ทรู ไอดีซี จับมือ วีเอ็มแวร์ เร่งการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย

ทรู ไอดีซี จับมือ วีเอ็มแวร์ เร่งการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย

ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ชั้นนำเปิดให้บริการ VMware Cloud on AWS รายแรกในไทย กระตุ้นการปรับใช้ระบบคลาวด์เพื่อขับเคลื่อนการสร้างสรรค์นวัตกรรมแห่งอนาคตสำหรับองค์กรของไทย

บริษัท วีเอ็มแวร์ (NYSE: VMW) ผู้นำด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมซอฟต์แวร์ระดับองค์กร เปิดเผยว่า ทรู อินเทอร์เน็ต ดาต้า เซ็นเตอร์ (ทรู ไอดีซี) ผู้นำการให้บริการคลาวด์และดาต้าเซ็นเตอร์แบบเสรี (carrier neutral) ในประเทศไทย จะเป็นบริษัทแรกที่เปิดให้บริการ VMware Cloud on AWS ในไทย ภายใต้โครงการ VMware Cloud Provider Program (VCPP) โดยทรู ไอดีซี จะนำเสนอบริการ VMware Cloud on AWS ซึ่งจะมอบทางเลือกที่หลากหลาย ความยืดหยุ่น และความคล่องตัวให้แก่องค์กรของไทยในการพัฒนาไปสู่ระบบคลาวด์อย่างรวดเร็ว เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นของระบบเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ภายใต้วิสัยทัศน์ไทยแลนด์ 4.0 องค์กรต่างๆ ในไทยกำลังดำเนินการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) และเชื่อมต่อกับระบบเศรษฐกิจดิจิทัลทั่วโลก  บริษัทวิจัย ไอดีซี คาดการณ์ว่าภายในปี 2565 จีดีพีของไทยกว่า 61% จะมาจากธุรกิจดิจิทัล[1] โดยมีการเติบโตในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับปรุงสินค้าและบริการ การดำเนินงาน และความสัมพันธ์กับภาคส่วนต่างๆ โดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัล  ความร่วมมือระหว่างทรู ไอดีซี และวีเอ็มแวร์มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลที่กำลังเฟื่องฟูของไทย ด้วยการนำเสนอความรวดเร็ว ความสามารถในการขยายขนาด และความคล่องตัวของโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับระบบคลาวด์ให้แก่องค์กรต่างๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการดำเนินการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล จนนำไปสู่การเติบโตอย่างเป็นรูปธรรม

มร. ซันเจย์ เค. เดชมุคห์ รองประธานและกรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลีของวีเอ็มแวร์ กล่าวว่า “ทรู ไอดีซี ครองตำแหน่งผู้นำการให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์แบบเสรีในประเทศไทย ด้วยเครือข่ายที่ทันสมัยครอบคลุมทั่วประเทศ จึงนับเป็นพาร์ทเนอร์ที่แข็งแกร่งสำหรับการให้บริการ VMware Cloud on AWS ให้แก่องค์กรต่างๆ ในทั่วทุกภูมิภาคของไทย  การผสานความสามารถระดับชั้นนำของวีเอ็มแวร์ในด้านระบบดาต้าเซ็นเตอร์ที่จัดการด้วยซอฟต์แวร์ (Software-Defined Data Center) เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานและบริการที่ยืดหยุ่น หลากหลาย และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ AWS ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริการไฮบริดคลาวด์รูปแบบใหม่นี้ จนถือได้ว่าเป็นแพลตฟอร์มที่ดีเยี่ยมในการตอบโจทย์วิสัยทัศน์ใหม่ๆขององค์กรในประเทศไทย”

