IT

VMware เผยพฤติกรรมเสี่ยงของผู้บริโภคในโลกไซเบอร์ เป็นอุปสรรคด้านความปลอดภัย

VMware เผยพฤติกรรมเสี่ยงของผู้บริโภคในโลกไซเบอร์ เป็นอุปสรรคด้านความปลอดภัยในการขับเคลื่อนสังคมไร้เงินสดในประเทศไทย

  • ช่องว่างที่กว้างขึ้นระหว่างความเข้าใจเรื่องสังคมไร้เงินสด และพฤติกรรมความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ของผู้บริโภคที่หละหลวมมีส่วนคุกคามภาคธุรกิจและเศรษฐกิจ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการทุจริตทางการเงินและการสูญเสียทางเศรษฐกิจ
  • นวัตกรรมจำเป็นต้องพึ่งพาสถาปัตยกรรมเครือข่ายที่แข็งแกร่งที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานของความเร็ว ความอัจฉริยะ และ ‘Zero Trust’ ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้ VMware ประกาศวิสัยทัศน์ด้านเครือข่ายและสถาปัตยกรรมแห่งอนาคตที่สร้างขึ้นพร้อมกับการเชื่อมต่อที่ครอบคลุม ทั้งมีระบบรักษาความปลอดภัยในตัว สำหรับแอพและข้อมูลที่มีการกระจายในปริมาณสูง ไม่ว่าจะใช้งานอยู่บนคลาวด์แบบใดก็ตาม

VMware อิงค์ (NYSE: VMW) ผู้นำนวัตกรรมซอฟต์แวร์สำหรับองค์กร ได้เปิดเผยข้อมูลจากการสำรวจพฤติกรรมลูกค้าธนาคาร (VMware Banking Consumer 2020 Study) ฉบับใหม่โดยพบว่าลูกค้าคนไทยมากกว่าหนึ่งในสาม (35%) ไม่ได้มีมาตรการที่เหมาะสมในการรักษาความปลอดภัยข้อมูลทางการเงินของพวกเขา โดยพวกเขาตั้งรหัสผ่านเดียวกันสำหรับการเข้าใช้บริการแอพบางส่วนหรือทั้งหมด ซึ่งรหัสผ่านดังกล่าวมีข้อมูลส่วนตัวรวมอยู่ด้วย

ขณะที่การตอบรับกระแสสังคมไร้เงินสดเพิ่มขึ้นนั้น เป็นสัญญาณด้านบวกให้เห็นถึงเป้าหมายที่ชัดเจนของประเทศไทยในเรื่องนี้ แต่พฤติกรรมการใช้งานในโลกไซเบอร์ที่ย่ำแย่อาจส่งผลทำให้ลูกค้าสถาบันการเงินและธนาคาร (FSI) มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดปัญหาการฉ้อฉลและการสูญเสียทางการเงิน ผู้บริโภคคนไทยส่วนใหญ่ (86%) เก็บข้อมูลบัญชีธนาคารไว้ในแอพพลิเคชั่นอย่างน้อย 1 ถึง 6 แอพพลิเคชั่น มีเพียงส่วนน้อย (30%) ที่มีพฤติกรรมที่ดีในการใช้งานทางไซเบอร์โดยใช้รหัสผ่านที่แตกต่างกันสำหรับบัญชีธนาคารของเขาทั้งหมด แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ประเทศไทยถูกจัดว่าดีที่สุดในภูมิภาค โดยมีสัดส่วนสูงกว่าค่าเฉลี่ยในภูมิภาคนี้ซึ่งอยู่ที่ 24%

“การชำระเงินโดยไม่ใช้เงินสดหรือเปลี่ยนเป็นสังคมไร้เงินสดกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น – ปริมาณการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือในเดือนมิถุนายน 2017 มีมูลค่าถึง 22,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้น 57% จากปีที่แล้ว ตามข้อมูลที่ได้จากธนาคารแห่งประเทศไทย[1]  การเติบโตของการชำระเงินโดยไม่ใช้เงินสดถูก เร่งให้ก้าวไกลยิ่งขึ้นหลังจากการกำหนดมาตรฐานของการชำระเงินผ่านระบบ QR code และการเปิดตัวบริการการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ” กล่าวโดย คุณเอกภาวิน สุขอนันต์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย ของ VMware “สถาปัตยกรรมระบบที่มีอยู่ขณะนี้ยังไม่เพียงพอ ที่จะปกป้องคุ้มกันสิ่งที่เกิดขึ้นจริงจากการชำระเงินในรูปแบบนี้ ทางธนาคารและสถาบันการเงินจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายแบบใหม่ที่ช่วยปกป้องแอพ ข้อมูล และผู้ใช้ ผ่านสภาพแวดล้อมการทำงานบนระบบคลาวด์ที่หลากหลาย”

