รพ.นครธน ชวนวิ่งรำลึกความทรงจำ พร้อมออกกำลังกระตุ้นสมองแข็งแรง จัดกิจกรรม “เดิน-วิ่งมหากุศล นครธน มินิมาราธอน”

รพ.นครธน ชวนวิ่งรำลึกความทรงจำ พร้อมออกกำลังกระตุ้นสมองแข็งแรง จัดกิจกรรม “เดิน-วิ่งมหากุศล นครธน มินิมาราธอน” ครั้งที่ 12 Memory Run วิ่งในความทรงจำ

การออกกำลังกายด้วยการวิ่ง กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มคนรักการออกกำลังกายในปัจจุบัน โดยแต่ละงานมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันไป ซึ่งโรงพยาบาลนครธนได้เล็งเห็นความสำคัญในการวิ่งออกกำลังกาย เพราะนอกจากจะทำให้ผู้วิ่งมีสุขภาพดีแล้ว ยังเป็นการออกกำลังกายสมอง ช่วยกระตุ้นความทรงจำ ทำให้สมองแข็งแรงและสามารถจดจำสิ่งสำคัญในชีวิตได้อย่างยาวนาน ดังนั้นโรงพยาบาลนครธนจึงได้จัดงาน “เดิน-วิ่งมหากุศล นครธน มินิมาราธอน” ครั้งที่ 12 ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสมาพันธ์ชมรมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพไทย ภายใต้แนวคิด Memory Run วิ่งในความทรงจำ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับประชาชน และหันมาดูแลสุขภาพร่างกายและสมองให้แข็งแรง

นพ.วิโรจน์ ตระการวิจิตร ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ ซึ่งเป็นประธานในการจัดงานครั้งนี้กล่าวว่า “สำหรับงานเดิน-วิ่งมหากุศล นครธน มินิมาราธอนครั้งนี้ ถือเป็นกิจกรรมประจำปีที่ทางโรงพยาบาลนครธนได้จัดขึ้นมา 11 ปีแล้ว ซึ่งครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 12 เพื่อเป็นการริเริ่มส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไป ทุกเพศทุกวัย รวมถึงบุคลากรในโรงพยาบาลนครธน หันมาออกกำลังกายเพื่อการมีสุขภาพที่ดี มีชีวิตที่ยืนยาว และลดค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพ โดยตลอดระยะเวลา 11  ปีที่ผ่านมานั้นเราได้สร้างความทรงจำที่ดีมากมาย ดังนั้นงานวิ่งมินิมาราธอนครั้งที่ 12 นี้ จึงกำหนดแนวคิด Memory Run วิ่งในความทรงจำ เพื่อให้นักวิ่งได้รำลึกถึงความทรงจำดี ๆ จากการวิ่งกับโรงพยาบาลนครธนที่ผ่านมา และถือเป็นการบริหารสุขภาพสมองให้แข็งแรง กระตุ้นให้สมองได้คิด เช่นเดียวกับการเสริมสร้างร่างกายจากการวิ่ง ดังนั้นโรงพยาบาลนครธนจึงขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมการเดิน-วิ่งมหากุศล นครธนมินิมาราธอน ครั้งที่ 12 นี้ ในวันอังคารที่ 10 ธันวาคม 2562 โดยทุกคนจะได้ร่วมเดินวิ่งบนเส้นทางธรรมชาติ บางขุนเทียน – ชายทะเล ซึ่งมีระยะทางเดินวิ่งเพื่อสุขภาพ 3 กิโลเมตร และวิ่งมินิมาราธอน 10.5 กิโลเมตร ทั้งนี้รายได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย ได้มอบให้กับองค์กรการกุศล 17 แห่ง ได้แก่ สภากาชาดไทย, มูลนิธิชัยพัฒนา, ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ, มูลนิธิรามาธิบดี, มูลนิธิตับแห่งประเทศไทย, สมาคมหูหนวกแห่งประเทศไทย, มูลนิธิถันยรักษ์ในพระราชูปถัมภ์ฯ, มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย, มูลนิธิโรคหืดแห่งประเทศไทย, มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์, มูลนิธิโรคข้อในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ, มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, ศิริราชมูลนิธิ คณะแพทยศาตร์ ศิริราชพยาบาล, มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย, มูลนิธิกลุ่มแสงเทียนวัดบางไส้ไก่, วัดพระบาทน้ำพุ และมูลนิธิโรงพยาบาลนครธน”

