01.SuwanGroup

การท่าเรือบังคับเอกชนเข้าใช้บริการท่าเรือชายฝั่งแห่งใหม่

การท่าเรือบังคับเอกชนเข้าใช้บริการท่าเรือชายฝั่งแห่งใหม่ กระทบต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้นปีละกว่า 200 ล้าน

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมเปิดห้องประชุมรับฟังปัญหาผลกระทบ จากประกาศของห้องประชุมรับฟังปัญหาผลกระทบจากประกาศของการท่าเรือแห่งประเทศไทย เรื่องการเปิดใช้ท่าเทียบเรือชายฝั่ง(ท่าเทียบเรือ A) จากกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งตู้สินค้าทางเรือชายฝั่ง

ดร.อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดห้องประชุม รับฟังปัญหา และผลกระทบจากกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งตู้สินค้าทางเรือชายฝั่ง ที่ได้รับ ผลกระทบจากประกาศของการท่าเรือแห่งประเทศไทยที่มีคำสั่งให้เรือชายฝั่งที่จะดำเนินการบรรทุกสินค้า ลงเรือสำหรับท่าเรือแหลมฉบังต้องดำเนินการบรรทุกสินค้า ณ ท่าเรือ ชายฝั่ง (ท่าเทียบเรือ A) เท่านั้น

โดยตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งตู้สินค้าทางเรือชายฝั่งให้เหตุผลที่ขอเข้าพบท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมในครั้งนี้ว่า “ประกาศให้เรือชายฝั่งที่จะดำเนินการบรรทุกสินค้าลงเรือสำหรับท่าเรือแหลมฉบังต้องดำเนินการบรรทุกสินค้า ณ ท่าเรือชายฝั่ง (ท่าเทียบเรือ A) เท่านั้น ถือเป็น

ประกาศที่จะส่งกระทบต่อเศรษฐกิจผู้ประกอบการและประชาชนเป็นอย่างมาก ยิ่งสถานการณ์ที่เศรษฐกิจ  กำลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 ( COVID-19 ) การออกประกาศดังกล่าว อาจจะเป็นการซ้ำเติมและเพิ่มภาระให้กับผู้ประกอบและประชาชน ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจย่ำแย่ลงไปอีก อีกทั้งยังขัดแย้งกับนโยบายของรัฐบาลและแผนยุทธศาสตร์ ของกระทรวงคมนาคมที่ต้องการสนับสนุน การขนส่งทางน้ำที่มีวัตถุประสงค์เพื่อลดค่าใช้จ่าย ในการขนส่ง และช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถบริหาร จัดการต้นทุน การขนส่งและค่าใช้จ่ายในการ ขนส่งสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพ การแข่งขันของผู้ประกอบการไทย จึงเห็นควรให้มีการศึกษา ผลกระทบและแนวทางในการบริหารจัดการ เพื่อความเหมาะสมร่วมทุกฝ่ายก่อนการประกาศใช้”

และยังกล่าวต่อไปว่าจากประกาศดังกล่าวจะส่งผลให้ต้นทุนในการขนส่งตู้สินค้าโดยรวมสูงขึ้น เมื่อเทียบกับการเข้าดำเนินการ  ณ ท่าเรือสากลโดยตรงทางกลุ่มผู้ประกอบการ ท่าเทียบเรือชายฝั่ง คาดว่าผลกระทบดังกล่าวคิดเป็นมูลค่ามหาศาลทางเศรษฐกิจเนื่องจากสถิติมีปริมาณสินค้านำเข้า ที่ขนส่งทางเรือชายฝั่งมากกว่า 200,000 ตู้ต่อปี ซึ่งค่าใช้จ่ายดังกล่าวจะกลายเป็นภาระต่อผู้นำเข้าสินค้าในการผลิตและขยายเป็นวงกว้างต่อประชาชน และอาจจะส่งผลให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งทางน้ำโดยเรือชายฝั่ง ไปใช้การขนส่งทางบก โดยอาจส่งผลให้มีรถบรรทุก ตู้สินค้าทางถนนเพิ่มขึ้นกว่า 200,000 เที่ยวต่อปีทำให้การจราจรทางถนนหนาแน่นขึ้น ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อผู้ใช้รถใช้ถนน นักท่องเที่ยว และความปลอดภัย ในการจราจร อีกทั้งอาจจะทำให้เกิดผลกระทบต่อสภาพผิวถนนที่ชำรุดเสียหายจากปริมาณความหนาแน่นของ รถบรรทุกที่สัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าว และเป็นภาระของภาครัฐ จะต้องจัดสรร งบประมาณ มาซ่อมแซมถนนเพิ่มขึ้นด้วย”

ทางกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งผ่านเรือชายฝั่งเล็งเห็นถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจ ประชาชน และ ศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการของไทยิในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังได้รับผลกระทบ จากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 ( COVID-19 ) ด้วยจึงทำจดหมายเพื่อขอเข้าปรึกษารัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมเพื่อขอความอนุเคราะห์ให้ เลื่อนการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวออกไปก่อน และช่วยพิจารณาทบทวนประกาศดังกล่าว ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์ให้เข้าหารือ และชี้แจง ข้อมูล เพิ่มเติม

Rate this item
(0 votes)

Page Visitor

009571101
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
26052
45081
113180
6384321
959961
1540324
9571101
Your IP: 3.238.4.24
2020-10-20 13:33