การสำรวจครั้งนี้ยังพบว่า ผู้บริโภคในประเทศไทยไม่ค่อยให้ความสำคัญกับระดับการรักษาความปลอดภัย ที่มาพร้อมกับวิธีการชำระเงินแบบใหม่เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งรวมถึงการใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อ สรรพสิ่งที่เชื่อมต่อ กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ และแอพต่างๆ  ดังนั้นธนาคารและสถาบันการเงิน จำเป็นต้องรับภาระหนักขึ้นเพื่อให้วิธีการชำระเงินแบบใหม่เหล่านี้มีความปลอดภัย ผ่านการใช้นวัตกรรมและการจัดวางระบบโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง  ในทางกลับกัน ผู้บริโภคในสิงคโปร์และมาเลเซียไม่ค่อยเชื่อมั่นหรือไว้วางใจในวิธีการชำระเงินแบบใหม่นี้ และรู้สึกสบายใจกว่าที่จะใช้วิธีการทำธุรกรรมแบบเดิม เช่น การใช้เงินสดและบัตรเอทีเอ็ม

ผู้บริโภคชาวไทยยังแสดงความพึงพอใจต่อการใช้บริการธนาคารในด้านต่างๆ ต่อไปนี้ในระดับที่สูง เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในภูมิภาคเดียวกัน

  • ความรวดเร็วในการตอบคำถามหรือแก้ไขปัญหา
  • ความพร้อมใช้งานของช่องทางให้บริการลูกค้า
  • ความโปร่งใสของนโยบาย ข้อกำหนดและเงื่อนไขที่เข้าใจได้ง่าย
  • การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการใช้ข้อมูลตามหลักจริยธรรม

VMware มีส่วนช่วยในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลโดยใช้เครือข่ายระบบคลาวด์เสมือน: เครือข่ายที่ล้ำสมัยและระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับทุกภาระงานบนระบบคลาวด์ต่างๆ

เพื่อช่วยให้ธนาคารและสถาบันการเงินมีดุลภาพระหว่างนวัตกรรมและความสามารถในการปรับเปลี่ยนขนาดระบบ ทาง VMware ได้เปิดตัวเทคโนโลยีใหม่เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถประยุกต์ใช้สถาปัตยกรรมเครือข่าย ที่ทำงานโดยอาศัยซอฟต์แวร์แบบเอ็นต์-ทู-เอ็นต์ที่มีความปลอดภัยสูงขึ้น ซึ่งก็คือ เครือข่ายระบบคลาวด์เสมือน (Virtual Cloud Network) ที่เชื่อมต่อได้ครอบคลุมขึ้นและมีระบบรักษาความปลอดภัยในตัว(Intrinsic Security) สำหรับแอพและข้อมูลที่มีการกระจายข้อมูลปริมาณมาก ภายใต้สภาพแวดล้อมคลาวด์ทุกรูปแบบ  ธนาคาร สถาบันการเงิน และธุรกิจต่างๆ ที่กำหนดให้ความคล่องตัว นวัตกรรม และความมั่นคงปลอดภัยเป็นแกนหลักสำหรับการดำเนินธุรกิจ จะได้รับประโยชน์จากเครือข่ายระบบคลาวด์เสมือนดังกล่าว โดยช่วยปลดล็อกข้อจำกัดที่มีอยู่จากเทคโนโลยีระบบเครือข่ายปัจจุบัน การลดความซับซ้อนของระบบเครือข่ายลงอย่างมีนัยสำคัญ และช่วยกำหนดบทบัญญัติการรักษาความปลอดภัยขึ้นใหม่

ยกระดับความล้ำสมัยของเครือข่ายและระบบซีเคียวริตี้สำหรับภาระงานทั้งหมดบนระบบคลาวด์ต่างๆ: VMware NSX-T Data Center 2.3 ช่วยขยายขีดความสามารถของเครือข่ายแบบมัลติคลาวด์และระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูง  การเข้าถึงการเชื่อมต่อในทุกรูปแบบ ทำงานอิสระแยกจากระบบคลาวด์พื้นฐาน ช่วยให้ลูกค้าสามารถทำงานข้ามระบบคลาวด์สาธารณะที่หลากหลาย เพื่อใช้ประโยชน์จากพื้นที่ที่พร้อมใช้งานและบริการพิเศษจากผู้ให้บริการระบบคลาวด์ต่างๆ ได้โดยสะดวก