หลายคนอาจสงสัยว่าการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง ส่งผลอย่างไรกับสุขภาพสมอง สมาธิ และความทรงจำ รวมถึงวิธีออกกำลังที่ถูกต้องเป็นอย่างไร ซึ่งภายในงานเปิดตัว งานเดิน-วิ่งมหากุศล นครธน มินิมาราธอน ก็ได้มีการเสวนาทางการแพทย์ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังสมอง ในเรื่อง “ออกกำลังกายสมองด้วยสองเท้า” โดยมี พญ.รุ่งทิพย์ ชัยธีรกิจ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประจำศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลนครธน มาพูดคุยแนะนำถึงประโยชน์ของการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง ซึ่งส่งผลถึงสมอง ร่วมกับแขกรับเชิญคนพิเศษ โย-ยศวดี หัสดีวิจิตร นางแบบชื่อดังที่ผันตัวเองมาเป็นนักกีฬาวิ่งมาราธอนและไตรกีฬา

เริ่มจากพญ.รุ่งทิพย์ ได้กล่าวว่า “การวิ่ง นอกจากจะทำให้สุขภาพแข็งแรงแล้ว ยังทำให้สมองของเราทำงานได้ดีขึ้นด้วย โดยปกติสมองส่วนที่ควบคุมขาทั้งสองข้างจะอยู่บริเวณตรงกลางของสมองส่วนหน้า ซึ่งตรงนี้จะมีเส้นใยประสาทที่เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมมาสู่สมองส่วนความทรงจำที่อยู่บริเวณด้านข้าง ดังนั้นเวลาที่เราเดิน วิ่ง หรือปั่นจักรยานโดยใช้ขาทั้งสองข้าง จะทำให้เส้นใยประสาทที่ใช้ในการดึงความจำถูกกระตุ้น ยกตัวอย่างเช่น เราไปเจอเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เราจะนึกว่าเขาชื่ออะไร จังหวะนี้เราใช้งานประสาทส่วนนี้ในการเรียกใช้ข้อมูลและความทรงจำออกมา ซึ่งสำหรับผู้สูงอายุนั้น สมองส่วนหน้าและเส้นใยประสาทบริเวณนี้มักจะเสื่อมลงก่อน และสูญเสียการเชื่อมต่อกับสมองส่วนอื่น ๆ อันเป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะความจำถดถอยในผู้สูงอายุ ทำให้นึกอะไรได้ช้าลง แต่การเดิน วิ่ง และปั่นจักรยาน จะช่วยทำให้เส้นใยประสาทที่เชื่อมบริเวณสมองส่วนหน้ากับสมองส่วนอื่น ๆ ทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งมีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแอริโซนา ได้ศึกษาสมองของกลุ่มผู้สูงอายุวัย 60 ปี โดยแยกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่วิ่งออกกำลังกายเป็นประจำ กับกลุ่มที่ไม่ออกกำลังกาย พบว่ากลุ่มคนที่ออกกำลังกายด้วยวิธีเดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน สมองส่วนหน้าจะมีขนาดใหญ่กว่า มีการเชื่อมต่อระบบสมองที่ดีกว่า เมื่อเทียบกับกลุ่มคนที่ไม่ออกกำลังกาย โดยเฉพาะการวิ่ง หลายคนคงเคยได้ยินว่า วิ่งเพื่อให้เกิดสมาธิ เนื่องจากสมองส่วนหน้าของเราทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับสมาธิ การวางแผน การใช้เหตุผลตรรกะ เวลาที่สองขาของเรามีการเคลื่อนไหวก็จะไปกระตุ้นสมองส่วนหน้าให้ทำงาน ซึ่งจะทำให้เกิดสมาธิมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะระหว่างที่วิ่ง เราจะต้องใช้สมาธิจดจ่อกับเส้นทาง ดังนั้นก่อนวิ่งเราควรทำสมาธิโดยการสังเกตลมหายใจเข้าและออก ซึ่งจะทำให้เราเกิดสมาธิที่ดีขณะที่วิ่ง”

