01.SuwanGroup

‘มิชลิน อะจิลิส 3’ เปิดตัวรุกเจาะตลาดย่อยที่มีโอกาสเติบโตสูง

‘มิชลิน อะจิลิส 3’ เปิดตัวรุกเจาะตลาดย่อยที่มีโอกาสเติบโตสูง ภายใต้ตลาดยางรถบรรทุกขนาดเล็กเพื่อการพาณิชย์ นำเสนอโซลูชั่นที่เหนือกว่าภายใต้สโลแกน “มั่นใจยาวนาน พร้อมลุยงานเต็มพิกัด”

มิชลิน ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยียางรถยนต์ระดับโลก เปิดตัว ‘มิชลิน อะจิลิส 3’ (MICHELIN Agilis 3) ยางรถกระบะและรถตู้รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อเจาะตลาดย่อยกลุ่มผู้ใช้รถสำหรับขนส่งผู้คนหรือสินค้าประเภทงานบรรทุกเบา (Light Load Segment) ซึ่งเป็นตลาดย่อยขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง โดยยางรุ่นนี้โดดเด่นด้วยโซลูชั่นที่เหนือกว่าในทุกด้าน ทั้งความปลอดภัย สมรรถนะ และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เชน แชดเดอร์ตัน (Shane Chadderton) หัวหน้าฝ่ายการตลาดแบบองค์กร (B2B Marketing) ส่วนงานการสัญจรในเขตเมือง เปิดเผยว่า “ยาง มิชลิน อะจิลิส 3 พัฒนาขึ้นภายใต้พันธสัญญาของแบรนด์มิชลินในเรื่องการให้สมรรถนะและความปลอดภัยที่ยาวนานยิ่งกว่า (Performance and Safety Made to Last) โดยมาพร้อมนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและคุณสมบัติที่โดดเด่นเพื่อสมรรถนะที่ยาวนาน ความปลอดภัยและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมขั้นสูง ปัจจัยเหล่านี้ไม่เพียงทำให้ยางรุ่นนี้มีข้อได้เปรียบในเชิงการแข่งขันเหนือกว่าคู่แข่งในตลาดย่อยเดียวกัน แต่ยังตอกย้ำความมุ่งมั่นของมิชลินในเรื่องการสัญจรที่ยั่งยืนยิ่งกว่า โดยเราวางจุดยืนให้ยาง มิชลิน อะจิลิส 3 เป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตของการสัญจรในเขตเมืองอย่างยั่งยืน  ยิ่งกว่านั้น ยางพัฒนาการล่าสุดรุ่นนี้ยังตอกย้ำจุดยืนทางกลยุทธ์ของกลุ่มมิชลินในเรื่องสมรรถนะที่ยั่งยืน เพื่อส่งเสริมให้เกิดการสัญจรที่มีประสิทธิภาพ เข้าถึงได้ง่าย สะอาด และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

เทคโนโลยีและคุณลักษณะเด่นที่สำคัญของยาง มิชลิน อะจิลิส 3 ได้แก่ สันสลัดหิน (Stone Ejectors) แถบนูนแนวขวางในร่องดอกยางที่ออกแบบมาเพื่อลดปัญหาเศษหินติดตามร่องดอกยาง ช่วยให้ลูกค้าสูญเสียเวลาในการซ่อมบำรุงน้อยที่สุดและมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง, แถบปกป้องแก้มยาง (Sidewall Shields) ที่มีความหนา 1.5 มิลลิเมตร ซึ่งไม่มีในยางรุ่นก่อนหน้านี้ ผลิตจากเนื้อยางที่ทนต่อการขูดขีด ให้การปกป้องบริเวณแก้มยางและไหล่ยางเพิ่มเป็นพิเศษโดยยังคงรักษาความยืดหยุ่นของโครงยางเอาไว้, สูตรเนื้อยางนวัตกรรมใหม่ (Innovative Compound) ที่ประกอบขึ้นด้วยซิลิกาและคาร์บอนแบล็คปริมาณหนาแน่นกว่าเดิมเพื่อให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นในการยึดเกาะถนนเปียก

ประหยัดเชื้อเพลิง และใช้งานได้เป็นระยะทางมากขึ้น, ร่องรีดน้ำรูปตัว U (U-Shape Grooves) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรีดน้ำ ส่งผลให้สมรรถนะการยึดเกาะถนนเปียกของยางยาวนานยิ่งขึ้น, ร่องบากแบบเต็มความหนาหน้ายาง (Full Depth Sipes) ซึ่งช่วยให้บล็อกดอกยางมีความยืดหยุ่นที่ดี ส่งผลให้ยางมีประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนเปียกระดับแนวหน้าในตลาด ทั้งตอนใหม่และใกล้หมดดอก และ เนื้อยางเสริมใต้ฐานดอกยาง (Undertread) ซึ่งช่วยรักษาอุณหภูมิยางล้อขณะใช้งานให้เย็นกว่าปกติ จึงช่วยลดต้นทุนด้านเชื้อเพลิง

