Print this page

ITEL ส่งซิกปี 63 รายได้โตกระฉูด แบ็คล็อกรวมทะลัก 4,532.43 ล้านบาท

นายณัฐนัย อนันตรัมพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL นายณัฐนัย อนันตรัมพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL

ITEL ส่งซิกปี 63 รายได้โตกระฉูด แบ็คล็อกรวมทะลัก 4,532.43 ล้านบาท รับทรัพย์โครงการใหญ่หนุนครึ่งหลังโตแกร่ง

ITEL ส่งสัญญาณโตแกร่ง ภาพรวมของการดำเนินธุรกิจช่วงครึ่งปีแรกงานไหลเข้าไม่ขาดมือ เติบโตทั้งในแง่ของกำไรสุทธิและรายได้  และบริษัทฯ สามารถทำผลงานได้ตามเป้าหมายที่วางไว้   ทำให้มั่นใจว่าในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่อง และจะมีการเติบโตได้อย่างโดดเด่น  เนื่องจากจะทยอยรับรู้รายได้จากงานให้บริการโครงข่ายมีอยู่ในมือ โดยจะทยอยรับรู้รายได้บางส่วนภายในปีนี้ คาดรายได้ในไตรมาส 2/2563 จะเติบโตดีกว่าไตรมาส 1/2563 ที่ทำได้ 460.65 ล้านบาท เนื่องจากมีการรับรู้รายได้การให้บริการโครงข่ายของโครงการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล (USO Phase 2) เข้ามาต่อเนื่อง และงานให้บริการติดตั้งโครงข่าย  ที่จะมีการรับรู้รายได้มากขึ้นตามจำนวนงานที่เพิ่มขึ้น

นายณัฐนัย อนันตรัมพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL เปิดเผยว่า จากการที่บริษัทฯ ได้งานโครงการจัดหาบริการคู่สายวงจรเช่า (Link) สำหรับธนาคารกรุงไทย-Primary Link โดยบริษัท กรุงไทยคอมพิวเตอร์เซอร์วิสเซส จำกัด สัญญาโครงการดังกล่าว ครอบคลุมสาขาของธนาคารกรุงไทยทั้งสิ้น 1,559 สาขาทั่วประเทศ โดยมีระยะเวลาติดตั้ง 120 วัน และระยะสัญญา 36 เดือน นับจากวันลงนามในสัญญา หรือวันที่  ผู้รับจ้างได้รับหนังสือแจ้งจากผู้ว่าจ้างให้เริ่มทำงานได้  โดยมีมูลค่าโครงการ 165,000,000.00 บาท (หนึ่งร้อยหกสิบห้าล้านบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โครงการนี้ถือเป็นการต่อยอดงานให้บริการโครงข่ายของบริษัทฯ  ทำให้บริษัทฯ มีงานในมือ (Backlog) เพิ่มขึ้นเป็น 4,532.43 ล้านบาท และจากการที่บริษัทฯ ได้รับการพิจารณาให้ดำเนินโครงการดังกล่าว จะช่วยหนุนให้ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของโครงข่ายของบริษัทฯ ที่เป็นที่ยอมรับในกลุ่มกิจการขนาดใหญ่ โดยบริษัทฯ มีความพร้อมในทุก ๆ ด้านที่จะให้บริการโครงข่ายทั้งจากภาครัฐและเอกชน เพื่อต่อยอดให้ธุรกิจที่ดำเนินการอยู่เติบโตต่อเนื่องอย่างยั่งยืน และผลักดันผลการดำเนินงานให้เติบโตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ รวมถึงหนุนงานในมือ (Backlog) ให้เพิ่มมากขึ้น มั่นใจโค้งสุดท้ายทิศทางธุรกิจยังส่งสัญญาณบวก

บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายการเติบโตว่า ภายใน 3-5 ปี รายได้ต่อปีจะต้องเติบโตประมาณ 20-30 % ขณะที่ อัตรากำไรสุทธิต้องการจะเติบโตให้ได้ 20% ภายในปี 2564 มาจาก 3 ธุรกิจหลัก ประกอบด้วย 1.งานบริการโครงข่ายเชื่อมข้อมูล (Data Service)  เติบโตเฉลี่ยต่อปี 20%  ตั้งเป้าหมายรายได้คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 60% ของรายได้รวม ปัจจุบันบริษัทฯ มีฐานลูกค้าทั้งจากหน่วยงานรัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็น ห้างสรรพสินค้า, โรงภาพยนตร์, ปั๊มนํ้ามัน, ผู้ให้บริการมือถือ ฯลฯ  2. ธุรกิจให้บริการติดตั้งโครงข่าย (Installation) สัดส่วน 30% ของรายได้ มีแนวโน้มเติบโตไปตามเทรนด์ 5จี 3.ธุรกิจให้บริการพื้นที่ศูนย์ข้อมูล (Data Center) มีสัดส่วน 10% ของรายได้ เนื่องจากบริษัทฯ เป็นผู้นำในการให้บริการดาต้า เซ็นเตอร์ ปัจจุบัน มีอยู่ 2 แห่ง คาดภายในสิ้นปีนี้จะมีผู้ใช้บริการ 50% โดยอัตรากำไรขั้นต้นของปีนี้ คาดว่าน่าจะมีการปรับตัวดีขึ้น

นายณัฐนัย อนันตรัมพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงที่เหลือในปีนี้ คาดว่าจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แม้สถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศจะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ  ยังสามารถดำเนินการธุรกิจต่อไปได้ โดยได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย โดยบริษัทฯมองว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ยังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้องค์กรทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนต้องลงทุนพัฒนาระบบไอทีให้มีประสิทธิภาพเพื่อรองรับขีดความสามารถในการแข่งขัน

ความสำเร็จจากการดำเนินธุรกิจในช่วงที่ผ่านมารวมถึงการมีฐานลูกค้าจำนวนมาก ทำให้บริษัทฯ มั่นใจว่าจะสามารถสร้างรายได้ตามเป้าหมายใหม่ที่วางไว้  ถือเป็นเครื่องยืนยันว่าจะเป็นก้าวที่แข็งแกร่งของ ITEL ด้วยมูลค่างานในมือที่เพิ่มขึ้น และจะทยอยรับรู้เป็นรายได้เข้ามาตามความสำเร็จของงาน โดยจะเห็นสัญญาณที่ดีตั้งแต่ไตรมาส 1/2563  ที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งยังไม่นับรวมงานโครงการใหม่ ๆ ที่จะทยอยเข้ามาเนื่องจากประสิทธิภาพและเสถียรภาพของโครงข่าย ซึ่งเป็นโอกาสของ ITEL ให้ได้รับงานเพิ่มขึ้น เนื่องจากได้รับความเชื่อมั่นให้ดูแลงานโครงการขนาดใหญ่มาแล้วจำนวน มาก นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีแผนรุกธุรกิจที่แข็งแกร่งในช่วงที่เหลือของปี ภายใต้การบริหารธุรกิจ 2 แนวทางได้แก่ แผนการพัฒนาโซลูชั่นใหม่ที่สามารถปรับเปลี่ยนไปตามทุกสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา โดยหลังจากนี้เตรียมพัฒนาบริการการศึกษาผ่านทางไกลเพื่อรองรับเทรนด์ในปัจจุบัน และ การบริหารกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งและมีสภาพคล่องที่ดี เพื่อให้มีความพร้อมในการดำเนินธุรกิจในทุกสภาวการณ์ รวมถึงสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน คือ การยืนหยัดความเป็นโครงข่ายที่ลูกค้าเชื่อมั่น ดูแลลูกค้าอย่างดีที่สุด และพร้อมช่วยเหลือสังคม เพื่อก้าวผ่านทุกสถานการณ์ไปด้วยกัน

Rate this item
(0 votes)

Related items