ไฮเออร์ปั้นรายได้ครึ่งปีแรกตัวเลขโตกว่า 40% จากปีก่อน รุกตลาดพรีเมียม

มร. จาง เจิ้งฮุ้ย ประธานกรรมการบริหารบริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด มร. จาง เจิ้งฮุ้ย ประธานกรรมการบริหารบริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด

ไฮเออร์ปั้นรายได้ครึ่งปีแรกตัวเลขโตกว่า 40% จากปีก่อน รุกตลาดพรีเมียม คาดดันตัวเลขปลายปีโตตามเป้า

ไฮเออร์ เดินเกมส์รุกครึ่งปีแรกโตเกินเป้ามูลค่า 2,593 ล้านบาท เติบโตกว่า 40% เมื่อเทียบกับปีก่อน พร้อมเดินเกมส์ต่อเนื่องมุ่งขยายฐานลูกค้าเป้าหมายเป็นกลุ่มไฮเอนด์ ส่งสินค้ารุ่นใหม่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคนำทัพด้วย ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ คาดสิ้นปีตัวเลขโตตามเป้ากว่า 50% หรือประมาณ 5,000 ล้านบาท

มร. จาง เจิ้งฮุ้ย ประธานกรรมการบริหารบริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าไฮเออร์ เปิดเผยว่า ครึ่งปีแรกที่ผ่านมาไฮเออร์ มียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น 40% หรือประมาณ 2,593 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยบวกจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดส่งผลให้สินค้ากลุ่มทำความเย็นมีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้น อาทิ เครื่องปรับอากาศมีรายได้ประมาณ 1,544 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 50% ตู้เย็นมีรายได้ประมาณ 434 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% เครื่องซักผ้ามีรายได้ 323 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 38% รวมถึงตู้แช่มีรายได้ 209 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 19% และสินค้าชนิดอื่น ๆ มีรายได้กว่า 84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกัน

ด้วยปัจจุบันการแข่งขันทางการตลาดที่สูง ทำให้ผู้ผลิตมีการพัฒนาสินค้าต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้มากที่สุด สำหรับในครึ่งปีหลังไฮเออร์ยังคงขยายฐานลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่มไฮเอนด์มากขึ้น โดยสินค้าที่จะออกสู่ตลาดจะมีความหลากหลายได้แก่ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า ตู้แช่ เครื่องปรับอากาศ เครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ โทรทัศน์ เครื่องน้ำอุ่น เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว อาทิ หม้อทอดไร้น้ำมัน เครื่องดูดควัน เตาไฟฟ้า และเตาแก๊ส ด้วยการชูจุดขายด้านคุณภาพ ดีไซน์ และนวัตกรรมที่ล้ำสมัยซึ่งจะเป็นจุดแข็งของสินค้าไฮเออร์ ที่จะวางจำหน่ายต่อจากนี้ไป

สำหรับสินค้าเรือธงของไฮเออร์ ที่จะทำการวางจำหน่ายล่าสุดได้แก่ผลิตภัณฑ์ตู้เย็นซีรีย์ Navi Cooling Plus ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตู้เย็นยุคใหม่ของตลาดประเทศไทย 3rd Generation หรือ GEN3 ซึ่งเป็นตู้เย็นที่ก้าวสู่ยุคใหม่ด้วยนวัตกรรมที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคได้ดีที่สุดและเพื่อให้ตู้เย็นไฮเออร์ GEN3 เป็นมาตรฐานที่ตู้เย็นยุคใหม่ต้องมี ซึ่งเมื่อปีที่แล้วตู้เย็นซีรีย์ Navi Cooling รุ่นเดิมได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคอย่างดีเยี่ยม จึงได้เกิดการต่อยอดเป็น Navi Cooling Plus ขึ้นซึ่งมีความโดดเด่นด้วยดีไซน์ เรียบหรู มาพร้อม Smart Temp Control ควบคุมอุณหภูมิได้ง่าย ๆ ตามความต้องการด้วยหน้าจอระบบสัมผัส และนอกจากเทคโนโลยีช่องแช่แข็งอัจฉริยะที่เปลี่ยนโหมดได้ 5 โหมดดั่งใจที่มีใน Navi Cooling รุ่นเดิมแล้ว ยังเพิ่มเติมด้วยช่องพิเศษ 3rd space ที่ปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ -18 ถึง 5 องศาเซลเซียส ใช้งานได้หลายหลายตามความต้องการไม่ว่าจะเป็น ช่วงอุณหภูมิ -7 องศา ซึ่งสามารถเป็นช่องแช่ Soft Frozen เหมาะสำหรับแช่ปลา หรือเนื้อสดต่าง ๆ ซึ่งจะคงคุณค่าของอาหารได้ยาวนานแต่ไม่ทำให้สูญเสียรสชาติและเนื้อสัมผัส หรือจะทำเครื่องดื่มเกล็ดหิมะง่าย ๆ ที่อุณหภูมิประมาณ -10 องศาและเรากล้ารับประกันว่าแช่แล้วขวดไม่แตกเพราะตู้เย็นของเราควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ได้ดีเยี่ยม และตู้เย็นรุ่นนี้ยังใช้เทคโนโลยี 3 Room Separate ที่ทั้งช่องแช่แข็ง ช่องแช่เย็น และช่องพิเศษ Magic Room นั้นทำงานแยกกันอย่างอิสระ ปรับเปลี่ยนได้ตามพฤติกรรมการใช้งานที่แตกต่างของ

สำหรับในปีนี้นอกจากจะเน้นทำตลาดแบบครบวงจร ทั้งการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อทั้งในรูปแบบของทีวีซี โซเซียลเน็ตเวิร์ค การจัดกิจกรรม CSR การจัดดิสเพลย์โปรโมชั่นและกิจกรรมโรดโชว์ตามจังหวัดต่าง ๆ  แล้วเรายังเพิ่มช่องทางการตลาดใหม่ ๆ อย่างธุรกิจร้านซักผ้าอัจฉริยะ 24 ชม. Smart Plus by Haier และ Haier Brand Shop ที่นอกจากจะจัดแสดงและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แล้ว ยังเพื่อเป็น Experience Center ให้ลูกค้าได้เข้ามาทดลองสัมผัสผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมของเราอย่างใกล้ชิดอีกด้วย ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าไฮเออร์ ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเป้าหมายในปีนี้จะมีรายได้รวมตั้งอยู่ที่ประมาณ 5,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถเติบโตได้ตามเป้า โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และเครื่องปรับอากาศ ที่ตลาดยังมีแนวโน้มขยายตัวอีกมาก มร.จาง เจิ้งฮุ้ย กล่าว

Rate this item
(0 votes)