ความง่ายของการวางระบบ การบริหารจัดการ และการใช้งาน NSX: VMware NSX-T Data Center 2.3 ช่วยให้การติดตั้ง การปรับตั้งค่า การบริหารจัดการกับผังงานใหม่ และค้นหาฟังก์ชั่นการทำงานสำหรับออปเจ็ค์และอีเวนต์ต่างๆ เป็นเรื่องง่าย ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดนโยบายต่างๆ และนำไปบังคับใช้งานทั้งกับศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ของตัวเอง และพื้นที่ใช้งานบนโครงสร้างระบบคลาวด์ที่หลากหลาย

การวางแผนระบบรักษาความปลอดภัยและการปฏิบัติงานที่ขับเคลื่อนโดยตัวเองสำหรับเครือข่ายระบบคลาวด์เสมือน: ช่วยให้ลูกค้าสร้างและเปิดใช้งานโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับเครือข่ายระบบคลาวด์เสมือนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมใช้งานอย่างเต็มที่ และมั่นคงปลอดภัยมากขึ้น ลูกค้าสามารถเร่งการวางแผนและการจัดแยกระบบส่วนงานขนาดเล็ก วางแผนการย้ายแอพพลิเคชั่นต่างๆ มีมุมมองการปฏิบัติงานที่ชัดเจนขึ้นในการบริหารจัดการ ปรับเปลี่ยนขนาด และบังคับใช้ข้อกำหนดสำหรับการติดตั้งระบบศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ VMware NSX  ซึ่งโซลูชั่นนี้สามารถเลือกใช้ได้ทั้งแบบซอฟต์แวร์ติดตั้งในบริษัทและให้บริการในรูปแบบ SaaS ที่มีฟีเจอร์ครบครันและระดับความสามารถเท่าเทียมกันทั้งคู่

VMware และ Arista เชื่อมความปลอดภัยทางกายภาพและเวอร์ชวลทั่วทั้งเครือข่ายระบบคลาวด์เสมือน:  Arista และ VMware ได้ร่วมมือกันเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกันที่แนบชิดขึ้นระหว่าง Arista CloudVision และ VMware NSX

“ธนาคารและสถาบันการเงินต้องเผชิญกับการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้นในการจัดการข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า รวมทั้งข้อเรียกร้องจากลูกค้าที่ต้องการได้รับบริการที่รวดเร็ว  การค้นหาดุลยภาพที่เหมาะสมระหว่างการปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับความต้องการของลูกค้า การปฏิบัติตามข้อกำหนด และการรักษาความปลอดภัย ขณะเดียวกันก็ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าโครงสร้างดิจิทัลรองรับนวัตกรรมแห่งอนาคต ซึ่งฟังดูยุ่งยากแต่มีความสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อเรากำลังเปลี่ยนเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีแห่งอนาคต สถาปัตยกรรมเครือข่ายระบบคลาวด์เสมือนทำหน้าที่คุมบังเหียนเพื่อส่งต่ออานุภาพของเทคโนโลยีเครือข่าย ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานให้กับธนาคาร และสถาบันการเงินในการตอบรับกับโอกาสและรับมือกับอุปสรรคใหม่ๆ ได้รวดเร็วขึ้น สร้างโมเดลธุรกิจใหม่ และส่งมอบบริการสำหรับแอพพลิเคชั่นและข้อมูลทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม” คุณเอกภาวิน อธิบายเพิ่มเติม

“VMware มุ่งมั่นที่จะช่วยลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจของเรา เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบบดิจิทัลในช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกผันในทุกธุรกิจ (disruptive change) เมื่อภูมิภาคนี้เริ่มต้นที่จะเดินเข้าสู่แนวคิดเมืองและประเทศอัจฉริยะ (smart cities, smart nations) ด้วยการใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย การวางระบบโครงสร้างพื้นฐานที่มีความมั่นคงปลอดภัยสูงจึงเป็นภารกิจที่สำคัญยิ่งสำหรับธุรกิจเฉพาะด้าน เช่น ธนาคารและสถาบันการเงิน” คุณเอกภาวิน กล่าวเพิ่มเติม “เรายังคงเดินหน้าช่วยเหลือธุรกิจต่างๆ ให้สามารถบริหารจัดการบนคลาวด์ที่หลากหลายและเชื่อมโยงส่วนงานระหว่างฝ่ายไอทีและนักพัฒนาเข้าด้วยกัน”

