PPS ปรับกลยุทธ์ จับมือพันธมิตรเพิ่มขีดความสามารถ พัฒนาธุรกิจให้หลากหลาย

ดร.พงศ์ธร ธาราไชย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (PPS) ดร.พงศ์ธร ธาราไชย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (PPS)

PPS ปรับกลยุทธ์ จับมือพันธมิตรเพิ่มขีดความสามารถ พัฒนาธุรกิจให้หลากหลาย

พร้อมขยายขอบเขตการรับงานธุรกิจเดิม ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และการแข่งขันค่อนข้างรุนแรง ตั้งเป้ารักษาอัตรากำไรสุทธิที่ 10% ขณะที่ผลประกอบการปี 62 รายได้รวม 466.75 ล้านบาท กำไรสุทธิ 7.44 ล้านบาท

ดร.พงศ์ธร ธาราไชย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (PPS) เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินงานในปีนี้ PPS เดินหน้าปรับกลยุทธ์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการในแข่งขันทางธุรกิจ ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร และการปรับแผนธุรกิจของบริษัทย่อย ขยายขอบเขตการรับงาน ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และการแข่งขันในอุตสาหกรรมก่อสร้างค่อนข้างรุนแรง

ล่าสุด จัดตั้งบริษัท โปรเจคท์ ทู พร็อพเพอตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (P2) ร่วมกับ Mr.Peter Hamilton พันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อซื้อที่ดินสำหรับพัฒนาโครงการแหลมยามูเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอโอนที่ดิน เพื่อเข้าลงทุนในเฟสแรกเป็นโครงการที่พักอาศัยจำนวน 8 ยูนิต คาดว่าจะทยอยลงทุนระยะเวลา  3-4 ปี คาดว่าจะมีรายได้เฉลี่ยปีละ 100-200 ล้านบาท

ขณะที่ บริษัท พีพีเอส อินโนเวชั่น จำกัด หรือ PPSI บริษัทย่อย ได้ขยายขอบเขตการรับงาน โดยเพิ่มงานบริการด้านซอฟแวร์ที่ใช้ในงานบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง ซึ่งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานผ่านนวัตกรรมให้แก่กลุ่มบริษัท อีกทั้งรองรับขอบเขตการดำเนินธุรกิจในด้าน IT และสามารถสร้างรายได้เพิ่มเติมในธุรกิจกลุ่มนี้ด้วย

ด้าน PPS และ PPS Oneworks เตรียมความพร้อมเพื่อยื่นเสนองานภาครัฐที่จะออกมาตามแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งคาดว่าจะมีโครงการที่ทยอยลงทุนหลายงาน และบริษัทหวังจะได้รับส่วนแบ่งจากงานกลุ่มนี้เพิ่มเติม

จากแผนการดำเนินงานในปีนี้ รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายและต้นทุนการดำเนินงานให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม บริษัทเชื่อว่าจะส่งผลให้มีรายได้ และมีอัตราการทำกำไรที่สูงขึ้น และสามารถกำหนดรายได้ของตัวเองได้แน่นอนขึ้น โดยตั้งเป้าหมายรายได้ปีนี้ไว้ไม่ต่ำกว่า 450 ล้านบาท พร้อมรักษาอัตรากำไรสุทธิ 10%

สำหรับผลประกอบการปี 62 บริษัทมีรายได้รวม 466.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 387.09 ล้านบาท จำนวน 79.66 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 20.58% และมีกำไรสุทธิ 7.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 7.42 ล้านบาท จำนวน 0.02 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 0.27%

ทั้งนี้กำไรสุทธิของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับรายได้จากการบริการที่สูงขึ้น เนื่องจาก บริษัทและบริษัทย่อยมีต้นทุนจากการบริการเพิ่มขึ้น โดยมีจำนวนพนักงานและค่าตอบแทนพนักงานที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และการบันทึกผลประโยชน์พนักงานตามอัตราคิดลดใหม่ ขณะเดียวกันบริษัทและบริษัทย่อยมีค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นด้วย เนื่องจากจำนวนพนักงานและค่าตอบแทนพนักงานเพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการเข้าศึกษาข้อมูลโครงการของบริษัทย่อยแห่งหนึ่ง และค่าใช้จ่ายในการพัฒนาภาพลักษณ์องค์กรและการจัดงานประชาสัมพันธ์องค์กร

นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาเสนอให้งดจ่ายปันผลแก่ผู้ถือหุ้น เนื่องจากบริษัทมีผลกำไรไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ และวางแผนจะนำมาใช้รองรับการดำเนินงานของบริษัทในอนาคต

Rate this item
(0 votes)

Page Visitor

004594371
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
13061
34198
235855
1310422
122518
1261906
4594371
Your IP: 35.175.133.127
2020-07-04 10:15