วัณโรคหลังโพรงจมูก

วัณโรคหลังโพรงจมูก

“วัณโรค” แม้ว่าจะเป็นโรคที่คุ้นหูสำหรับคนไทย แต่ “วัณโรคหลังโพรงจมูก” อาจจะเป็นโรคใหม่ ที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยหนัก และไม่มีอาการที่ปรากฏชัด ซึ่งหากเกิดขึ้นแล้วก็เป็นอันตราย โดยเฉพาะหากไม่รู้ตัวหรือไม่เคยตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ

สาเหตุของวัณโรคเกิดจากการติดเชื้อไมโครแบคทีเรียมทูเบอร์คูโลซิส ( Mycobacterium Tuberculosis ) ที่สามารถแพร่กระจายได้ทางอากาศ ผ่านการไอ จาม การพูด และการหายใจ  วัณโรคเกิดได้ในทุกอวัยวะของร่างกาย ซึ่งจะแพร่กระจายการติดเชื้อไปยังอวัยวะอื่นได้  แต่สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นหลังโพรงจมูก อาจมีอัตราที่จะพบน้อยกว่าร้อยละ 1  อย่างไรก็ตามจากรายงานทางการแพทย์ทั่วโลกพบว่า 1 ใน 3 ของผู้ที่ป่วยเป็นวัณโรคหลังโพรงจมูก อาจไม่มีอาการใดปรากฏ และประมาณร้อยละ 70 จะมีต่อมน้ำเหลืองที่คอโตหรือมีก้อนบริเวณหลังโพรงจมูก ทั้งนี้การวินิจฉัยวัณโรคหลังโพรงจมูกจึงมักต้องทำการตรวจชิ้นเนื้อ ที่ก้อนหรือต่อมน้ำเหลืองจึงจะทราบผล เพราะไม่มีอาการเหมือนกับโรควัณโรคปอดทั่วไป

แม้ว่าวัณโรคในประเทศไทยจะมีอัตตราการติดเชื้อที่สูง สามารถเกิดได้กับทุกคนและทุกส่วนในร่างกาย แต่วัณโรคก็ยังเป็นโรคที่รักษาให้หายได้  ทั้งนี้ควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ ออกกำลังกายเป็นประจำ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และที่สำคัญคือการตรวจสุขภาพประจำปี แค่นี้ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคได้

บทความโดย : นายแพทย์ปวีณ เพชรรักษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญการด้าน โสต ศอ นาสิกวิทยา โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล

Rate this item
(0 votes)