STGT โชว์ผลงานปี 63 กำไรสุทธิ 14,401 ล้านบาท

นางสาวจริญญา จิโรจน์กุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT นางสาวจริญญา จิโรจน์กุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT

STGT โชว์ผลงานปี 63 กำไรสุทธิ 14,401 ล้านบาท เติบโตก้าวกระโดด 2,246% บอร์ดอนุมัติจ่ายปันผล 2 บาทต่อหุ้น เตรียมขึ้น XD วันที่ 12 เมษายน นี้ มั่นใจดีมานด์ถุงมือยางเติบโตแข็งแกร่ง แม้ทั่วโลกทยอยฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19

บมจ. ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) หรือ STGT สร้างผลการดำเนินงานทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ปี 63 ทำกำไรสุทธิ 14,401 ล้านบาท เติบโตแรง 2,246% และมีรายได้รวม 30,405 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 154% รับดีมานด์ทั่วโลกเติบโตกว่า 20% และราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นในรอบปีที่ผ่านมา บอร์ดอนุมัติจ่ายเงินปันผลอีก 2 บาทต่อหุ้น มั่นใจดีมานด์ถุงมือยางในปีนี้ เติบโตแข็งแกร่ง เผยการฉีดวัคซีนก็ต้องใช้ถุงมือ

นางสาวจริญญา จิโรจน์กุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายถุงมือยางธรรมชาติและถุงมือยางไนไตรล์รายใหญ่ของโลก เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2563 ถือเป็นปีที่สามารถทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯ ทั้งในด้านกำไรสุทธิและรายได้รวม โดยมีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 14,401 ล้านบาท เติบโต 2,246% เมื่อเทียบกับปี 2562 ที่มีกำไรสุทธิ 614 ล้านบาท  ส่วนรายได้รวมอยู่ที่ 30,405 ล้านบาท เติบโต 154% เมื่อเทียบกับปี 2562 ที่มีรายได้รวม 11,994  ล้านบาท

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในรอบปีที่ผ่านมา เติบโตอย่างโดดเด่นทุกไตรมาส โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4/2563 สามารถทำกำไรสุทธิ 8,520 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,602% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 181 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 13,646 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 335% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 3,138 ล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดนั้น มาจากความต้องการใช้ถุงมือยางทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นกว่า 20% ในปีที่ผ่านมา หรือเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 3.6 แสนล้านชิ้นต่อปี และมีดีมานด์กระจายตัวในหลากหลายอุตสาหกรรม จากเดิมที่ใช้ในทางการแพทย์เป็นหลัก จึงทำให้บริษัทฯ มีคำสั่งซื้อสินค้าเข้ามาเป็นจำนวนมาก ประกอบกับซัพพลายทั่วโลกยังมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ ส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยของถุงมือยางในตลาดโลกปรับขึ้นเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทฯ เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 จึงมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลจากงวดผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2563 ในอัตรา 2 บาทต่อหุ้น กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 12 เมษายนนี้ และจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 28 เมษายน 2564 โดยเมื่อรวมกับการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล จากกำไรสุทธิส่วนที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนจากงวดผลการดำเนินงาน 1 มกราคม – 30 กันยายน 2563 ในอัตรา 0.625 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้บริษัทฯ จะจ่ายเงินปันผลในรอบปี 2563 อัตรารวม 2.625 บาทต่อหุ้น

กรรมการผู้จัดการใหญ่ STGT กล่าวว่า สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมถุงมือยางทั่วโลกในปี 2564 คาดว่าจะมีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องกว่า 20% จากปีที่ผ่านมา แม้ในปัจจุบันเริ่มมีการผลิตวัคซีนป้องกัน COVID-19 และเริ่มทยอยฉีดแก่ประชาชนในหลายประเทศ เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรค COVID-19 ทั่วโลก ยังคงมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ทำให้การใส่ใจด้านสุขอนามัยกลายเป็น New Normal ดังนั้นผลิตภัณฑ์ถุงมือยางจะยังเป็นที่ต้องการของวงการแพทย์และอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ต้องให้ความสำคัญด้านความสะอาด

จากปัจจัยดังกล่าว บริษัทฯ วางเป้าปริมาณการขายถุงมือยางในปี 2564 ที่ 32,000 ล้านชิ้น เติบโตราว 14% จากปีก่อนหน้า โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีคำสั่งซื้อถุงมือยางธรรมชาติล่วงหน้าเป็นระยะเวลา 13 เดือน และคำสั่งซื้อถุงมือยางไนไตรล์ล่วงหน้าเป็นระยะเวลา 30 เดือน รวมถึงยังไม่เห็นสัญญาณการยกเลิกคำสั่งซื้อสินค้าในปัจจุบัน นอกจากนี้บริษัทฯ วางแผนทยอยเดินเครื่องจักรโรงงานใหม่อีก 4 แห่ง ในทุกๆ ไตรมาสของปีนี้ ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทฯ มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 50,000 ล้านชิ้นต่อปี จากสิ้นปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 33,000 ล้านชิ้นต่อปี  

Rate this item
(0 votes)

Page Visitor

017353592
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
25934
53981
79915
14152691
396625
1383188
17353592
Your IP: 54.236.58.220
2021-03-08 12:52