กรมชลประทาน ชูแนวทาง “RID No.1 Express 2020”

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน

กรมชลประทาน ชูแนวทาง “RID No.1 Express 2020” เดินหน้าสร้างความมั่นคงทางน้ำ ด้วยภารกิจเร่งด่วน 6 ด้าน

“กรมชลประทาน” เร่งสร้างความมั่นคงทางน้ำอย่างยั่งยืน ชูแนวทาง “RID No.1 Express 2020” พร้อมดำเนินการอย่างเร่งด่วนใน 6 ด้าน เพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุด พี่น้องเกษตรกร และประชาชนชาวไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และประเทศมีการพัฒนาต่อไปได้

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานเร่งเดินหน้าสร้างความมั่นคงทางน้ำอย่างยั่งยืนด้วยการขับเคลื่อนแนวทางRID No.1 Express 2020” ซึ่งต่อยอดและพัฒนามาจากการดำเนินงานตามแนวทาง RID No.1 ที่กรมชลประทานได้ใช้มาแล้วก่อนหน้านี้และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยในปี 2561 ถึงต้นปี 2563 สามารถพัฒนาศักยภาพในการบริหารจัดการน้ำ พัฒนาแหล่งน้ำเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนได้ 570 ล้านลูกบาศก์เมตร และเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ถึง 1.1 ล้านไร่ มีพื้นที่รับประโยชน์ 5 ล้านไร่ รวมทั้งหมดมีปริมาณน้ำรวม 82,659 ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่ชลประทานรวม 33.9  ล้านไร่ มีพื้นที่รับประโยชน์รวม 27 ล้านไร่ นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาบุคลากรและระบบงานให้ทันสมัยมากขึ้น ส่งผลให้ประชาชนและเกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น  

ทั้งนี้ การดำเนินงานตามแนวทางRID No.1 Express 2020” เป็นงานที่กรมชลประทานจะดำเนินการอย่างเร่งด่วนใน 6 ด้าน ได้แก่ 1. เร่งรัดการดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริ สนับสนุนงบประมาณในการศึกษา สำรวจ ออกแบบ ก่อสร้าง จำนวน 216 โครงการ โดยเร่งรัดให้เเล้วเสร็จภายในปี 2563  2. ส่งเสริมการร่วมทุนภาครัฐเเละเอกชนในการทำงานชลประทาน โดยพัฒนา ต่อยอด โครงการประชารัฐร่วมทุนภาครัฐและเอกชน (Public-Private Partnerships : PPPs) การปรับปรุง พ.ร.บ.ชลประทาน พ.ศ.2485 ให้แล้วเสร็จ และต่อยอดระบบส่งน้ำและกระจายน้ำระดับแปลง การขุดลอกเพิ่มปริมาณเก็บกักน้ำทั้งประตูระบายน้ำ แก้มลิง อาคารบังคับน้ำ 3. ผลักดันการพัฒนาระบบแพร่กระจายน้ำในระดับแปลงนาให้ครอบคลุม โดยมุ่งการจัดรูปที่ดินและจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรม ซึ่งในปี 2563 ได้มีการกำหนดเป้าหมายเเละปรับปรุงพื้นที่จัดระบบชลประทานในไร่นา จำนวน 86,300 ไร่ 4. ขับเคลื่อนแผนงานรองรับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยปรับปรุงเเหล่งน้ำเดิม 7 แห่ง พัฒนาเเหล่งน้ำใหม่ 4 แห่ง เชื่อมโยงแหล่งน้ำและระบบผันน้ำ 4 แห่ง สูบกลับท้ายอ่างเก็บน้ำ 2 แห่ง การป้องกันน้ำท่วม 4 แห่ง

5. เร่งรัดการจัดตั้งคณะกรรมการจัดการชลประทาน (JMC) และอาสาสมัครชลประทานให้เต็มพื้นที่ชลประทาน เพื่อให้กลุ่มคนเหล่านี้ช่วยสะท้อนปัญหาในพื้นที่และเป็นกระบอกเสียงให้กับกรมชลประทาน โดยมีเป้าหมายจัดตั้งคณะกรรมการจัดการชลประทาน 26 คณะ ครอบคลุมพื้นที่ชลประทาน 581,435 ไร่ อาสาสมัครชลประทาน 844 คน  ครอบคลุมพื้นที่ชลประทาน 2,110,000 ไร่ กลุ่มผู้ใช้น้ำ 1017 กลุ่ม ครอบคลุมพื้นที่ชลประทาน 810,857 ไร่ เเละกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทาน 121 กลุ่ม ครอบคลุมพื้นที่ชลประทาน 1,492,330 ไร่ และ 6. เร่งรัดการปรับโครงสร้างหน่วยงานและปรับปรุงระดับตำเเหน่งบุคลากรให้สูงขึ้น โดยปรับโครงสร้างการดำเนินงานให้เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบัน เร่งแก้ปัญหางานหยุดชะงัก รวมไปถึงการเร่งพัฒนาบุคลากรให้สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“กรมชลประทานตระหนักถึงความสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจให้บรรลุ จึงกำหนดแนวทาง RID No.1 ขึ้น และพัฒนาต่อยอดสู่ RID No.1 Express 2020 นับว่าเป็นแนวทางที่ตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรทุกพื้นที่ ภายใต้เป้าหมายสูงสุด นั่นคือการมุ่งมั่นที่จะสร้างเสถียรภาพด้านการบริหารจัดการน้ำ บรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำ เพื่อที่จะให้พี่น้องเกษตรกร และประชาชนชาวไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และเศรษฐกิจของประเทศมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง” ดร.ทองเปลว กล่าว

Rate this item
(0 votes)

Page Visitor

022842132
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
13260
57428
229142
889640
1767374
22842132
Your IP: 3.236.98.69
2021-06-17 06:22