 

เกี่ยวกับวีเอ็มแวร์ (VMware)

วีเอ็มแวร์ เป็นผู้นำระดับโลกด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความซับซ้อน ด้วยความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์กว่า 75,000 ราย ผนวกกับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของวีเอ็มแวร์ อาทิ ระบบประมวลผล ระบบคลาวด์ โมบิลิตี้ เน็ตเวิร์คกิ้ง และระบบรักษาความปลอดภัย วีเอ็มแวร์จึงเป็นผู้ให้บริการระบบดิจิทัลพื้นฐานที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและคล่องตัว โดยให้บริการแก่ลูกค้ากว่า 500,000 รายทั่วโลก สำนักงานใหญ่วีเอ็มแวร์ตั้งอยู่ที่เมืองพาโล อัลโต ในปีนี้ วีเอ็มแวร์ฉลองครบรอบ 20 ปีแห่งความก้าวหน้าในการพัฒนานวัตกรรมที่สร้างผลประโยชน์ต่อทั้งภาคธุรกิจและสังคม สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูได้ที่ https://www.vmware.com/company.html

VMware, NSX และ NSX-T Data เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของบริษัท VMware, Inc. หรือบริษัทสาขาในสหรัฐอเมริกาและเขตอำนาจศาลอื่นๆ  บทความนี้อาจจะประกอบด้วยไฮเปอร์ลิงค์ไปยังเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่ของ VMware ที่ถูกสร้างขึ้นและดูแลโดยผู้อื่น ซึ่งจะเป็นผู้ที่รับผิดชอบสำหรับเนื้อหาบนเว็บไซต์ดังกล่าวแต่เพียงผู้เดียว

เกี่ยวกับ VMware Banking Consumer 2020

VMware Banking Consumer 2020 เป็นการสำรวจที่จัดทำขึ้นในประเทศต่างๆ ทั่วภูมิภาคในช่วงเดือนกันยายน 2018 โดยเป็นการสำรวจพฤติกรรม ความชอบ และทัศนคติเกี่ยวกับการธนาคารและอนาคตของรูปแบบการชำระเงินของผู้บริโภคจำนวน 6,000 คน ในประเทศอินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ไทย และเกาหลีใต้

 

[1] ธนาคารแห่งประเทศไทย, การใช้ระบบธนาคารผ่านโทรศัพท์มือถือและระบบธนาคารผ่านอินเทอร์เน็ต, 2018

____________________

VMware: Poor Consumer Cyber Hygiene A Security Snag in Thailand’s Cashless Drive

  • Widening gap between cashless uptake and lax consumer cybersecurity habits threatens businesses and economy with greater risk of financial fraud and economic losses
  • Innovation needs to rest on a robust network architecture built on speed, intelligence and ‘zero trust,’ urges VMware as it announces its networking vision and next-generation architecture built with pervasive connectivity, intrinsic security for hyper-distributed apps and data, regardless of cloud environment

According to VMware, Inc. (NYSE: VMW), a leading innovator in enterprise software, the new VMware Banking Consumer 2020 Study reveals that more than a third (35%) of Thailand consumers surveyed do not take proper measures to secure their financial data, using the same passwords for some to all of the services and apps that contain their personal payment data.

While the increasing uptake in cashless payments are encouraging signs for Thailand’s cashless ambitions, poor cyber hygiene practices could put consumers, banks and financial institutions (FSIs) at great risk of financial fraud and losses. A majority (86%) of Thailand consumers surveyed store their bank account details on at least one to six applications, yet only a handful (30%) are practicing good cybersecurity practices by using different passwords for all their accounts. That said, Thailand still emerges as the safest in the region, topping the regional average of 24%.

“Cashless payments is ramping up - the volume of mobile payments for June 2017 reached US$22.1 billion, a 57% increase from the previous year, according to the Bank of Thailand[1]. The growth of cashless payments is set to further accelerate with the standardization of QR code payments and launch of mobile payment services,” said Ekpawin Sukanan, Country Manager, VMware Thailand. “Existing architecture is currently insufficient to guard against this payment reality – banks and FSIs need a new network infrastructure to protect apps, data and users across multiple cloud environments.” 

