ไปรษณีย์ไทย ขานรับนโยบายรัฐบาลหนุน “โชห่วยชุมชน” แข่งโมเดิร์นเทรด

ไปรษณีย์ไทย ขานรับนโยบายรัฐบาลหนุน “โชห่วยชุมชน” แข่งโมเดิร์นเทรด
กระตุ้นยอดค้าปลีกโตบนออนไลน์

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) จับมือ 5 หน่วยงานรัฐ ผุดโครงการสนับสนุนโชห่วยชุมชน สร้างระบบธุรกิจการค้ารูปแบบใหม่ผ่านเทคโนโลยีออนไลน์ พร้อมเชื่อมต่อระบบ พีโอเอสชุมชน (POS) และไทยแลนด์โพสต์มาร์ท นำร่องเฟสแรก 750 ร้าน ภายใน 3 เดือน พร้อมตั้งเป้าขยายให้ได้ 4 หมื่นร้านค้า ภายใน 3ปี คาดช่วยโชห่วยกำไรพุ่งไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โครงการสนับสนุนโชห่วยชุมชน เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนา ช่องทางการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์แบบ B2B (Business to Business) ผ่านแอปพลิเคชั่นหรือเว็บไซต์ ให้เป็นแพลตฟอร์มหลักเพื่ออำนวยความสะดวกในการสั่งซื้อสินค้าจากร้านโชห่วยในชุมชนต่าง ๆ ไปยังผู้ผลิตสินค้า โดยเป็นการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐทั้ง 5 แห่งดังกล่าว กับภาคเอกชนผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน

“โครงการนี้เกิดขึ้นเพราะรัฐบาลเล็งเห็นปัญหาความเดือดร้อนของร้านขายของชำที่อยู่ภายในชุมชน หรือที่เรียกกันว่าร้านโชห่วย ปัจจุบันไม่สามารถแข่งขันในตลาดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะร้านโชห่วยที่อยู่ห่างไกลในชนบท เนื่องจากมีต้นทุนสูงในการซื้อและสต็อกสินค้าที่จะนำมาจำหน่ายภายในร้านเพราะมีกำลังซื้อจำกัด ทำให้ไม่สามารถต่อรองเรื่องราคาต้นทุนกับผู้ผลิต และส่วนใหญ่ยังไม่มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสั่งซื้อสินค้าและรายงานสินค้าคงคลังอย่างเป็นระบบ ทำให้การบริหารต้นทุนยังขาดประสิทธิภาพ ส่งผลให้สินค้าในร้านมีราคาสูงและไม่สามารถแข่งขันได้”

นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทย จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางหลักระหว่างร้านโชห่วยกับผู้ผลิต บริหารคำสั่งซื้อสินค้า บริหารคลังสินค้า การจัดส่ง และการชำระเงินค่าสินค้าของร้านโชห่วย โดยใช้ศักยภาพที่มีอยู่แล้วทั้งในโครงการดิจิทัลชุมชนด้าน e-Commerce ซึ่งไปรษณีย์ไทยได้มีการติดตั้งระบบพีโอเอสชุมชน และร้านค้าออนไลน์ thailandpostmart.com โดยมีกระทรวงพาณิชย์ทำหน้าที่เป็นผู้จัดหาและประชาสัมพันธ์ให้ร้านค้าต่างๆ รวมทั้งช่วยเหลือและให้คำปรึกษาร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ด้านธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส ร่วมสนับสนุนการให้สินเชื่อการค้าระยะสั้นแก่ร้านโชห่วย

นายกอบศักดิ์ กล่าวเน้นว่า โครงการนี้ นอกจากจะช่วยให้ร้านโชห่วยสามารถลดต้นทุนสินค้าจากการรวมซื้อแล้ว ยังเป็นการสร้างกลไกในการนำสินค้าจากชุมชนให้สามารถนำออกมาจำหน่ายทั่วประเทศอีกด้วย โดยชุมชนสามารถนำสินค้าที่พัฒนาและผลิตเอง มาเสนอขายบนออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชั่นเพื่อให้ร้านโชห่วย   อื่นๆ สามารถสั่งซื้อสินค้าไปขายได้วิธีนี้จะช่วยสร้างและขยายตลาดสินค้าชุมชนได้อย่างแพร่หลาย โดยในระยะแรกจะเริ่มนำร่องใน 3 จังหวัด คือ จังหวัดสมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา และชลบุรี กำหนดเป้าหมายร้านค้าเข้าร่วมโครงการอย่างน้อย 750 ร้านภายในเดือนมกราคม 2562 โดยตั้งเป้าให้แต่ละร้านมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 และคาดว่าจะขยายให้ครอบคลุมร้านโชห่วยในทุกจังหวัดได้ประมาณ 4 หมื่นร้านภายใน 3 ปี

ทั้งนี้ พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการดังกล่าว จัดขึ้น ณ อาคารไปรษณีย์กลางบางรัก โดยได้รับเกียรติจากรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมผู้บริหารจากกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เป็นผู้แทนในการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ

Rate this item
(0 votes)

Page Visitor

019682443
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
34548
59722
188680
1082222
1643254
19682443
Your IP: 100.26.179.251
2021-04-21 15:38