PPS เผย Q1/63 รับรู้รายได้งานโครงการต่อเนื่อง คว้างานใหม่มูลค่ารวม 200 ล้านบาท

ดร.พงศ์ธร ธาราไชย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (PPS) ดร.พงศ์ธร ธาราไชย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (PPS)

PPS เผย Q1/63 รับรู้รายได้งานโครงการต่อเนื่อง คว้างานใหม่มูลค่ารวม 200 ล้านบาท

หนุน Backlog 477 ล้านบาท ด้านโครงการแหลมยามู จ.ภูเก็ต เตรียมจัดตั้งบริษัทร่วมทุนใหม่ เรื่มดำเนินงาน Q2/63 คาดรับรู้รายได้งานก่อสร้างวิลล่า 100 ล้านบาทในปี 63 ลุยเดินหน้าตามแผนธุรกิจ พร้อมประมูลงานเพิ่ม ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 450 ล้านบาท รักษาอัตรากำไรสุทธิ 10%

ดร.พงศ์ธร ธาราไชย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (PPS) เปิดเผยว่า ช่วงไตรมาสแรกปีนี้ บริษัททยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องจาก โครงการสยามสินธร โครงการอาคารที่พักอาศัยบริเวณไอคอนสยาม Magnolia Waterfront และ The Iconsiam Superlux โครงการ The Emsphere Muniq สุขุมวิท 23 โครงการ Block H, WHA Bangna และโครงการในกลุ่มค้าปลีกทั้ง Tesco Lotus HomePro และ Makro หลายสาขา

อีกทั้ง ได้รับงานโครงการศูนย์ราชการ โซน C และโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุแปลงที่ตั้งโรงภาษีร้อยชักสาม มูลรวมกว่า 200 ล้านบาท ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมี Backlog อยู่ที่ 477 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้จนถึงปี 2567

ขณะที่ โครงการพัฒนาที่ดินแหลมยามู จ.ภูเก็ต บริษัท โปรเจค วัน ซึ่งเป็นบริษัทย่อย PPS ได้จัดตั้งบริษัทโปรเจค ทู เพื่อทำการซื้อที่ดินเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมจัดตั้งบริษัทร่วมทุนใหม่ในการบริหารจัดการพัฒนาที่ดินดังกล่าว เพื่อให้สามารถรับรู้รายได้จาก 2 ทาง ทั้งการซื้อขายที่ดิน และก่อสร้างวิลล่า ซึ่งคาดว่าจะเริ่มการดำเนินงานได้ในช่วงไตรมาส 2/63 โดยตั้งเป้ารับรู้รายได้จากการก่อสร้างวิลล่า 100 ล้านบาทในปีนี้

ทั้งนี้ บริษัทเดินหน้าตามแผนที่จะพัฒนาการดำเนินธุรกิจ รวมถึงเพิ่มช่องทางในการหารายได้ให้แก่กลุ่มบริษัท โดยการปรับกลยุทธ์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการในแข่งขันทางธุรกิจ ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร และการปรับแผนธุรกิจของบริษัทย่อย ขยายขอบเขตการรับงาน ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และการแข่งขันในอุตสาหกรรมก่อสร้างค่อนข้างรุนแรง ขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าร่วมประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของภาครัฐและเอกชน ร่วมถึงการขยายงานด้านสาธารณูปโภค อาทิ งานสนามบิน และรถไฟ ที่มีแนวโน้มการขยายตัวอีกมาก

“ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีปัจจัยกดดันมากมาย ทั้งเรื่องของการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 และภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความไม่แน่นอน สถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลให้การลงทุนของภาครัฐล่าช้าออกไป ส่วนการลงทุนภาคเอกชนอาจมีการชะลอการลงทุนในโครงการใหม่ ซึ่งอาจมีผลกระทบทำให้การรับงานใหม่ของบริษัทมีแนวโน้มชะลอตัวเช่นกัน อย่างไรก็ตาม บริษัทมีโครงการที่อยู่ในระหว่างการดำเนินงาน และมีโครงการใหญ่หลายโครงการที่จะแล้วเสร็จในปีนี้ เช่น ไอคอนสยาม ซูเปอร์ลักซ์ สยามสินธร เชื่อว่าจะส่งผลให้รายได้ของบริษัทเติบโตตามเป้าหมาย 450 ล้านบาท รักษาอัตรากำไรสุทธิ 10%” ดร.พงศ์ธร กล่าว

สำหรับผลประกอบการปี 62 บริษัทมีรายได้รวม 466.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 387.09  ล้านบาท จำนวน 79.66 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 20.58% และมีกำไรสุทธิ 7.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 7.42 ล้านบาท จำนวน 0.02 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 0.27%

Rate this item
(0 votes)