัตรตามมาตรการ QE หากเงินเฟ้อไม่ถึงเป้าหมาย และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เตรียมพิจารณานโยบายผ่อนคลายเพิ่มเติมที่หลากหลายหากจำเป็นเพื่อเผชิญกับเศรษฐกิจโลกที่มีความเสี่ยงขาลง

ประกอบกับสัญญาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้น 10% ในสัปดาห์ที่ผ่านมาจากความวิตกเกี่ยวกับการที่สหรัฐอาจโจมตีอิหร่าน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเส้นทางลำเลียงน้ำมันในตะวันออกกลาง ส่งผลบวกเชิงจิตวิทยาต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน และ การที่ดัชนี MSCI ปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนตลาดหุ้นไทยจาก 2.5% เป็น 3% เมื่อปลายเดือนพ.ค.หนุนนักลงทุนต่างชาติพลิกซื้อสุทธิ YTD ราว 2.7 หมื่นล้านบาทในช่วงที่ผ่านมา

ส่วนปัจจัยลบที่มีผลต่อการลงทุนต่อเนื่อง อาทิ สงครามการค้าสหรัฐฯและจีนมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐประกาศห้ามบริษัทจีนอีก 5 รายทำการซื้อชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากบริษัทของสหรัฐฯ  โดยระบุว่ามีแนวโน้มอย่างมากที่จะกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ และละเมิดนโยบายต่างประเทศของสหรัฐ

และมูลค่าการส่งออกของไทยในเดือน พ.ค. 62 ติดลบ 5.79% มากกว่าตลาดคาดที่ติดลบ 5% ส่งผลให้ภาพรวมภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทยในช่วง 5 เดือนปีนี้ (ม.ค.-พ.ค.) มูลค่าการส่งออก ติดลบ 2.70% ขณะที่สัปดาห์ที่ผ่านมาเงินบาทแข็งค่าสุดในรอบ 6 ปีที่ 30.79 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ และค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าต่อในสัปดาห์นี้ ทำให้สินค้าส่งออกของไทยลดความสามารถในการแข่งขันด้านราคา ยิ่งทำให้การส่งออกปีนี้มีโอกาสหดตัว

นอกจากนี้ยังคงต้องจับตาในวันที่ 24 มิ.ย. สหรัฐ เปิดเผย ดัชนีกิจกรรมเศรษฐกิจทั่วประเทศเดือน พ.ค. และดัชนีการผลิตเดือน มิ.ย. และ วันที่ 25 มิ.ย. ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยรายงานการประชุม, สหรัฐ เปิดเผย ราคาบ้านเดือน เม.ย. ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน มิ.ย. ยอดขายบ้านใหม่เดือนพ.ค. และดัชนีการผลิตเดือน มิ.ย. วันที่ 26 มิ.ย.  ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 4/2562 วันที่ 28 มิ.ย.  ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย วันที่ 28-29 มิ.ย. การประชุมกลุ่มประเทศ G20 ที่ญี่ปุ่น และวันที่ 1 ก.ค. กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก)จัดการประชุม ส่วนวันที่ 2 ก.ค. ประเทศนอกกลุ่มโอเปก นำโดยรัสเซีย จะเข้าร่วมประชุมหารือเกี่ยวกับการขยายเวลาปรับลดการผลิตจนถึงสิ้นปีนี้ที่กรุงเวียนนา

ด้านนายสรรพกัณฑ์ ปัมทบริสุทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก  กล่าวว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยยังมีแนวโน้มผันผวน คาดดัชนี SET จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ  1,690 – 1,735 จุด โดยแนะนำกลยุทธ์ การลงทุนในธุรกิจที่ได้ประโยชน์ (Positive) ซึ่งเน้นทำธุรกิจในประเทศ นำเข้าวัตถุดิบและมีหนี้สินเป็นเงินดอลลาร์ เนื่องจากจะมีต้นทุนลดลงเมื่อคิดเป็นเงินบาทในการชำระค่าซื้อวัตถุดิบหรือชำระหนี้ ได้แก่ ธุรกิจเกษตร ธุรกิจเหล็ก ธุรกิจท่องเที่ยวขาออก แนะนำ TASCO, TOA, PTTEP, TOP และ EGCO และหุ้นเข้าใหม่ SET50 : SAWAD, OSP หุ้นเข้าใหม่ SET100 : JAS, JMT, OSP รวมทั้ง SETHD : BEAUTY, INTUCH, JMT, KCE มีผลครึ่งปีหลัง 2562

สำหรับแนวทางการลงทุนในทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า ราคาทองคำถูกหนุนให้ปรับตัวสูงขึ้นเหนือระดับ US$1,400 จากการอ่อนลงไม่หยุดของสกุลเงินดอลลาร์ หลังจากที่ Fed ออกมาส่งสัญญาณว่าอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงภายในปีนี้เพื่อหนุนอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ที่ระดับเป้าหมาย 2% ซึ่งตลาดตีความว่าอาจมีการพิจารณาหยุดการลดงบดุลหรือกระทั่งการกลับมาทำ QE อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม การดิ่งลงของค่าเงินดอลลาร์ได้กดเงินบาทให้แข็งค่าหลุดระดับ 31 บาทต่อดอลลาร์ จากภาวะเงินไหลเข้าทั้งในแง่เพื่อเก็งกำไรในตลาดเกิดใหม่และในฐานะที่เป็นทางเลือกหนึ่งของสินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งเป็นปัจจัยลบค่อนข้างมากต่อการปรับขึ้นของราคาทองคำในประเทศในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ดังนั้น นักลงทุนจึงควรติดตามผลการประชุม กนง.ช่วงกลางสัปดาห์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะถือเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญระหว่างการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อเปิดช่องไว้ในกรณีที่เศรษฐกิจเริ่มเข้าสู่ภาวะถดถอยจริง หรือ การส่งสัญญาณเตรียมลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเพื่อเป็นเบาะรองรับภาวะเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัวจากสงครามการค้าโลกและเงินบาทที่แข็งค่ามากเกินไปที่ทำให้การส่งออกของไทยหดตัว

สำหรับมุมมองทางเทคนิคประเมินราคาทองคำสัปดาห์นี้มีจุดรับสำคัญอยู่ที่ 1,380 ดอลลาร์ ถ้าย่อลงมาแล้วยืนได้ ราคาจะกลับไปอยู่เหนือ 1,400 ดอลลาร์ เพื่อขึ้นต่อ แต่ถ้าย่อแล้วหลุด 1,380 ดอลลาร์ จะถือว่าจบรอบขาขึ้น การลงจะเป็นรูป double top ที่มีเป้าหมายช่วงรับอยู่แถว 1,340-1,350 ดอลลาร์ แนะนำเล่นเก็งกำไรในกรอบ  1,380-1,410 ดอลลาร์ และปรับกลยุทธ์มาเล่น breakout follow เมื่อทะลุออกจากกรอบดังกล่าว

Rate this item
(0 votes)