TSI Insurance เดินหน้าตาม Roadmap สร้างการเติบโตระยะยาว โฟกัสยกระดับองค์กรด้วยบุคลากรและเทคโนโลยี

นางสาวอรลดา เผ่าวิบูล รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ TSI Insurance นางสาวอรลดา เผ่าวิบูล รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ TSI Insurance

TSI Insurance เดินหน้าตาม Roadmap สร้างการเติบโตระยะยาว โฟกัสยกระดับองค์กรด้วยบุคลากรและเทคโนโลยี

นางสาวอรลดา เผ่าวิบูล รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ TSI Insurance เปิดเผยผลดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2562 มีผลกำไรสุทธิ 54.1 ล้านบาท พร้อมเผยทิศทางการดำเนินงานของบริษัทฯ ว่ายังเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในระยะยาว ด้วยการวางกลยุทธ์สร้างความแข็งแกร่งจากเสาหลัก 2 ด้าน คือ ด้านบุคลากรและด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

โดยเฉพาะด้านการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นกลยุทธ์ที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างมาก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการดำเนินธุรกิจให้มากขึ้นและลดขั้นตอนการทำงานโดยใช้เทคโนโลยีช่วยขับเคลื่อนทั้งด้านการขายและบริการสินไหม ล่าสุดบริษัทฯ ได้เริ่มต้นเฟสแรกด้วยการเปลี่ยนระบบ Core Insurance ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบ เมื่อแล้วเสร็จจะช่วยให้โครงสร้างพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยีภายในองค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นการวางโครงสร้างเพื่อเตรียมรองรับการทำ Data Analytic เพื่อเข้าสู่ Digital Transformation อย่างเต็มรูปแบบ มุ่งสู่ความเป็น Insuretech ในที่สุด อีกทั้งยังสนับสนุนให้การเชื่อมต่อระบบ Web Service กับตัวแทนรายย่อย โบรกเกอร์ และคู่ค้า มีความรวดเร็วและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นการบริหารจัดการความเสี่ยงและการมีบรรษัทภิบาลที่ดี การปรับระบบงานรับประกันที่มุ่งเน้นรับงานคุณภาพ การบริการสินไหมที่ดีและรวดเร็ว ภายใต้ระบบควบคุมตรวจสอบภายในที่เคร่งครัด รวมทั้งการสร้างความหลากหลายในการดำเนินธุรกิจครอบคลุมทั้งด้านผลิตภัณฑ์ การบริการ ช่องทางการขยายงานผ่านลูกค้ากลุ่มต่างๆ ทั้งในกรุงเทพ ต่างจังหวัด รวมถึงสร้างพันธมิตรใหม่เพื่อร่วมกันนำเสนอบริการที่ดีที่สุดแก่ผู้เอาประกัน

ในส่วนของการปรับโครงสร้างทางการเงิน เมื่อแผนเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 1,081,754,992 บาท เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมเป็นไปอย่างเรียบร้อยภายในไตรมาส 4 แล้ว บริษัทฯ จะเดินหน้าขยายงานตามแผนธุรกิจเชิงรุก รวมทั้งการให้ความสำคัญกับการลงทุนซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรโดยร่วมมือกับพันธมิตรใหม่ๆ เพื่อสร้างโอกาสในการทำธุรกิจร่วมกันภายใต้รูปแบบการทำงานที่ตอบโจทย์ คล่องตัวและยืดหยุ่นกับทุกสถานการณ์

“เราเชื่อว่าการเติบโตอย่างมั่นคงต้องเริ่มจากการพัฒนาจากภายในออกสู่ภายนอก ดังนั้นในช่วงที่ผ่านมา TSI Insurance จึงมุ่งเน้นในการปรับโครงสร้างระบบการทำงานภายใน การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่นเดียวกับการเตรียมความพร้อมทางการเงินซึ่งเป็นการสร้างรากฐานสำคัญก่อนเดินหน้าขยายธุรกิจ ดังนั้นเม็ดเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนในครั้งนี้ส่วนหนึ่งจะถูกนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนภายในกิจการ อีกส่วนหนึ่งจะใช้ในการขยายธุรกิจ การดำรงเงินกองทุนให้เป็นไปตามการเติบโตของธุรกิจและข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งในไตรมาส 2  ของปีนี้บริษัทฯ ยังคงมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) เหนือกว่าเกณฑ์ที่สำนักงาน คปภ.กำหนด” นางสาวอรลดากล่าว

ด้าน นางสาวคณิดา นิมมาณวัฒนา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 ปี 2562 ว่า  บริษัทฯ มีผลกำไรสุทธิจำนวน 54.1 ล้านบาท เปรียบเทียบกับผลขาดทุนสุทธิจำนวน 1.1 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว เกิดจากค่าใช้จ่ายโดยรวมที่ลดลงจำนวน 52.9 ล้านบาท โดยค่าสินไหมทดแทนลดลง 36.5 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเกิดจากพัฒนาการสินไหมของกรมธรรม์ที่มีอัตราความเสียหายสูงกว่าอุตสาหกรรมใกล้จะครบ (กรณีที่มีการเรียกร้องแล้ว) ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรวมลดลงจาก 96.6 ล้านบาท เป็น 87.7 ล้านบาท

นอกจากนี้ ในไตรมาส 2 ปี 2562 บริษัทฯ ได้รับรู้ผลแตกต่างชั่วคราวทางภาษี และผลประโยชน์ทางภาษีอื่นเป็นรายได้ภาษีเงินได้จำนวน 130.5 ล้านบาท ในงบกำไรขาดทุนสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2562 เนื่องจากบริษัทฯ มี Roadmap ในการเพิ่มทุนตามมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น รวมถึงนโยบายการขยายงานตามแผนธุรกิจที่มองเห็นศักยภาพในการเติบโตที่ชัดเจน ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 12 เรื่องการบัญชีภาษีเงินได้รอตัดบัญชี

สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2562 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิจำนวน 39.1 ล้านบาท เปรียบเทียบกับผลขาดทุนสุทธิจำนวน 23.9 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปี 2561 ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานที่แสดงกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 63.0 ล้านบาท เกิดจากค่าใช้จ่ายรวมที่ลดลง 126.2 ล้านบาท โดยค่าใช้จ่ายสินไหมลดลง 81.8 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่นลดลง 28.3 ล้านบาท จากการลดลงของการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ และอัตราการเก็บเงินที่ดีขึ้น

Rate this item
(0 votes)