ทางด้านนางแบบชื่อดัง โย-ยศวดี ที่ฝึกซ้อมการวิ่งอย่างเข้มข้น จนผันตัวเองมาเป็นนักกีฬาวิ่งมาราธอนและไตรกีฬาในที่สุดได้กล่าวถึงประโยชน์ของการออกกำลังกายโดยการวิ่งไว้ว่า “จุดเริ่มต้นของการวิ่งมาราธอนของโย เริ่มต้นที่ 4 กิโลเมตร ซึ่งมีความเหนื่อยมากเพราะเราไม่เคยออกกำลังกายแบบนี้มาก่อน โยจึงกลับมานั่งทบทวนว่าการวิ่งจริง ๆ ต้องมีการฝึกซ้อมอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ หลังจากนั้นก็เลยเริ่มวิ่งจริงจัง และเอาดีทางด้านวิ่งมาราธอน ซึ่งอันดับแรกเราต้องแยกให้ออกก่อนว่าเราเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพหรือเราเล่นกีฬาเพื่อการแข่งขัน โดยในช่วงแรก ๆ โยยอมรับว่าเราเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพ แต่พอเล่นไปเราเริ่มมีโค้ชที่ช่วยฝึกซ้อมอย่างจริงจังและเข้มข้นมากขึ้นทั้งเช้าและเย็น จึงไม่หยุดแค่การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพแล้ว อย่างเช่นการฝึกซ้อมไตรกีฬาเราต้องซ้อมถึง 6 วันต่อสัปดาห์ ซึ่งโยฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อการแข่งขัน ซึ่งแตกต่างกับคนที่วิ่งเพื่อสุขภาพ โดยสิ่งที่เราจะได้รับคือ สุขภาพที่ดี น้ำหนักลด ใส่เสื้อผ้าสวย และหลับสบาย ที่สำคัญเราจะสัมผัสได้ว่าร่างกายเราเกิดการเปลี่ยนแปลงจากภายใน รวมถึงจิตใจด้วย แค่ลองทำเพียงวันละ 20-30 นาที สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง โยมั่นใจว่าภายใน 1 เดือนจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง และถ้าถามว่าสมองมีความสำคัญอย่างไรกับการแข่งขันกีฬา โยบอกได้เลยว่าสำคัญมาก เพราะนักกีฬาที่เข้าแข่งขันจะมีแต่แรงกำลังกายอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องมีกำลังสมองด้วย เพราะทุกครั้งที่เราแข่งขันเราต้องคอยคำนวณเวลา และวางแผนก่อนล่วงหน้าว่าในแต่ละระยะเราจะใช้ความเร็วเท่าไหร่ หัวใจเต้นเท่าไหร่ ความเหนื่อยอยู่ประมาณไหน และเหลือเวลาอีกเท่าไหร่ ต้องทำเวลาทุกอย่างให้พอดี ซึ่งเป็นสิ่งที่โค้ชพูดเสมอว่า บางครั้งเราใส่พลังไป 100% เราไม่ใช่ผู้ชนะ เพราะคนที่วางแผนเก่งกว่าเรามักจะเป็นผู้ชนะเสมอ นอกจากนี้สิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากในการแข่งขันคือ นักกีฬาไม่ควรพลาดเรื่องของการบรีฟ ซึ่งทุกการแข่งขันจะมีการบรีฟเส้นทางก่อนเสมอ เราก็ต้องจดจำเส้นทางและวางแผนให้ได้ และนอกจากการวิ่งเข้าเส้นชัยแล้ว เรายังได้เก็บความทรงจำระหว่างทางไปด้วย รอยยิ้มของผู้คนที่ออกมาเชียร์เราขณะวิ่ง มันเป็นความทรงจำที่ดีไม่แพ้การเข้าเส้นชัย ซึ่งถ้าหากเรามีสมองที่แข็งแรงเราก็จะจดจำทุกอย่างได้ดีและยาวนานไปตลอดชีวิต”

สำหรับผู้ที่สนใจงานเดิน-วิ่งมหากุศล นครธน มินิมาราธอน ครั้งที่ 12 สามารถสมัครได้ที่ โรงพยาบาลนครธน โทร. 0-2450-9999 หรือ www.nakornthon.com จนวันที่ 9 ธันวาคม 2562 โดยมีค่าสมัคร 500 บาท (ทุกระยะ) และ 1,200 บาท (VIP)

Rate this item
(0 votes)

Page Visitor

004855066
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
43187
41982
241174
1608516
383213
1261906
4855066
Your IP: 35.168.112.145
2020-07-10 22:27