“AECS ” ให้กรอบดัชนีสัปดาห์แรกรับปีหมูทอง 1,550-1,591 จุด แนะหุ้นกลุ่มสื่อ-ค้าปลีก-นิคม น่าทยอยสะสม

“AECS ” ให้กรอบดัชนีสัปดาห์แรกรับปีหมูทอง 1,550-1,591 จุด แนะหุ้นกลุ่มสื่อ-ค้าปลีก-นิคม น่าทยอยสะสม

บล.เออีซี ประเมินหุ้นไทย ประเมินดัชนีสัปดาห์แรก รับปีหมูทอง ที่กรอบ 1,550-1,591 จุด แนะกลยุทธ์ลงทุน Domestic Play ขนาดกลาง-ใหญ่ 3 กลุ่มหลัก ที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสื่อ PLANB, VGI, MACO และ MAJOR  กลุ่มค้าปลีก ROBINS และ CPN  กลุ่มนิคม แนะนำ AMATA และ WHA พร้อมแนะนักลงทุน อย่างเพิ่งชะล่าใจ สถานการณ์ในต่างประเทศ ที่คาดว่าจะเข้ามาสร้างความผัวผวนต่อเนื่อง

บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) หรือ AECS เปิดเผยแนวโน้มกรอบดัชนีหุ้นไทยช่วงสัปดาห์แรกของปี 2562 ว่า คาดว่า SET Index จะรีบาวด์ขึ้นมายืนเหนือแนวรับ 1,550 จากนักลงทุนต่างชาติที่อาจกลับเข้ามาซื้อหุ้น หลังค่าเงินบาทเริ่มแข็งค่าขึ้น ในช่วงวันที่ 30-31 ธ.ค.61 แต่อย่างไรก็ดี Upside ยังค่อนข้างจำกัด โดยมีกรอบแนวต้านที่ 1,591 จุด ดังนั้น นักลงทุนยังคงต้องระวังปัจจัยลบจากต่างประเทศ อาทิ ตัวเลขเศรษฐกิจของจีนที่มีสัญญาณชะลอตัว ซึ่งสะท้อนผ่านภาวะอุปสงค์น้ำมันดิบในตลาดที่อาจปรับลงในช่วงสั้น อีกทั้งปัญหา Government Shutdown ของสหรัฐฯที่ยังไม่คลี่คลาย

ดังนั้น แนะนำกลยุทธ์ทยอยสะสมหุ้น Domestic Play ขนาดกลาง-ใหญ่ 3 กลุ่มที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะกลุ่ม ดังนี้ 1. กลุ่มสื่อ แนะนำ PLANB, VGI, MACO และ MAJOR  2. กลุ่มค้าปลีก แนะนำ ROBINS และ CPN  3. กลุ่มนิคม แนะนำ AMATA และ WHA “ ตลาดหุ้นยังมีโอกาสผันผวน โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา เกี่ยวกับตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่อาจชะลอตัวลงต่อเนื่อง ส่งผลสร้างความกังวลต่อภาวะอุปสงค์โลกที่มีแนวโน้มอ่อนตัวลง โดยล่าสุดดัชนีภาคการผลิตเดือน ธ.ค. ของจีน (Manufacturing PMI) ลดลงเหลือ 49.4 จุด ต่ำกว่าที่ตลาดคาด และปรับตัวเข้าสู่ภาวะหดตัว (ต่ำกว่า 50 จุด) ครั้งแรกในรอบ 3 ปี จากผลของสงครามการค้าที่ส่งผลให้ผู้ผลิตในหลายอุตสาหกรรมชะลอการผลิตสินค้า ซึ่งเราคาดจะยังเป็นปัจจัยหลักที่กดดันตลาดต่อไป จนกว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะมีพัฒนาการในการแก้ปัญหาอย่างชัดเจนจนสะท้อนออกมาด้วยดุลการค้าที่เข้าสู่ภาวะสมดุลมากขึ้น ”

ขณะที่ ราคาน้ำมันดิบระยะสั้น คาดได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวทาง เศรษฐกิจของจีน สหรัฐฯ และกลุ่ม EU บวกกับกำลังการผลิตของสหรัฐฯ และรัสเซีย เพิ่มขึ้นมาก แต่ด้วยราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงมามากในปีที่ผ่านมา ทำให้เรามองว่า Downside เริ่มจำกัด บวกกับคาดช่วงต้นปีคาดมีแรงหนุนจากการที่กลุ่ม OPEC และ Non-OPEC เริ่มลดกำลังการผลิต ตามข้อตกลงใหม่อีกราว 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งหาก Compliance Rate ของเดือน ม.ค. มีตัวเลขที่เป็นไปตามเป้าลดกำลังการผลิต จะช่วยให้ตลาดคลายกังวลเรื่องสมดุลในตลาดน้ำมันดิบได้

อีกทั้ง ภาวะปิดหน่วยงานของสหรัฐฯ ยังไม่คลี่คลาย และอยู่ระหว่างรอติดตามการพิจารณาร่างกฎหมายชั่วคราวฉบับใหม่ ในวันที่ 3 ม.ค. โดยมีสื่อรายงานว่า งบประมาณสำหรับการสร้างรั้วที่บริเวณชายแดนและมาตรการรักษาความปลอดภัยด้านอื่นๆ วงเงิน 1.3 พันล้านดอลลาร์ แต่จะไม่รวมงบประมาณสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโกวงเงิน 5 พันล้านดอลลาร์ที่ปธน.ทรัมป์ ได้เรียกร้องก่อนหน้านี้ ทำให้มีแนวโน้มที่ร่างกฎหมายดังกล่าวจะยังไม่ได้รับการรับรอง 

Rate this item
(0 votes)