คุณธนรรถ สังข์เกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยี ทรู ไอดีซี กล่าวว่า “การโยกย้ายไปสู่ระบบคลาวด์นับเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) และบริการ VMware Cloud on AWS จะยกระดับให้เรานำเสนอโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ครอบคลุมทั่วประเทศ ให้แก่ลูกค้าองค์กร ซึ่งจะช่วยให้องค์กรเหล่านี้ปรับปรุงการนำเสนอสินค้าและบริการให้แก่ผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ทั่วถึง อีกทั้งยังช่วยบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น เรารู้สึกยินดีที่ได้เป็นพาร์ทเนอร์รายแรกที่ริเริ่มให้บริการ VMware Cloud on AWS ในไทย และเรามุ่งมั่นที่จะให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยการนำเสนอบริการมัลติคลาวด์ (Multi-Cloud) ที่เหนือระดับ รองรับการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงการสานต่อวิสัยทัศน์ไทยแลนด์ 4.0 อย่างเป็นรูปธรรม”

ในฐานะพาร์ทเนอร์ VMware VCPP และ AWS Advanced Consulting Partner ทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคของทรู ไอดีซี มีความรู้และความชำนาญเกี่ยวกับบริการทั้งของวีเอ็มแวร์และ AWS และสามารถให้บริการที่พร้อมสรรพทั้งในส่วนของการให้คำปรึกษา การติดตั้ง และการจัดการระบบให้แก่ลูกค้าในภูมิภาคต่างๆ ของไทย  ลูกค้าสามารถรับบริการ VMware Cloud Consulting Service จากทีมวิศวกรมืออาชีพที่ผ่านการรับรองของทรู ไอดีซี รวมถึงบริการด้านการจัดการบิลและการเรียกเก็บเงินแบบครบวงจร

ด้วยการออกแบบร่วมกันระหว่างวีเอ็มแวร์และ AWS แอปพลิชันที่ติดตั้งใช้งานในสภาพแวดล้อมดังกล่าวจะได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีการกู้คืนระบบ (Disaster Recovery) ที่แข็งแกร่ง ทั้งยังสามารถเข้าถึงบริการที่หลากหลายของ AWS ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น  นอกจากนี้ยังลดค่าใช้จ่ายและการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการโยกย้ายแอปพลิชันไปยังระบบคลาวด์ เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานและการดำเนินงานที่นำเสนอผ่านบริการดังกล่าวมีลักษณะสอดคล้องกับการทำงานภายในดาต้าเซ็นเตอร์ของลูกค้า และยังมีเครื่องมือ กระบวนการ และแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมเพื่อรองรับแอปพลิชันที่มีปริมาณความต้องการใช้งานเป็นอย่างสูงอีกด้วย

การพัฒนาเพิ่มเติมล่าสุดสำหรับบริการดังกล่าว ได้แก่:

  • การเพิ่มประสิทธิภาพบริการกู้คืนระบบ (Disaster-Recovery-as-a-Service) ซึ่งให้การปกป้องที่เหมาะสมสำหรับเวิร์กโหลดขนาดใหญ่ที่ใช้พื้นที่จัดเก็บในปริมาณมาก ควบคู่ไปกับการลดค่าใช้จ่ายและความยุ่งยากซับซ้อน เพื่อการรองรับการทำงานอย่างต่อเนื่องของแอปพลิชันที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อธุรกิจ ตลอดจนรองรับการทำงานของเวิร์กโหลดทั้งระบบ และรองรับแอปพลิชันรุ่นอนาคต (Next-gen application)
  • การรองรับการโยกย้ายสู่ระบบคลาวด์ขนาดใหญ่อย่างปลอดภัยและการเคลื่อนย้ายแอปพลิชันอย่างครอบคลุมทั่วโลก ช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดการแอปพลิชันได้อย่างรวดเร็วและมีเสถียรภาพมากขึ้น รวมทั้งขยายดาต้าเซ็นเตอร์ไปสู่แพลตฟอร์มคลาวด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

 

[1] The Race to Reinvent Is On: IDC Thailand Reveals Its Top IT Predictions for 2019 and Beyond, IDC, Feb 2019.

Rate this item
(0 votes)