DRT ส่องเทรนด์วัสดุก่อสร้างปี 63 ลุ้นรับอานิสงส์ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

นายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT นายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT

DRT ส่องเทรนด์วัสดุก่อสร้างปี 63 ลุ้นรับอานิสงส์ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง คาดตลาดปรับปรุงและซ่อมแซมมาแรงหนุนภาพรวมการเติบโต

‘บมจ.ผลิตภัณฑ์ตราเพชร หรือ DRT’ ประเมินแนวโน้มตลาดวัสดุก่อสร้างปี 2563 เติบโตต่อเนื่อง จากปัจจัยบวก พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กระตุ้นเจ้าของที่ดินนำออกมาใช้ประโยชน์เพื่อลดภาระภาษี และกลุ่มห้างค้าปลีกวัสดุก่อสร้างสมัยใหม่รุกผุดสาขาต่อเนื่อง รับพฤติกรรมความต้องการซื้อสินค้าเพื่อนำไปปรับปรุงซ่อมแซ่มมาแรง หนุนสินค้ากลุ่มไม้สังเคราะห์และอิฐมวลเบาโดดเด่น

นายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระบบหลังคา ไม้สังเคราะห์ แผ่นบอร์ด ยิปซัม อิฐมวลเบา คานทับหลัง เคาน์เตอร์มวลเบาสำเร็จรูปและบริการหลังการขายภายใต้ตราสินค้า ‘ตราเพชร’ เปิดเผยว่า แนวโน้มภาพรวมตลาดวัสดุก่อสร้างปี 2563 เติบโตใกล้เคียงกับภาพรวมเศรษฐกิจ หรือไม่เกิน 5% จากปัจจัย พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่มีผลบังคับใช้ในปีนี้ จะช่วยกระตุ้นให้เจ้าของที่ดินนำที่ดินเปล่าที่เก็บสะสมไว้มาใช้ประโยชน์ เพื่อลดภาระการจ่ายภาษี เช่น นำมาปลูกสร้างที่อยู่อาศัยหรือลงทุนก่อสร้างร้านค้าเพื่อค้าขาย ส่งผลดีต่อความต้องการใช้สินค้าวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกันยังมองว่า ความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างเพื่อนำไปปรับปรุงซ่อมแซมที่อยู่อาศัยจะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 40% ของมูลค่าตลาดรวมวัสดุก่อสร้างทั้งหมด เมื่อเทียบกับอดีตที่ผ่านมา ซึ่งสัดส่วนยอดขายสินค้าเพื่อปรับปรุงและซ่อมแซมอยู่ที่ 20-30% และเพื่อการก่อสร้างบ้านใหม่อยู่ที่ 70-80% จากปัจจัยการพัฒนาฟังก์ชั่นการใช้งานของผลิตภัณฑ์วัสดุตกแต่งภายในและภายนอกมีฟังก์ชั่นการใช้งานให้เลือกหลายแบบ สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคได้อย่างหลากหลาย ส่งผลให้เจ้าของบ้านเลือกปรับปรุงและต่อเติมบ้านเพื่อรองรับการขยับขยายที่อยู่อาศัย ทั้งนี้ ด้วยปัจจัยดังกล่าว ผู้ประกอบการห้างค้าปลีกวัสดุก่อสร้างสมัยใหม่ชั้นนำ จึงเดินหน้าขยายสาขาต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อการเพิ่มโอกาสการขายสินค้าแก่ผู้ผลิตสามารถเข้าถึงผู้บริโภคในพื้นที่ต่างๆ

เช่นเดียวกับกลุ่มลูกค้าโครงการ ที่คาดว่าจะมีความต้องการใช้สินค้าและบริการติดตั้งเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยมากขึ้นต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา  โดยประเมินว่า ผลิตภัณฑ์กลุ่มไม้สังเคราะห์มีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นจากการนำวัสดุทดแทนไม้ไปใช้ตกแต่งที่อยู่อาศัยได้อย่างหลากหลาย เช่นเดียวกับอิฐมวลเบาที่ถูกนำมาใช้ทดแทนอิฐมอญช่วยลดระยะเวลาการก่อสร้าง และสามารถนำไปใช้งานในส่วนอื่นๆ อาทิ เคาน์เตอร์มวลเบาสำเร็จรูป

“เรามองว่าตลาดวัสดุก่อสร้างในปีนี้ยังเติบโตจากปีก่อน สะท้อนจากยอดขายเดือนธันวาคมที่ผ่านมาอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ทั้งสินค้ากลุ่มหลังคา ไม้สังเคราะห์ และอิฐมวลเบาที่ยังต้องเร่งผลิตสินค้าเพื่อเพิ่มปริมาณสต๊อกสินค้ารอการขายจากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 5-10 วัน” นายสาธิต กล่าว

Rate this item
(0 votes)