The study also found that consumers in Thailand are less concerned about the level of security afforded by new payment methods than their regional counterparts, embracing the use of connected devices, connected things, e-payment wallets and apps. Banks and FSIs thus need to do more to secure these new payment methods through innovation and deploying robust infrastructure. In contrast, consumers in Singapore and Malaysia place lesser trust in these new methods of payment and are more comfortable with the traditional transaction methods such as cash and ATMs.

Thailand consumers also indicated high levels of satisfaction with their banks, rating these attributes higher than the regional average:

  • Speed in answering queries or solving issues;
  • Availability of customer service channels;
  • Transparency in policies and understandable terms and conditions;
  • Data privacy and ethical use of data.

VMware Powers Digital Transformation with Virtual Cloud Networking: Advances Networking and Security for All Workloads on Any Cloud

To help banks and FSIs strike a balance between innovation and scalability, VMware announced new advancements to help customers implement a more secure, end-to-end software-based network architecture, a Virtual Cloud Network, that enables pervasive connectivity and intrinsic security for hyper-distributed apps and data, regardless of cloud environment. Banks, FSIs and businesses that put agility, innovation and security at the core of their business stand to benefit from a Virtual Cloud Network by unlocking value from current networking technologies, significantly reducing network complexity, and redefining network security.

Advancing Networking and Security for All Workloads on Any Cloud: VMware NSX-T Data Center 2.3 extends advanced multi-cloud networking and security capabilities. This pervasive connectivity, independent of the underlying cloud, empowers customers that operate across multiple public clouds to take advantage of local availability zones and the unique services of different cloud providers.

Simplifying NSX Deployment, Management, and Use: VMware NSX-T Data Center 2.3 simplifies installation, configuration, and management with new deployment workflows and search functionality for objects and events. This enables administrators to express policies in a declarative fashion which will be applied to data center and multi-cloud infrastructure.

Security Planning and Self-Driving Operations for a Virtual Cloud Network: This helps customers build and run an optimized, highly-available, and more secure infrastructure for virtual cloud networking. Customers can accelerate micro-segmentation planning and deployment, plan application migration, gain operational views to manage, scale, and enforce compliance for VMware NSX data center deployments. This solution is available as both on-premises software and as a SaaS offering with full feature and scale parity across both.

VMware and Arista Bridge Physical and Virtual Security Across the Virtual Cloud Network:
Arista and VMware have collaborated to drive tight interoperability between Arista CloudVision and VMware NSX.

“Banks and FSIs face increased scrutiny over how personal data is handled, and an unyielding demand for fast response to consumers. Finding the right balance between staying attuned to consumers’ needs in compliance and security, while future-proofing their digital foundation with innovation, can be tricky but critical, especially when we are turning to technologies of the future. A Virtual Cloud Network architecture that harnesses the power of networking technologies will empower banks and FSIs to respond faster to new opportunities and threats, create new business models, and deliver services to all applications and data, wherever they are located,” Ekpawin explained.

“VMware is committed to helping our customers and partners embrace digital transformation in this time of disruptive change. As the region embarks on its journey to becoming smart cities and nations with next-generation technologies, establishing a highly secured infrastructure will be mission-critical for verticals such as banks and FSIs,” added Ekpawin. “We continue to help businesses master multi-cloud, and bridge the divide between IT operations and developers.”

 

About VMware

VMware software powers the world’s complex digital infrastructure. The company’s compute, cloud, mobility, networking and security offerings provide a dynamic and efficient digital foundation to over 500,000 customers globally, aided by an ecosystem of 75,000 partners. Headquartered in Palo Alto, California, this year VMware celebrates twenty years of breakthrough innovation benefiting business and society. For more information, please visit https://www.vmware.com/company.html.

VMware, NSX and NSX-T Data Center are registered trademarks or trademarks of VMware, Inc. or its subsidiaries in the United States and other jurisdictions. This article may contain hyperlinks to non-VMware websites that are created and maintained by third parties who are solely responsible for the content on such websites.

About VMware Banking Consumer 2020

VMware Banking Consumer 2020 is a regional multi-country study conducted in September 2018, surveying the behaviors, preferences and attitudes towards banking and the future of payments of 6,000 consumers in Indonesia, Malaysia, Singapore, the Philippines, Thailand and South Korea.

 

[1] Bank of Thailand, Use of Mobile Banking and Internet Banking, 2018

Rate this item
(0 votes)