GBS จับตาสถานการณ์ต่างประเทศเฟด - ซาอุฯ แนะเก็งกำไรหุ้นพลังงาน

นางสาว วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก นางสาว วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก

GBS จับตาสถานการณ์ต่างประเทศเฟด - ซาอุฯ แนะเก็งกำไรหุ้นพลังงาน ชู TOP - SPRC – ESSO - PTTEP – PTT

บล. โกลเบล็ก คาดประชุมเฟดหั่นดอกเบี้ย 0.25 % ในการประชุมสัปดาห์นี้ พร้อมเฝ้าระวังเหตุการณ์โจมตีโรงกลั่นน้ำมันซาอุอาระเบีย ขยายผลสู่ภาวะสงครามส่งผลต่อราคาน้ำมันในตลาดโลกผันผวนมากขึ้น แนะเก็งกำไรหุ้นพลังงาน ชู TOP - SPRC – ESSO - PTTEP – PTT ส่วนกลยุทธ์ลงทุนทองคำแนะนำขายทำกำไรหลังทราบผลการประชุมเฟด

ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้แกว่งตัว Sideway โดยจับตาการประชุมธนาคารกลางสหัฐ (เฟด) วันที่ 17 – 18 ก.ย. นี้ รวมถึงสถานการณ์ความไม่สงบจากเหตุโจมตีโรงกลั่น 2 แห่ง ของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งมีความกังวลว่าจะขยายผลไปสู่สงคราม แม้ระยะสั้นจะส่งผลบวกต่อหุ้นในกลุ่มพลังงานโรงกลั่น และน้ำมันจากปริมาณน้ำมันตลาดโลกที่ลดลง          

ในขณะเดียวกัน ภายในช่วงสัปดาห์นี้ แนะนำให้ยังคงจับตาสถานการณ์ทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศอย่างใกล้ชิด โดยในวันที่ 18 ก.ย. นี้ เป็นวันเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ขณะเดียวกันทางสหรัฐ จะมีการเปิดเผยตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างในเดือน ส.ค. พร้อมทั้งการรายงานสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ และการแถลงมติการประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ที่จะทราบผลในเช้าวันที่ 19 ก.ย. ซึ่งคาดว่าเฟด น่าจะลดดอกเบี้ยอีกประมาณ 0.25 % และวันเดียวกัน ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ประชุมนโยบายการเงิน และแถลงมติอัตราดอกเบี้ยออกมาเช่นกัน

อีกทั้งทางสหรัฐ จะมีการเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ดัชนีการผลิตเดือน ก.ย. ดุลบัญชีเดินสะพัดไตรมาส 2/2562 รวมทั้งยอดขายบ้านมือสองเดือน ก.ค. ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือน ส.ค. ส่วนวันที่ 20 ก.ย. อียู เปิดเผยความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นเดือน ก.ย. ดังนั้น จากสถานการณ์ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ที่ยังคงเป็นตัวแปรหลักด้านการลงทุน ทางฝ่ายวิจัย จึงให้กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีในช่วงนี้ ที่ระดับ 1,650 – 1,680 จุด

นอกจากนี้ ยังมองอีกว่า จากปัจจัยค่าเงินบาทแข็งค่าเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบจากต้นปีเฉลี่ย 6% และล่าสุดแข็งค่ามากที่สุดในรอบ 6 ปีนั้น มองว่าส่งผลเชิงลบต่อการแข่งขันด้านราคาสินค้าส่งออกของไทย ซึ่งจะส่งผลให้การส่งออกปีนี้ลดลงจากปีที่แล้ว  ขณะที่ภาระหนี้ครัวเรือนของประเทศไทยที่สูงเป็นอันดับ 2 ของทวีปเอเชีย จะกระทบต่อกำลังซื้อในระยะยาวได้ โดยล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10 % อาจไม่ทันใช้ภายในปีนี้ลดผลบวกต่อการเพิ่มอำนาจซื้อของผู้บริโภค

นางสาว วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจัยที่ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25 % ในการประชุมครั้งนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดของกระทรวงแรงงานสหรัฐ ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ จากมาตรการ “ชิม ช้อป ใช้” และมาตรการเพิ่มเติมสนับสนุนการท่องเที่ยว จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัวในช่วงปลายปี

ดังนั้นแนะนำกลยุทธ์การลงทุนโรงกลั่นน้ำมัน จากเหตุการณ์การโจมตีโรงกลั่นน้ำมันทำให้ค่าการกลั่นปรับตัวขึ้น เนื่องจากอุปทาน ในน้ำมันสำเร็จรูปลดลง เช่น TOP SPRC และ ESSO ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นกว่า 10% จากเหตุดังกล่าวเป็นประเด็นบวกต่อ PTTEP และ PTT รวมทั้งแนะนำเก็งกำไรหุ้น Defensive Stock เช่น EASTW, TTW, BCH, CPALL, BJC และหุ้น Domestic Play เช่น ADVANC, AMATA, EKH, SISB และ HMPRO

สำหรับแนวทางการลงทุนในทองคำ นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ 1,495 – 1,535  ดอลลาร์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทย 21,580 - 22,210 บาท แม้จะมีปัจจัยหนุนจากกรณีโรงกลั่นซาอุฯถูก โจมตีทำให้มีความกังวลเกี่ยวกับสงครามเพิ่มขึ้น อีกทั้งคาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25 % สู่ 2.00 % ในการประชุมวันที่ 18 ก.ย.นี้ จึงแนะนำขายทำกำไรหลังทราบผลการประชุมเฟด และชะลอการลงทุนในทองคำ เนื่องจากช่วงนี้ตลาดสนใจสินทรัพย์เสี่ยงมากกว่าสินทรัพย์ปลอดภัย

Rate this item
(0 votes)