เวียตเจ็ทลงนามจัดซื้อเครื่องบินแอร์บัส A321XLR รุ่นใหม่ล่าสุด 20 ลำ

เวียตเจ็ทลงนามจัดซื้อเครื่องบินแอร์บัส A321XLR รุ่นใหม่ล่าสุด 20 ลำ

  • เวียตเจ็ทเป็นหนึ่งในสายการบินกลุ่มแรกของโลกที่จะได้ใช้เครื่องบินรุ่น A321XLR ภายในปี 2023
  • สถาบันการบินเวียตเจ็ทติดตั้งเครื่องจำลองการฝึกซ้อมบินรุ่น A320/ A321 เพิ่มอีก 2 เครื่อง

นางเหวียน ถิ เฟือง เถา ประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร สายการบินเวียตเจ็ท (ขวา) และ นายกิลโลม โฟรี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร แอร์บัส ร่วมทำพิธีลงนามสัญญาจัดซื้อเครื่องบินแอร์บัสรุ่น A321XLR จำนวน 20 ลำ โดยมีคณะผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองฝ่ายร่วมเป็นสักขีพยาน

เวียตเจ็ท สายการบินยุคใหม่แห่งเวียดนาม และ แอร์บัส บริษัทผู้ผลิตอากาศยานรายใหญ่ของโลก ร่วมทำพิธีลงนามสัญญาจัดซื้อเครื่องบินแอร์บัส A321XLR รุ่นใหม่ล่าสุด 20 ลำ ในวันที่ 31 ตุลาคม 2562 โดยพิธีจัดขึ้นที่เมืองตูลูส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งทำให้เวียตเจ็ทกลายเป็นหนึ่งในสายการบินกลุ่มแรกของโลกที่จะได้ใช้งานเครื่องบินแบบพิสัยบินไกลพิเศษรุ่นใหม่ล่าสุดของแอร์บัส โดยกำหนดส่งมอบภายในปี พ.ศ. 2566 ด้วยนวัตกรรม “พิสัยการบินไกลพิเศษ” ถึง 8,700 กม. ของเครื่อง A321XLR จะช่วยสนับสนุนแผนการเสริมศักยภาพฝูงบินและการขยายเครือข่ายการบินในอนาคตอันของเวียตเจ็ทตามที่ตั้งเป้าหมายไว้

นอกจากสัญญาจัดซื้อเครื่องบินรุ่นใหม่ ทั้งสองฝ่ายยังลงนามในสัญญาการติดตั้งเครื่องจำลองการฝึกซ้อมบินรุ่น A320/ A321 เพิ่มอีก 2 เครื่อง เพื่อใช้ในการฝึกฝนนักบินและการฝึกซ้อมด้านเทคนิค นับเป็นการเพิ่มระดับการลงทุนของบริษัทแอร์บัสในสถาบันการบินเวียตเจ็ท ทำให้ศูนย์การบินแห่งนี้มีเครื่องจำลองการฝึกซ้อมบินมากถึง 3 เครื่อง ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการฝึกซ้อมของศูนย์การบินเวียตเจ็ทให้สูงยิ่งขึ้น

นางเหวียน ถิ เฟือง เถา ประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร สายการบินเวียตเจ็ท และ นายกิลโลม โฟรี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร แอร์บัส ได้ร่วมลงนามในสัญญาครั้งสำคัญนี้ ในโอกาสการเดินทางไปเยือนยุโรปอย่างเป็นทางการของคณะผู้บริหารระดับสูงของเวียตเจ็ท

