พรูเด็นซ์ ฟาวน์เดชัน ร่วมกับ เครือข่ายนักลงทุนเพื่อสังคมแห่งเอเชีย

พรูเด็นซ์ ฟาวน์เดชัน ร่วมกับ เครือข่ายนักลงทุนเพื่อสังคมแห่งเอเชีย ประกาศผลผู้ชนะเลิศ การประกวดนวัตกรรมด้านภัยพิบัติ “The Disaster Tech Innovation”

สร้างแพลตฟอร์มเพื่อรองรับเทคโนโลยีที่จะเข้ามามีบทบาทช่วยเหลือและปกป้องให้ชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

(จากซ้ายไปขวา) ไนนา บาตรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AVPN, โดนัล เคนัค ประธานกรรมการ พรูเด็นซ์ ฟาวน์เดชัน, แจน เกลแฟนด์ จาก IFRC, จาเรด แธม จาก Give2Asia, จัสติน เฮนซ์รอธ จาก FieldSight, อาเมีย ไดเนอร์ จาก SeismicAI, ยาซุฟ จาก PetaBencana.id, เนท สมิธ จาก OpenAerialMap และ ซิลเวีย คาเดนา จากมูลนิธิ APNIC

พรูเด็นซ์ ฟาวน์เดชัน (Prudence Foundation) องค์กรการกุศลของกลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียลในภูมิภาคเอเชีย และเครือข่ายนักลงทุนเพื่อสังคมแห่งเอเชีย (AVPN) องค์กรที่มุ่งเน้นเรื่องการบริจาคเชิงกลยุทธ์และเพื่อการสร้างเครือข่ายการร่วมลงทุนเพื่อสังคมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ร่วมประกาศผลผู้ชนะเลิศการแข่งขันการประกวดนวัตกรรมด้านภัยพิบัติ “The Disaster Tech Innovation” ที่มุ่งให้ความสำคัญต่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีสำหรับการให้ความช่วยเหลือและปกป้องชีวิตผู้คนทั้งก่อน ระหว่าง และหลังภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น (หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Disaster Tech”)

จากการประกาศรับสมัครผู้เข้าแข่งขันจากทั่วโลกภายในงานการประกวด Live Pitch Event ณ ประเทศสิงคโปร์ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้เข้ารอบสุดท้ายจำนวนทั้งหมด 5 ราย[1] จากผู้สมัครทั่วโลก อันประกอบไปด้วย หน่วยงานภาคเอกชน และองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรที่เน้นการทำประโยชน์พื่อสังคม และได้รับเกียรติจากคณะผู้เชี่ยวชาญ[2]  มาเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการผู้ตัดสินในครั้งนี้ โดยมีประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วมการแข่งขัน อาทิ กัมพูชา อินโดนีเซีย เนปาล บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ และไต้หวัน ได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ในการช่วยป้องกันและฟื้นฟูจากเหตุภัยพิบัติในภูมิภาคนี้

ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศได้แก่ FieldSight จากผลงานการนำเสนอแพลตฟอร์มบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ที่ช่วยสนับสนุนกิจกรรมเพื่อฟื้นฟูโครงสร้างจากเหตุภัยพิบัติ คว้าเงินรางวัลมูลค่ากว่า 3,000,000 บาท (100,000 ดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อนำไปช่วยสนับสนุนการดำเนินงานและพัฒนาโซลูชันของเทคโนโลยีเพื่อรับมือกับภัยพิบัตินี้ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

FieldSight คือ แพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่มาพร้อมกับแอปบนมือถือที่ใช้สำหรับการติดตาม สามารถทำงานออฟไลน์ และใช้งานได้ในสถานที่ห่างไกล โดยจับคู่กับเว็บแอป สำหรับดู วิเคราะห์ และตรวจสอบข้อมูล

“ความถี่และขนาดของภัยพิบัติที่เกิดขึ้นทั่วโลกเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมาก แต่นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านพิบัติภัยจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ชุมชนสามารถจัดการ และฟื้นฟูจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้นเหล่านี้” นานจัสติน เฮ็นซ์รอธ ผู้อำนวยการ FieldSight กล่าว “เราเปิดตัวแพลตฟอร์มนี้ครั้งแรกในประเทศเนปาล หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงในปีพ.ศ. 2558 จากนั้นได้นำมาใช้งานในพื้นที่กว่า 60,000 แห่ง ใน 16 ประเทศ เพื่อติดตาม และดูแลเกี่ยวกับขั้นตอนการรับประกันคุณภาพของกิจกรรมช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรม รวมถึงกิจกรรมปรับปรุงโครงสร้างหลังเกิดเหตุภัยพิบัติ การแข่งขันการประกวดนวัตกรรมด้านภัยพิบัติช่วยให้เรารู้จักและสร้างความสัมพันธ์กับสมาชิกเครือข่าย ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค รวมถึงความสนับสนุนด้านการเงินในวงกว้างมากยิ่งขึ้นอย่างที่เราไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ FieldSight มีความมุ่งมั่นในการลดผลกระทบจากเหตุพิบัติภัยที่เกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและทั่วโลกต่อไป ผลกระทบจากภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และทั่วโลก”

ภุมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงครองอันดับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงและต้องรับมือกับภัยพิบัติธรรมชาติมากที่สุด โดยประชากรในประเทศที่กำลังพัฒนาทั่วเอเชียกว่า 1 พันล้านคนมีความเสี่ยงจะเผชิญกับภยันตรายจากภัยพิบัติธรรมชาติที่หลากหลาย[3] ซึ่งรวมถึงพายุหมุนเขตร้อน น้ำท่วม แผ่นดินไหวและอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่าในแต่ละปี จะมีเด็กๆ จำนวนกว่า 200 ล้านคน ซึ่งอาจจะมีชีวิตที่เหมือนฝันร้าย เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติอย่างรุนแรงในไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า[4]

