พรินซิเพิล เพิ่มทุนกอง ‘พร็อพเพอร์ตี้ อินคัม’ เป็น 3 หมื่นล้าน โชว์ผลงานจ่ายเงินปันผลทุกไตรมาส 29 ครั้ง

นายจุมพล สายมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด นายจุมพล สายมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด

พรินซิเพิล เพิ่มทุนกอง ‘พร็อพเพอร์ตี้ อินคัม’ เป็น 3 หมื่นล้าน โชว์ผลงานจ่ายเงินปันผลทุกไตรมาส 29 ครั้ง รวม 5.66 บาทต่อหน่วย ประเมินทิศทางลงทุนครึ่งปีหลังไม่แน่นอนจากแนวโน้มเศรษฐกิจผันผวน แนะแบ่งพอร์ตลงทุนในสินทรัพย์กลุ่ม Property Fund & REITs

บลจ.พรินซิเพิล มองทิศทางการลงทุนครึ่งปีหลัง ยังมีความไม่แน่นอนจากแนวโน้มเศรษฐกิจผันผวน หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ มีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายและการเจรจาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ – จีน ซึ่งคาดว่าจะยังไม่มีข้อสรุปในเร็ววันนี้ แนะกระจายพอร์ตลงทุนบางส่วนในสินทรัพย์กลุ่ม Property Fund และ REITs ขณะที่กองทุนเปิด ‘พรินซิเพิล พร็อพเพอร์ตี้ อินคัม’  ได้รับอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น  3 หมื่นล้านบาท จากเดิม 1.5 หมื่นล้านบาท รองรับนักลงทุนที่สนใจ โชว์ผลงานกองทุนฯ ย้อนหลังให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 10% ต่อปีนับตั้งแต่จัดตั้ง และมีผลการดำเนินงานรายปีเป็นบวกตลอด  5 ปีที่ผ่านมา รวมถึงจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่องทุกไตรมาส (รวม 29 ครั้ง) รวม 5.66 บาทต่อหน่วย ล่าสุดประกาศจ่ายเงินปันผลหน่วยละ 0.25 บาท แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนที่ลงทุนก่อนวันที่ 28 มิถุนายน 2562

นายจุมพล สายมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด (“บลจ.พรินซิเพิล”) เปิดเผยว่า บลจ.พรินซิเพิล ประเมินทิศทางการลงทุนช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ ยังมีความไม่แน่นอนจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ผันผวน โดยมีปัจจัยมาจากผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ FOMC ครั้งล่าสุด ที่แม้ว่ามีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามคาดการณ์ที่ระดับ 2.25 - 2.50% ด้วยคะแนนเสียง 9 ต่อ 1 อย่างไรก็ตาม ทางคณะกรรมการ FOMC ได้ให้ความสำคัญกับปัจจัยเสี่ยงที่เกิดจากความไม่แน่นอนทางภาคเศรษฐกิจและภาคการเงิน โดยประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานธนาคารกลางสหรัฐของเซนต์หลุยส์ แสดงมุมมองต่ออัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ ที่เหมาะสมว่าควรอยู่ในระดับต่ำกว่าปัจจุบัน 0.25% จึงเพิ่มความเป็นไปได้ต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ ในอนาคต

ส่วนประเด็นความขัดแย้งจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามต่อ ภายหลังการพบกันของสองผู้นำ ‘นายโดนัล ทรัมป์’ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และ’นายสีจิ้น ผิง’ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการประชุม G20 ที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 28-29 มิถุนายนา 2562 ออกมาดีตามคาด โดยทั้งสองฝ่ายยอมกลับเข้ามาสู่ขั้นกระบวนการเจรจาการค้าครั้งที่ 12 อีกครั้ง ภายหลังที่ยุติการเจรจาไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา  โดยระหว่างการเจรจาครั้งนี้ สหรัฐฯ ยังคงใช้วงเงินภาษีเดิมที่ระดับ 25% บนวงเงิน 2.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ สหรัฐฯ ผ่อนปรนกฎให้บริษัทในสหรัฐสามารถกลับมาทำธุรกิจกับ Huawei จีนกลับมานำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ และจีนแถลงเปิดประเทศมากขึ้นโดยจะอนุญาตให้บริษัทในสหรัฐและนานาชาติสามารถถือครองหุ้นส่วนใหญ่ในประเทศ ทำให้เรามีมุมมองเชิงบวกต่อภาพรวมและผลลัพธ์การประชุมครั้งนี้ แต่ยังคงต้องติดตามผลการเจรจารอบใหม่ว่าจะทำได้จริงหรือไม่

ด้วยปัจจัยดังกล่าว ประเมินว่าจะส่งผลดีต่อการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีลักษณะเป็น Yield Play Assets หรือ สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนจากการจ่ายเงินปันผล ซึ่งรวมถึงสินทรัพย์ในกลุ่มกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (Property Fund) และกองรีทส์ (REITs) โดยภาพรวมอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกที่อยู่ในระดับต่ำเป็นปัจจัยดึงดูดกลุ่มนักลงทุนหลายกลุ่มที่มุ่งแสวงหาผลตอบแทน (Search for Yield) เข้าลงทุนใน Property Fund และ REITs ที่จ่ายเงินปันผลจากกระแสเงินสดแก่นักลงทุนในอัตราเงินปันผลเฉลี่ยในปัจจุบัน 4.6%–5.4% ต่อปี เพื่อช่วยลดผลกระทบเชิงลบในช่วงที่ตลาดลงทุนเกิดความผันผวน

