SMART โชว์ผลประกอบการ 9 เดือน โต 29.15%

นายรังสี ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท สมาร์ทคอนกรีต จำกัด (มหาชน) (SMART) นายรังสี ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท สมาร์ทคอนกรีต จำกัด (มหาชน) (SMART)

SMART โชว์ผลประกอบการ 9 เดือน รายได้รวม 310.43 ล้านบาท กำไร 30.01 ล้านบาท โต 29.15% 

SMART เผยผลประกอบการ 9 เดือน ปี 2563 รายได้รวม 310.43 ล้านบาท กำไรสุทธิ 30.01 ล้านบาท โต 29.15% มองโค้งสุดท้ายปีนี้ นโยบายการลงทุนโครงการภาครัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ-ภาคท่องเที่ยว ทยอยกลับมาลงทุน หนุนความต้องการใช้งานวัสดุอิฐมวลเบา - อิฐมวลเบาประเภทตกแต่งเพิ่ม

นายรังสี ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท สมาร์ทคอนกรีต จำกัด (มหาชน) (SMART) ผู้ผลิตและจำหน่ายอิฐมวลเบาด้วยระบบอบไอน้ำภายใต้ความดันสูงเพื่อใช้ในงานก่อสร้างและงานกั้นผนังอาคาร เปิดเผยว่าผลประกอบการงวด 9 เดือน มีรายได้รวม 310.43 ล้านบาท ลดลง 32.31 ล้านบาท หรือลดลง 9.42 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 342.74  ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 30.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 23.23 ล้านบาท

ส่วนผลประกอบการไตรมาส 3/62 มีรายได้รวม 97.87 ล้านบาท ลดลง 27.61 ล้านบาท หรือลดลง 22 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 125.48 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 9.04 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ  14.80 ล้านบาท ลดลง 5.76 ล้านบาท หรือลดลง 38.92 % สาเหตุที่ผลประกอบการปรับตัวลดลง เนื่องจากปริมาณการขายที่ลดลง ผลกระทบจากการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19  ภาคอสังหาริมทรัพย์ชะลอการลงทุน ประกอบกับเป็นช่วงฤดูฝนส่งผลให้มีความล่าช้าในการก่อสร้าง

“ในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ ภาพรวมตลาดวัสดุก่อสร้าง-อิฐมวลเบาในประเทศ คาดว่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น จากนโยบายระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ EEC การลงทุนภาครัฐที่ผลักดันให้เกิดการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม โครงการเมกะโปรเจคขนาดใหญ่ของภาครัฐ อาทิ งานก่อสร้างอาคารสถานีรถไฟฟ้าสายต่างๆที่อยู่ระหว่างดำเนินการ  อาคารสำนักงาน และผู้ประกอบการภาคท่องเที่ยว ทยอยลงทุนปรับปรุง ซ่อมแซม ที่พัก อาคาร โรงแรม เพื่อรองรับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ปัจจัยดังกล่าวคาดว่าส่งผลให้ความต้องการสินค้ากลุ่มวัสดุก่อสร้าง-อิฐมวลเบาและอิฐมวลเบาตกแต่ง ปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม SMART ยังคงเดินหน้าทำการตลาดเชิงรุก แนะนำสินค้าให้เป็นที่รู้จัก ผลักดันสินค้าผ่านช่องทางการจำหน่ายให้หลากหลาย” นายรังสี กล่าว

นอกจากนี้บริษัทยังมุ่งเน้นการใช้กลยุทธ์ O2O (Online to Offline ) เพื่อกระตุ้นการสร้างยอดขายให้เติบโต และสร้างการรับรู้กับลูกค้าในวงกว้าง ผ่านสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ใหม่กลุ่ม บล็อกมวลเบาตกแต่ง อีกทั้งได้มีการจัดกิจกรรมการตลาดเพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีกระแสตอบรับที่ดี และมีคำสั่งซื้อจากกลุ่มลูกค้าสถาปนิก ผู้รับเหมารายย่อย และเจ้าของบ้าน มากขึ้น ส่งผลให้สัดส่วนรายได้ในปัจจุบัน งานภาคเอกชน 59 % งานภาครัฐ 40% และต่างประเทศ 1 %

Rate this item
(0 votes)

Page Visitor

011862675
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
34962
62821
338850
8402443
218472
1525998
11862675
Your IP: 3.216.79.60
2020-12-04 12:19