01Top_Towai1986

SABINA ตั้งเป้าปี 64 รายได้โต 15% สร้างสถิติสูงสุดใหม่แตะ 3.4 พันล้าน

นายบุญชัย ปัณฑุรอัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ SABINA นายบุญชัย ปัณฑุรอัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ SABINA

SABINA ตั้งเป้าปี 64 รายได้โต 15% สร้างสถิติสูงสุดใหม่แตะ 3.4 พันล้าน หลังปิดงบปี 63 กวาดรายได้ 2.9 พันล้าน เผยรับมือโควิดได้ดีกว่าที่คาด เดินหน้าจ่ายปันผลหุ้นละ 0.80 บาท

SABINA ตั้งเป้ารายได้ปี 2564 สร้างนิวไฮที่ระดับ 3,400 ล้านบาท เติบโตจากปี 2563 คิดเป็น 15% หลังประกาศงบการเงินปี 2563 กวาดรายได้รวม 2.9 พันล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้า 11.6% แต่ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ เหตุรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ทันท่วงที กับการบุกทำตลาดออนไลน์ทดแทนรายได้จากช่องทางค้าปลีก ส่งผลให้รายได้ช่องทาง NSR เติบโตได้ถึง 65% พร้อมเดินหน้าผลักดันให้โตต่อเนื่อง ตั้งเป้าปีนี้ขายออนไลน์โตเพิ่มอีก 20% ส่วนรายได้ส่งออกโต 50% รับเศรษฐกิจเวียดนามเติบโตแข็งแกร่ง เผยกลยุทธ์หลักปีนี้ เร่งคุมต้นทุน นำเสนอสินค้าที่ผู้บริโภคเข้าถึงง่าย มุ่งรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในกรอบ 47-50% พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลปี 63 หุ้นละ 0.80 บาท

นายบุญชัย ปัณฑุรอัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ SABINA ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชุดชั้นในแบรนด์ “ซาบีน่า” เปิดเผยว่า บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปี 2564 ไว้ที่ 15%  เมื่อเทียบกับปี 2563 โดยคาดว่า ในปีนี้ SABINA จะมีรายได้ราว 3,400 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ สูงกว่าในปี 2562 ที่บริษัทฯ สามารถทำรายได้รวมไว้ที่ 3,295 ล้านบาท ก่อนที่จะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ผลการดำเนินงานปี 2563 เมื่อเทียบกับปี 2562 ปรับตัวลดลง โดยรายได้รวมอยู่ที่ 2,913.8 ล้านบาท ลดลง 11.6% กำไรสุทธิ 276.8 ล้านบาท ลดลง 33.0% และอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin)  อยู่ที่ 47.4% ลดลง 23.1%

“ถึงแม้ว่า ผลการดำเนินงานในปี 2563 จะลดลงเมื่อเทียบปี 2562 แต่ถือว่าลดลงน้อยกว่าที่คาด เพราะปัจจัยสำคัญที่ทำให้รายได้และกำไรสุทธิของเราลดลง มาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เริ่มตั้งแต่ปลายไตรมาสแรกของปี 2563 ทำให้ยอดขายช่องทางค้าปลีก (Retail) ซึ่งเป็นช่องทางหลัก ได้รับผลกระทบจากการปิดห้างทั่วประเทศ ก่อนจะเกิดการแพร่ระบาดระลอกใหม่ในช่วงปลายปี และมีการปิดห้างในพื้นที่ควบคุมสูงสุด อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์ด้วยการทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงจัดโปรโมชั่นกระตุ้นการขายอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน เราพยายามลดต้นทุน และหันมาปรับไลน์การผลิตหน้ากากผ้าในการแพร่ระบาดระลอกแรก ทำให้เรายังคงรักษาผลการดำเนินงานที่เป็นกำไรสุทธิไว้ได้ แม้ว่าจะลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาก็ตาม” นายบุญชัยกล่าว

