FTE เผยแนวโน้มธุรกิจครึ่งปีหลังเติบโตดี คว้างานออกแบบติดตั้งระบบดับเพลิงภาครัฐและเอกชน

นายทักษิณ ตันติไพจิตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) (FTE) นายทักษิณ ตันติไพจิตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) (FTE)

FTE เผยแนวโน้มธุรกิจครึ่งปีหลังเติบโตดี คว้างานออกแบบติดตั้งระบบดับเพลิงภาครัฐและเอกชน หนุน Backlog 450 ล้านบาท

เดินหน้าประมูลงานต่อเนื่อง หวังชนะการประมูลโครงการกฟผ. 12 โครงการในปีนี้ เร่งรับรู้รายได้อีกกว่า 100 ล้านบาท พร้อมปรับปรุงการบริหารจัดการองค์กร ดันรายได้ปีนี้เติบโตไม่ต่ำกว่า 12.5% หรือ 1,145 ล้านบาท รักษาอัตรากำไรสุทธิ 12-15%

นายทักษิณ ตันติไพจิตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) (FTE) ผู้นำธุรกิจนำเข้าและจำหน่าย บริการออกแบบ รับเหมาติดตั้ง ซ่อมแซม ตรวจสอบอุปกรณ์-ระบบดับเพลิงครบวงจร เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินธุรกิจครึ่งปีหลังมีแนวโน้มที่ดีอย่างต่อเนื่อง คาดว่าผลประกอบการปีนี้จะสามารถเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งเป็นผลจากการเข้าประมูลงานออกแบบติดตั้งระบบดับเพลิงแบบครบวงจรให้กับโรงงานอุตสาหกรรมมากขึ้น รวมถึงการปรับปรุงระบบบริหารจัดการองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ช่วงครึ่งปีแรกบริษัทสามารถประมูลงานออกแบบติดตั้งระบบดับเพลิงสถานีไฟฟ้าย่อยของ กฟผ. จำนวน 6 โครงการ มูลค่าประมาณ 82.5 ล้านบาท นอกจากนี้ยังได้รับงานติดตั้งระบบดับเพลิงทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ โรงงานอุตสาหกรรม ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศ (Data Center) อาคารโรงพยาบาลและหน่วยราชการต่างๆ ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) อยู่ที่ประมาณ 450 ล้านบาท แบ่งเป็นงานออกแบบติดตั้งระบบดับเพลิง 350 ล้านบาท งานจัดจำหน่าย 100 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ประมาณ 60%

สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานช่วงครึ่งหลังปี 2562 บริษัทยังคงเดินหน้าเสนองานอย่างต่อเนื่อง  โดยเตรียมยื่นประมูลการออกแบบติดตั้งระบบดับเพลิงสถานีไฟฟ้าแรงสูงของ กฟผ.คาดว่าจะเปิดให้ยื่นประมูลอีก 8 โครงการ  ซึ่ง FTE ตั้งเป้าชนะการประมูล 12 โครงการจาก 15 โครงการในปีนี้ พร้อมเร่งรับรู้รายได้จาก backlog ในมือไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท ขณะเดียวกันบริษัทยังมุ่งเน้นที่จะขยายส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มลูกค้าภาคอุตสาหกรรม และเจาะงานโครงการของหน่วยงานราชการอื่นๆ มากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากความล่าช้าในโครงการของ กฟผ. และการชะลอตัวของตลาดในภาคอสังหาริมทรัพย์

ล่าสุดบริษัทร่วมมือกับ บริษัท เนทติเซนท์ จำกัด ในการวางระบบซอฟต์แวร์การบริหารจัดการทางธุรกิจ เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ สามารถช่วยลดต้นทุนการบริหารจัดการโดยรวมขององค์กรในระยะยาว เชื่อมั่นว่ารายได้ปีนี้จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 12.5% หรือ 1,145 ล้านบาท รักษาอัตรากำไรสุทธิ 12-15%

Rate this item
(0 votes)