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ. พรินซิเพิล กล่าวว่า จากมุมมองดังกล่าวจึงแนะนำทยอยลงทุนในกองทุนเปิดพรินซิเพิล พร็อพเพอร์ตี้ อินคัม หรือ Principal Property Income Fund (PRINCIPAL iPROP) ในสัดส่วน 10 – 20% ของพอร์ตลงทุนรวม เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนในภาวะที่ตลาดการเงินโลกยังไม่ชัดเจน โดยเมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา กองทุนเปิดพรินซิเพิล พร็อพเพอร์ตี้ อินคัม (PRINCIPAL iPROP) ได้รับอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 3 หมื่นล้านบาท จากเดิม 1.5 หมื่นล้านบาท เนื่องจากกองทุนมีขนาดเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องและเพื่อรองรับนักลงทุนสามารถเข้าซื้อหน่วยลงทุนเพิ่มเติม

ทั้งนี้ กองทุน PRINCIPAL iPROP มีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์หรือตราสารหมวดอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ โดยใช้กลยุทธ์คัดเลือกสินทรัพย์รายตัวในลักษณะ Bottom-up โดยเฉพาะกลุ่มที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีเครือข่ายผู้จัดการกองทุนของ บลจ. พรินซิเพิล เน้นการศึกษาเชิงลึกเพื่อลงทุนในสินทรัพย์ที่มีคุณภาพดี มีสภาพคล่องเพียงพอ และยังคงซื้อขายในราคาที่เหมาะสม

ขณะที่ผลการดำเนินงานกองทุนฯ สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีมาโดยตลอด เฉลี่ยประมาณ 10% ต่อปีนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนฯ และมีประวัติจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่องทุกไตรมาสนับตั้งแต่ไตรมาส 2/2555 จนถึงปัจจุบัน โดยจ่ายเงินปันผลแล้วทั้งสิ้น 29 ครั้ง รวม 5.66 บาทต่อหน่วย โดยในครั้งนี้กองทุนได้ประกาศจ่ายเงินปันผลกองทุน PRINCIPAL iPROP-D ชนิดจ่ายเงินปันผล และรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติสำหรับกองทุน PRINCIPAL iPROP-R ชนิดขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ ในอัตราหน่วยละ 0.25 บาท (สำหรับงวดบัญชี 31 พฤษภาคม 2562) แก่ผู้ที่ถือหน่วยลงทุนกองทุนดังกล่าว ก่อนวันที่ 28 มิถุนายน 2562

สำหรับนักลงทุนที่สนใจสามารถขอหนังสือชี้ชวนและรายละเอียดกองทุนได้ที่ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทหารไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือผู้สนับสนุนการขายฯ และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด โทรศัพท์ 0 2686 9595 www.principal.th

 

Fund Performance (31 May 2019)

 

3M

6M

1Y

3Y

5Y

ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน

Inception Date

Principal iProp-A

5.04%

9.98%

13.18%

9.81%

9.98%

11.04%

26 Jun 2012

Principal iProp-C

5.07%

10.02%

13.30%

10.02%

n/a

10.18%

Thu 3 Jul 2014

Principal iProp-D

5.00%

9.96%

13.23%

9.98%

10.03%

10.69%

Fri 17 Feb 2012

Principal iProp-R

5.06%

10.00%

13.22%

9.96%

10.04%

10.55%

Fri 17 Feb 2012

Benchmark

5.61%

10.37%

14.47%

11.07%

9.87%

 

 

% ต่อปี (Annualized Return) หากกองทุนจัดตั้งมาแล้ว 1 ปีขึ้นไป

เกณฑ์มาตรฐานที่ใช้ : SETPFUND TRI Index 50.00% + FSTREI TRI Index (THB) 50.00% (source: MorningStar Direct ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2562)
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
การวัดผลการดำเนินงาน จัดทำตามมาตรฐานการวัดผลการดำเนินงานของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน

ประวัติการจ่ายเงินปันผลและการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติกองทุน Principal Property Income

ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต/ทั้งนี้โปรดศึกษารายละเอียดเงื่อนไขการจ่ายเงินปันผลเพิ่มเติมในหนังสือชี้ชวนข้อมูลโครงการ

 

กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ (Property Sector Fund) ดังนั้นหากมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนดังกล่าวผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณากระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย/ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน/ กองทุนมีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/ หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าทุนเริ่มแรกได้/ ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต/ การวัดผลการดำเนินงาน จัดทำตามมาตรฐานการวัดผลการดำเนินงานของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน/ ผู้ลงทุนควรศึกษาผลการดำเนินงานของหน่วยลงทุนและเงื่อนไขการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติและการจ่ายเงินปันผลของหน่วยลงทุนแต่ละชนิดกองทุน Principal Property Income ที่ www.principal.th ก่อนตัดสินใจลงทุน

Rate this item
(0 votes)

Page Visitor

019680636
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
32741
59722
186873
1080415
1643254
19680636
Your IP: 100.26.179.251
2021-04-21 14:48