รายได้ธุรกิจไฟฟ้า KTIS งวด 9 เดือนทะลุ 1,000 ล้านบาท โต 21%

นายประพันธ์ ศิริวิริยะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนลชูการ์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KTIS นายประพันธ์ ศิริวิริยะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนลชูการ์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KTIS

รายได้ธุรกิจไฟฟ้า KTIS งวด 9 เดือนทะลุ 1,000 ล้านบาท โต 21% หนุนสัดส่วนรายได้สายชีวภาพพุ่งจากร้อยละ 27 เป็น 36

กลุ่ม KTIS เผยรายได้สายธุรกิจผลิตและขายไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวลเติบโตทะลุเป้าที่วางไว้ 20% โดยงวด 9 เดือนเติบโตถึง 21.1% สร้างรายได้ทะลุ 1,000 ล้านบาท เมื่อรวมกับธุรกิจอื่นในสายชีวภาพ ทั้งเอทานอลและเยื่อกระดาษชานอ้อยส่งผลให้สัดส่วนรายได้ในสายธุรกิจชีวภาพเพิ่มขึ้นจาก 27% เป็น 36% ของรายได้รวม ผู้บริหารมั่นใจ KTIS เติบโตได้อย่างยั่งยืน

นายประพันธ์ ศิริวิริยะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนลชูการ์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KTIS ผู้นำในอุตสาหกรรมน้ำตาลและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เปิดเผยว่า จากนโยบายของคณะผู้บริหารกลุ่ม KTIS ที่นำผลผลิตจากอ้อยและน้ำตาลทรายไปต่อยอดในสายธุรกิจชีวภาพ ตามแนวคิด KTIS More Than Sugar ส่งผลให้ธุรกิจของบริษัทสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยในงวด 9 เดือนแรกของปี 2562 (ตุลาคม 2561 – มิถุนายน2562)บริษัทฯ มีรายได้รวม 10,768 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 19 ล้านบาท

“สายธุรกิจผลิตและจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวลเติบโตโดดเด่นที่สุด โดยมีรายได้ 1,062ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.1% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ถือว่าสูงกว่าเป้าหมายที่เราคาดไว้ว่าจะเติบโตได้ 20% ในสายธุรกิจนี้ เนื่องจากประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าสูงขึ้น ทำให้สามารถผลิตและขายไฟฟ้าได้จำนวนหน่วยสูงขึ้น โดยที่ราคาขายไฟฟ้าเฉลี่ยต่อหน่วยก็เพิ่มขึ้นด้วย” นายประพันธ์กล่าว

สำหรับสายธุรกิจผลิตและจำหน่ายเอทานอลแม้จะได้รับผลกระทบจากราคาขายเอทานอลโดยเฉลี่ยลดลงประมาณ 8%แต่ด้วยประสิทธิภาพในการผลิตและการจัดจำหน่าย ทำให้รายได้งวด 9 เดือนของเอทานอลยังคงเพิ่มขึ้นได้ประมาณ 4.8% โดยจำหน่ายไปแล้ว 54.9 ล้านลิตร ด้วยกำลังการผลิต 230,000 ลิตรต่อวัน นับว่ามีประสิทธิภาพสูงมาก

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม KTIS กล่าวด้วยว่า ในสายธุรกิจผลิตและจำหน่ายเยื่อกระดาษชานอ้อยนั้น เนื่องจากมีวัตถุดิบส่งเข้าโรงงานลดลง ทำให้ปริมาณการจำหน่ายและรายได้ในสายธุรกิจนี้ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน แต่ก็ยังมีสัญญาณที่ดีเนื่องจากราคาขายเพิ่มสูงขึ้น

“สัดส่วนรายได้ของสายธุรกิจชีวภาพเมื่อเทียบกับรายได้รวมเพิ่มสูงขึ้นทั้งหมด โดยเอทานอลเพิ่มจาก 8.3% เป็น 11.6% โรงไฟฟ้าเพิ่มจาก 6.3% เป็น 10.2% และเยื่อกระดาษชานอ้อยเพิ่มจาก 8.1% เป็น 9.0% ส่งผลให้ปัจจุบันสายธุรกิจชีวภาพมีสัดส่วนมากกว่า 36% แล้ว” นายประพันธ์กล่าว

Rate this item
(0 votes)