นายกิลโลม โฟรี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร แอร์บัส กล่าวในพิธีลงนามสัญญาว่า “เวียตเจ็ทคือหนึ่งในสายการบินที่เติบโตเร็วที่สุดของภูมิภาคเอเชีย เรารู้สึกภูมิใจที่ได้นำเสนอเครื่องบินรุ่น A321XLR เข้าเป็นส่วนหนึ่งของฝูงบินเวียตเจ็ท การทำสัญญาจัดซื้อครั้งนื้ถือเป็นสิ่งยืนยันว่าการตัดสินใจของเรานั้นถูกต้อง ในการนำเสนอเครื่องบินพิสัยการบินไกลพิเศษที่แท้จริงสู่ตลาดการบินเอเชียซึ่งมักจะใช้เครื่องบินรุ่นช่องทางเดินเดี่ยว เพื่อช่วยให้สายการบินต่าง ๆ สามารถขยายเครือข่ายการบินด้วยต้นทุนต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ นอกจากนี้ เรายังรู้สึกยินดีที่ได้ยกระดับความร่วมมือกับเวียตเจ็ทในด้านการฝึกซ้อมไปพร้อมกัน”

ฝ่ายนางเหวียน ถิ เฟือง เถา ประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร สายการบินเวียตเจ็ท กล่าวว่า “เวียตเจ็ทคือผู้บุกเบิกธุรกิจสายการบินรุ่นใหม่ที่ใช้เครื่องบินที่ทันสมัยและประหยัดเชื้อเพลิง เราภูมิใจที่เป็นผู้บริหารฝูงบินแอร์บัสที่มีอายุการใช้งานน้อยที่สุดของโลกด้วยอายุใช้งานเฉลี่ยเพียง 2.7 ปี ซึ่งมีส่วนช่วยให้เวียตเจ็ทประสบความสำเร็จอย่างสูงตลอดหลายปีที่ผ่านมา หลังการทำสัญญาจัดซื้อในวันนี้ เครื่องบินรุ่น A321XLR จะช่วยอัพเกรดให้ฝูงบินของเวียตเจ็ทมีความทันสมัยอย่างสมบูรณ์แบบ โดยเรามีเป้าหมายสู่การขยายเครือข่ายการบินไปทั่วโลกอย่างมั่นคง จึงนับเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นที่จะได้เห็นผู้โดยสารของเราได้เพลิดเพลินไปกับเที่ยวบินระยะกลางที่สะดวกสบาย ทันสมัย และคุ้มค่าที่สุด”

หลังการลงนามสัญญาฉบับนี้เสร็จสมบูรณ์ ทำให้เวียตเจ็ทมียอดสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัสรวม 186 ลำ โดยเครื่องบินรุ่น A321XLR ล็อตแรกจะทำการส่งมอบตั้งแต่ปี พ.ศ.2566 เป็นต้นไป

เครื่องบินรุ่น A321XLR นำเสนอพัฒนาการอีกขั้นเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดการบิน ด้วยประสิทธิภาพการบินระยะทางที่ไกลขึ้นและน้ำหนักบรรทุกที่มากขึ้น ซึ่งช่วยให้สายการบินดำเนินงานได้อย่างคุ้มค่ายิ่งขึ้น นับตั้งแต่ พ.ศ.2566 เป็นต้นไป เครื่องบินรุ่นนี้จะสามารถให้บริการเที่ยวบินพิสัยการบินไกลพิเศษถึง 8,704 กม. ซึ่งมีระยะบินไกลกว่ารุ่น A321LR ถึง 15% และใช้พลังงานต่อที่นั่งน้อยลง 30% เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องบินรุ่นก่อน

การทำสัญญาครั้งนี้ยังครอบคลุมบริการของ แอร์บัส เซอร์วิสเซส ในการสนับสนุนการดำเนินงานทุกขั้นตอนและมอบโซลูชั่นหลักสูตรการฝึกซ้อมสมัยใหม่ที่ออกแบบและพัฒนามาเป็นพิเศษสำหรับนักบิน นักเรียนการบิน ลูกเรือ ทีมวิศวกรฝ่ายปฏิบัติงานและดำเนินงาน บุคลากรฝ่ายซ่อมบำรุง และผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างและการซ่อมแซมของสายการบินเวียตเจ็ท เพื่อการันตีการดำเนินงานฝูงบินแอร์บัสให้มีความปลอดภัย เชื่อถือได้ และเต็มประสิทธิภาพตลอดอายุการใช้งาน

Rate this item
(0 votes)