เทคโนโลยีและคุณลักษณะข้างต้นเอื้อประโยชน์สำคัญ 3 ประการให้กับผู้ใช้ยาง มิชลิน อะจิลิส 3 นั่นคือ ระยะเบรกบนถนนเปียกที่สั้นขึ้น โดยมีระยะเบรกสั้นกว่ายางคู่แข่งรายหลักๆ ร้อยละ 5 หรือคิดเป็นระยะทางถึง 1.9 เมตร สำหรับยางใหม่ และร้อยละ 11 หรือคิดเป็นระยะทางถึง 3.8 เมตร สำหรับยางใกล้หมดดอก1, ระยะทางในการขับขี่ตลอดอายุการใช้งานที่เหนือกว่า ใช้งานได้ยาวนานกว่ายางรุ่นก่อนถึงร้อยละ 25 และลดการสูญเสียเวลาไปกับการซ่อมบำรุงยางที่ชำรุดเสียหาย2 และ ประหยัดเชื้อเพลิงจึงช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเมื่อเทียบกับยางคู่แข่งโดยเฉลี่ย ยาง มิชลิน อะจิลิส 3 มีแรงต้านการหมุนของล้อต่ำกว่าถึงร้อยละ 123, อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำกว่าถึง 90 มิลลิลิตร/100 กิโลเมตร และอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำกว่าถึง 228 กรัม/100 กิโลเมตร

เซบาสเตียน เอโน (Sebastien Henot) ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจ B2B บริษัท สยามมิชลิน จำกัด เปิดเผยว่า “ยาง มิชลิน อะจิลิส 3 ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษโดยใช้โครงยางชนิดเสริมความแข็งแกร่ง เพื่อให้ยางมีศักยภาพรองรับลักษณะการใช้งานและสภาพถนนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ  สมรรถนะที่เหนือกว่าประกอบกับประโยชน์และข้อได้เปรียบต่างๆ ที่มากับยางรุ่นนี้ภายใต้สโลแกน “มั่นใจยาวนาน พร้อมลุยงานเต็มพิกัด” ทำให้เรามั่นใจว่า มิชลิน อะจิลิส 3 จะได้รับความสนใจและการตอบรับเป็นอย่างดีในประเทศไทย

ปัจจุบัน ยาง มิชลิน อะจิลิส 3 มีวางจำหน่ายแล้ว ณ ร้านตัวแทนจำหน่ายยางอย่างเป็นทางการของมิชลินทั่วประเทศ โดยยางทุกขนาด (รวมถึงขนาดใหม่ 4 ขนาด) ซึ่งมีให้เลือกตั้งแต่ขอบ 13-17 นิ้ว รองรับทุกการใช้งานยางในตลาดย่อยประเภทงานบรรทุกเบา (1-3 ตัน) ของตลาดรถบรรทุกขนาดเล็กเพื่อการพาณิชย์ในประเทศไทย คลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.michelin.co.th

 

1 อ้างอิงผลทดสอบประสิทธิภาพการเบรกบนพื้นเปียกที่ความเร็วในการขับขี่ 0-80 กม./ชม. โดยบริษัท ทียูวี ไรน์แลนด์ (ประเทศไทย) จำกัด ตามคำขอของมิชลิน เมื่อเดือนมิถุนายน 2563  โดยติดตั้งยางขนาด 215/70R15C กับรถทดสอบยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไฮเอซ คอมมิวเตอร์ (Hiace Commuter) ซึ่งอยู่ในสถานะบรรทุกของเต็มพิกัดโดยน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกอยู่ที่ 2,950 กิโลกรัม เพื่อดำเนินการเปรียบเทียบยาง มิชลิน อะจิลิส 3ทั้งสภาพใหม่และใกล้หมดดอก กับยางแบรนด์อื่นอีก 3 แบรนด์  คำว่า ใกล้หมดดอกในที่นี้หมายถึงยางที่มีความลึกร่องดอกยางเหลือ 2 มิลลิเมตร

2 อ้างอิงผลการทดสอบภายในองค์กร ซึ่งมิชลินจัดทำขึ้นบนถนนจริงในประเทศไทย โดยติดตั้งยางขนาด 215/70R15C กับรถกระบะยี่ห้อฟอร์ด รุ่นเรนเจอร์ (Ranger) โดยมีค่าน้ำหนักบรรทุกบนเพลาหน้าอยู่ที่ 1,446 กิโลกรัม และเพลาท้ายอยู่ที่ 1,443 กิโลกรัม ดัชนีอายุการใช้งานคำนวณจากค่าเฉลี่ยฮาร์มอนิค (Harmonic Average) ของยางทั้ง 4 เส้น ภายใต้ข้อสันนิษฐานว่าลูกค้าทำการสลับยางสม่ำเสมอ

3 อ้างอิงผลทดสอบแรงต้านการหมุนของล้อ ซึ่งจัดทำขึ้น ณ สถาบันยานยนต์ (Thailand Automotive Institute) และได้รับการรับรองจากบริษัท ทียูวี ไรน์แลนด์ (ประเทศไทย) จำกัด ตามคำขอของมิชลิน เมื่อเดือนธันวาคม 2562 โดยทำการทดสอบกับยางขนาด 215/70R15C เปรียบเทียบระหว่างยาง มิชลิน อะจิลิส 3กับยางคู่แข่งแบรนด์อื่น

Rate this item
(1 Vote)

Page Visitor

009843268
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
96
51180
51276
6707921
1232128
1540324
9843268
Your IP: 18.207.102.38
2020-10-26 00:02