EPG เปิดแผนธุรกิจปี63/64 ปรับกลยุทธ์สู้ Covid-19

ดร.ภวัฒน์ วิทูรปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG ดร.ภวัฒน์ วิทูรปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG

EPG เปิดแผนธุรกิจปี63/64 ปรับกลยุทธ์สู้ Covid-19 ชูนโยบายลดค่าใช้จ่าย เพิ่มประสิทธิภาพ อย่างเข้มข้น 

ตั้งเป้ารายได้ 9,000 ล้านบาท พร้อมรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้น 28-30% ย้ำสถานะทางการเงินแข็งแกร่ง มีสภาพคล่องสูง

ดร.ภวัฒน์ วิทูรปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โพลีเมอร์และพลาสติกแปรรูปชั้นนำของโลก เปิดเผยว่าการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (Covid-19) ทั่วโลกในขณะนี้ ทำให้มีโอกาสสูงที่เศรษฐกิจในหลายประเทศอาจเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย จึงคาดว่าบริษัทจะได้รับผลกระทบกับการดำเนินธุรกิจช่วงต่อจากนี้ โดยในปีบัญชี 63/64 (เม.ย.63 - มี.ค.64) บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้จากการขายที่ 9,000 ล้านบาท และรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นที่ 28-30% โดยนำนโยบาย “USE” (U: Utilization การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า S: Save การประหยัดค่าใช้จ่าย และ E: Efficiency การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน) มาใช้บริหารงานภายในองค์กร เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายบางส่วน และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

โดยในปีบัญชี 63/64 บริษัทจะรักษาดับความแข็งแกร่งของงบแสดงฐานะการเงิน ให้มีสภาพคล่องสูง เพื่อให้บริษัทมีเสถียรภาพระบบการเงิน จะเห็นได้ว่ารอบปีบัญชี 62/63 ที่ผ่านมา (เม.ย.62 -มี.ค.63) บริษัทได้ปรับโครงสร้างทางการเงินโดยการออกหุ้นกู้ ระยะเวลา 3 ปี มูลค่า 800 ล้านบาท เพื่อนำเงินส่วนหนึ่งไปชำระหนี้ระยะสั้นเดิม ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E ratio) เท่ากับ 0.3 เท่า และอัตราส่วนของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E ratio) เท่ากับ 0.2 เท่า มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยแต่อยู่ในระดับต่ำ รวมถึงมีอัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ในระดับสูงที่ 2.4 เท่า นอกจากนี้ บริษัทจะบริหารจัดการต้นทุน จากการจัดหาวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ราคาเหมาะสมจากแหล่งต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งราคาวัตถุดิบกลุ่มปิโตรเคมีมีแนวโน้มลดลง จึงคาดว่าบริษัทได้รับประโยชน์ในช่วง 1 - 2 ปีนี้

สำหรับแผนการดำเนินงานใน 3 กลุ่มธุรกิจ มีดังนี้

ธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น ภายใต้แบรนด์ AEROFLEX ตั้งเป้าทำการตลาดสำหรับสินค้าพรีเมี่ยมเป็นหลัก ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น อีกทั้งฉนวน AEROFLEX เป็นสินค้าจำเป็น ที่ใช้ในระบบปรับอากาศ อุตสาหกรรมอาหารแช่แข็ง อุตสาหกรรมยา และคลีนรูม จึงช่วยให้ AEROFLEX สามารถรักษาส่วนแบ่งการตลาดไว้ได้ สำหรับการลงทุนขยายโรงงานผลิตในประเทศไทย AFC โรงงาน 5 ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว โดยมีกำลังการผลิต 6,000 ตันต่อปี เพื่อผลิตสินค้าประเภทฉนวนกันความร้อนใต้หลังคา (AERO-ROOF) และกลุ่มฉนวนยางท่อ ซึ่งจะสามารถขยายตลาดไปทั่วทวีปเอเชียทุกภูมิภาค ส่วนฐานการผลิตในสหรัฐอเมริกาอยู่ระหว่างการลงทุนสร้างโรงงานแห่งใหม่ โดยจะนำเครื่องจักรระบบ High speed มาใช้เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งการลงทุนใหม่นี้จะเพิ่มกำลังการผลิตประมาณ 2 เท่าของกำลังการผลิตในสหรัฐอเมริกาภายใน 2 ปีข้างหน้า

ธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ภายใต้แบรนด์ AEROKLAS ได้รับผลกระทบทั้งจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (Covid-19) ส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์หลายแห่งประกาศหยุดทำการชั่วคราว รวมถึงผลกระทบของตลาดยานยนต์โลกที่ซบเซา จึงกระทบกับยอดขายของ AEROKLAS พอสมควร อย่างไรก็ตาม AEROKLAS มีช่องทางการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งทั้ง OEM ODM และ After Market จึงใช้ช่องทางดังกล่าวให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงเร่งให้เกิด Synergy ของกลุ่มธุรกิจทั้งหมดของ AEROKLAS อีกทั้งได้ดำเนินการควบคุมต้นทุนการผลิตด้วยพัฒนาเทคโนโลยีในกระบวนการผลิต และควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้ดียิ่งขึ้น ด้านนวัตกรรม AEROKLAS ทำงานร่วมกับค่ายรถยนต์หลายแห่งเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และได้พัฒนาผลิตภัณฑ์นอกเหนือจากกลุ่มชิ้นส่วนอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ เช่น กลุ่มพลังงานทดแทน การเกษตร และHealth Care เป็นต้น

ธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกภายใต้แบรนด์ EPP มุ่งเน้นขยายตลาดในกลุ่มบรรจุภัณฑ์อาหารประเภทกล่องใส่อาหาร ถ้วยน้ำดื่ม และสินค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น EPP ให้ความสำคัญกับการนำกลยุทธ์ “Capacities Driven” มาบริหารจัดการกระบวนการผลิตให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด อีกทั้ง EPP ยังคงได้รับผลบวกจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวลดลง นอกจากนี้ ได้พัฒนาสินค้าใหม่หลายประเภท เช่น บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ใช้วัตถุดิบประเภท Bio plastic และบรรจุภัณฑ์ประเภทกระดาษเพื่อสามารถให้บริการด้านบรรจุภัณฑ์อย่างครบวงจร รวมถึงได้คิดค้นสินค้านวัตกรรม “หน้ากากอเนกประสงค์ EP-Kare” เพื่อใช้แก้ปัญหาในช่วงที่หน้ากากอนามัยขาดแคลนจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (Covid-19) โดยบริษัทมีแผนที่จะพัฒนาหน้ากากอเนกประสงค์   EP-Kare ในเฟสต่อไปให้สามารถผลิตหน้ากาก N95 สำหรับใช้ในวงการแพทย์ และอาจจะแตกไลน์ธุรกิจใหม่ไปยังกลุ่ม Health care ในอนาคต

ดร.ภวัฒน์ กล่าวต่อว่า เมื่อ 28 พ.ค.63 ที่ผ่านมา บริษัทได้แจ้งข่าวกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องการร่วมทุนจัดตั้งบริษัทย่อยในประเทศไทย โดยบริษัท แอร์โรคลาส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท เข้าร่วมทุนกับ Farplas Otomotiv A.S. ประเทศตุรกี (บริษัท แอร์โรคลาส จำกัด ถือหุ้น 51% และ Farplas Otomotiv A.S.ถือหุ้น 49% ของทุนจดทะเบียนบริษัทใหม่ 100 ล้านบาท) เพื่อจัดตั้งบริษัทย่อยในประเทศไทย ดำเนินธุรกิจประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายสินค้าประเภทชิ้นส่วนอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์โดยใช้เทคโนโลยีใหม่ ซึ่งใช้ความรู้ความชำนาญในเทคโนโลยีใหม่จากผู้ร่วมทุน และความแข็งแกร่งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ AEROKLAS มาขยายธุรกิจ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในต้นปี 2565

Rate this item
(0 votes)

Page Visitor

021201759
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
37993
61967
165705
1016641
1584897
21201759
Your IP: 3.235.236.13
2021-05-18 14:37