วิศวกรใช้ FieldSight ในการติดตามงานก่อสร้างโรงเรียนในเมืองซาร์ลาฮี ประเทศเนปาล
เครดิตภาพ: จอห์น เรย์

ทางด้าน มร.โดนัล เคแนค ประธานกรรมการ พรูเด็นซ์ ฟาวน์เดชั่น กล่าวว่า “ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีไม่เพียงแต่จะเป็นตัวเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนเท่านั้น แต่ยังให้ความดูแล ปกป้อง และช่วยเหลือชีวิตได้ดียิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน เราจึงมั่นใจว่าผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายมานี้ จะสามารถนำเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมาพัฒนาและสร้างความแตกต่างในแนวทางการช่วยเหลือชุมชนในภูมิภาคเอเชียให้เกิดความพร้อมและฟื้นตัวจากภัยพิบัติทางธรรมชาติได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งเรารู้สึกซาบซึ้งในความร่วมมือ และการได้รับความสนับสนุนในการจัดการประกวดในครั้งนี้จากพันธมิตรต่างๆ โดยเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมดีๆ แบบนี้ต่อไป เพื่อให้ชุมชนของเรามีความแข็งแกร่ง ปลอดภัยและฟื้นตัวจากภัยพิบัติได้รวดเร็วยิ่งขึ้น”

นอกจากนี้ ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนวัตกรรมเทคโนโลยีภัยพิบัติ “The Disaster Tech Innovation” เพื่อช่วยสนับสนุนองค์กรที่เน้นการทำคุณประโยชน์ต่อสังคมในด้านภัยพิบัติ  ผู้เข้าแข่งขันที่ได้เข้ารอบสดท้ายยังได้รับเชิญให้เข้าร่วมจัดแสดงและนำเสนอผลงานอันทันสมัย และได้มีโอกาสพบปะกับพันธมิตรอื่นๆ ในงานประชุมประจำปีของ AVPN ซึ่งเป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของผู้ให้การสนับสนุนเงินลงทุน และทรัพยากรแก่โครงการที่เป็นประโยชน์ทางสังคมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ในระหว่างวันที่ 26-28 มิถุนายน 2562 ณ ประเทศสิงคโปร์

“เครือข่ายนักลงทุนเพื่อสังคมแห่งเอเชีย (AVPN) มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับพรูเด็นซ์ ฟาวน์เดชัน ในการมอบโอกาสให้นักพัฒนาทุกท่านได้พัฒนาผลงาน และแนวทางใหม่ๆ ในการรับมือกับผลกระทบอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติ” โดย นายเควิน ทีโอ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ของเครือข่ายนักลงทุนเพื่อสังคมแห่งเอเชีย (AVPN) ได้กล่าวเสริมว่า “ภารกิจหลักของ AVPN คือการเคลื่อนย้ายเงินทุนไปสู่ผู้ที่ได้รับผลกระทบหรือผู้ประสบภัยพิบัติ ดังนั้น การคิดริเริ่มกิจกรรมนี้ขึ้นมาจึงถือได้ว่าเหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ ที่ได้มาจากผู้เข้าแข่งขัน สามารถที่จะนำไปเสริมสร้างการระดมทุนได้โดยตรง อีกทั้งยังช่วยให้องค์กรต่างๆ เหล่านี้สามารถเข้าถึงเครือข่าย AVPN เพื่อก่อให้เกิดการสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรมได้มากยิ่งขึ้นต่อไป”

นอกจากภารกิจหลักของ พรูเด็นซ์ ฟาวน์เดชัน ในการมุ่งส่งเสริมการเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติและการฟื้นฟูทั่วภูมิภาคเอเชียมาตั้งแต่ปีพ.ศ.  2556 แล้ว โครงการ Disaster Tech Innovation นี้ยังมุ่งให้การสนับสนุนแก่องค์กรต่างๆ ให้เข้ามามีส่วนร่วมในด้านนี้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ พรูเด็นซ์ ฟาวน์เดชัน ยังได้ริเริ่มโครงการต่างๆ ที่มุ่งเน้นการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติได้แก่ โครงการขั้นตอนรู้รอด ปลอดภัย (SAFE STEPS) และโครงการโรงเรียนปลอดภัย (Safe School) เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ขององค์การสหประชาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป้าหมายที่ 11 (พัฒนาเมืองและชุมชนอย่างยั่งยืน) และ เป้าหมายที่ 13 (การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ)

ในขณะที่เทคโนโลยียังคงพัฒนาและนำเสนอโซลูชั่นในเชิงลึกอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยป้องกันและฟื้นฟูชุมชนจากผลกระทบจากภัยธรรมชาติ พรูเด็นซ์ ฟาวน์เดชันจึงยังคงมุ่งมั่นในการสร้างการรับรู้ และสนับสนุนองค์กรที่มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อรับมือกับภัยพิบัติ เพื่อค้นหาและต่อยอดประสิทธิภาพของเทคโนโลยีแบบองค์รวม หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการนวัตกรรมเทคโนโลยีภัยพิบัติสามารถเยี่ยมชมได้ที่ https://avpn.asia/disaster-tech/

 

[1] โปรดดูภาคผนวกเกี่ยวกับผู้เข้ารอบสุดท้าย

[2] โปรดดูหมายเหตุสำหรับกองบรรณาธิการสำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับคณะกรรมการตัดสิน

[3] อ้างอิง Global Risk Hotspots Analysis 2015, UN ESCAP

[4] อ้างอิง Disaster Impacts on Education in the Asia Pacific Region in 2015. Save the Children

Rate this item
(0 votes)