ทั้งนี้ ในปี 2563 ที่ผ่านมา รายได้จากการช่องค้าปลีก (Retail) ลดลงจากปีก่อน 22.3% ขณะที่ช่องทางออนไลน์ (Non Store Retailing : NSR) เพิ่มขึ้น 65.2% รายได้จากการส่งออกชุดชั้นในแบรนด์ “ซาบีน่า” (Export) ในกลุ่มประเทศ CLMV ลดลง 7.9% และรายได้จากการรับผลิตให้กับลูกค้าในยุโรป (OEM) ลดลง 7.5% อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากสัดส่วนรายได้แต่ละช่องทางขายต่อรายได้รวม จะพบว่า ช่องทางขายออนไลน์ (NSR) นอกจากรายได้จะเติบโตขึ้นอย่างมาก แล้วยังมีสัดส่วนรายได้ต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 10% เพิ่มเป็น 19% ขณะที่สัดส่วนรายได้ช่องทางค้าปลีกลดลงจาก 79% เหลือ 69% รายได้ส่งออก เพิ่มขึ้นจาก 2% เพิ่มเป็น 3% และสัดส่วนรายได้ OEM อยู่ที่ 9% เท่าเดิม

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SABINA กล่าวด้วยว่า เมื่อพิจารณาจากโครงสร้างสัดส่วนรายได้ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยรายได้ NSR มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับรายได้ยอดขายในช่องทางนี้ที่เพิ่มขึ้นถึงกว่า 65% สะท้อนให้เห็นว่า การปรับกลยุทธ์ของ SABINA มีประสิทธิภาพ สามารถเพิ่มศักยภาพในช่องทางที่มีความเข้มแข็งอยู่แล้วให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทฯ ยังคงรักษาอัตรากำไรสุทธิไว้ได้ โดยล่าสุด คณะกรรมการบริษัทฯ ได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2563 ในอัตราหุ้นละ 0.80 บาท แต่เนื่องจากได้มีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.35 บาท ดังนั้นบริษัทฯ จะจ่ายเงินปันผลเพิ่มอีกหุ้นละ 0.45 บาทโดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิ์รับเงินปันผลในวันที่ 7 พฤษภาคม และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 21 พฤษภาคม 2564

สำหรับปี 2564 บริษัทฯ ยังคงรุกตลาดออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ต้นปี SABINA ได้ประกาศปรับโครงสร้างองค์กร เพื่อกระชับพื้นที่ขายออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถบริหารงานขายได้คล่องตัวและรวดเร็วขึ้น ขณะเดียวกัน SABINA จะยังคงนำเสนอสินค้าในระดับราคาที่ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อได้ง่าย หลังจากโควิด-19 ทำให้อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจลดลง ส่งผลกระทบกับกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ในช่องทาง NSR ไว้ที่ 20% ส่วนช่องทางค้าปลีกตั้งเป้าเติบโต 15% รายได้จาก OEM เติบโต 15% และรายได้จากการส่งออกแบรนด์ SABINA ในกลุ่มประเทศ CLMV คาดว่าจะเติบโตได้ถึง 50% จากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของเศรษฐกิจเวียดนาม รวมทั้งยังมียอดขายจากฟิลิปปินส์เป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญ

“เป้าหมายการเติบโตในปีนี้จะอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่า สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายจากความคืบหน้าในการผลิตและแจกจ่ายวัคซีนอย่างทั่วถึง โดยไม่เกิดการระบาดรอบใหม่หรือเกิดการกลายพันธุ์ และมีปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการของรัฐในการกระตุ้นการอุปโภคบริโภค ปัจจัยการเมืองไม่ได้ร้อนแรง รวมถึงเศรษฐกิจอาเซียนฟื้นตัวได้ตามเศรษฐกิจโลก และเรายังมีเป้าหมายในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ไว้ที่ 47-50% ด้วยการบริหารต้นทุนให้ต่ำลง ซึ่งเชื่อว่าแนวโน้มการแข็งค่าของเงินบาท จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สินค้าที่ SABINA ใช้ฐานการผลิตในต่างประเทศมีต้นทุนนำเข้าต่ำลง และทำให้อัตรากำไรขั้นต้นกลับมาเติบโตได้ตามกรอบที่วางไว้ได้อีกครั้งในปีนี้” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SABINA กล่าว

Rate this item
(0 votes)

Page Visitor

016906642
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
3951
50578
3951
13840651
1332863
1941537
16906642
Your IP: 54.236.58.220
2021-02-28 01:33