กฟผ. สฟอ. และ GIZ ผนึกกำลังยกระดับอุตสาหกรรมไทย

กฟผ. สฟอ. และ GIZ ผนึกกำลังยกระดับอุตสาหกรรมไทย ปรับปรุงห้องทดสอบเพื่อรองรับ เครื่องปรับอากาศที่ใช้สารทำความเย็นธรรมชาติ เน้นประหยัดไฟ ลดโลกร้อน

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (สฟอ.) และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ร่วมจัดงาน “พิธีเปิดและการสาธิตห้องทดสอบความปลอดภัยและประสิทธิภาพพลังงานของเครื่องปรับอากาศที่ใช้สารทำความเย็นธรรมชาติ” ณ ศูนย์ปฏิบัติการและมาตรฐาน สฟอ. (นิคมอุตสาหกรรมบางปู) านนี้จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดตัวห้องทดสอบผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศที่ใช้สารทำความเย็นธรรมชาติ ผ่านการสนับสนุนทางด้านการเงินจากกองทุน RAC NAMA และเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนรับทราบข้อมูลด้านมาตรฐานความปลอดภัยของเครื่องปรับอากาศฉบับใหม่ (มอก. 1529-2561) ในฐานะที่ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็นที่สำคัญของโลก จึงจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันและเตรียมความพร้อมในการปรับตัวให้สอดคล้องกับข้อกำหนดที่กำลังจะประกาศใช้ อีกทั้งยังเป็นโอกาสอันดีในการพัฒนาศักยภาพของผู้ผลิตไปสู่การใช้สารทำความเย็นธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นางศรีวรรณ บูรณโชคไพศาล ผู้ช่วยผู้ว่าการแผนงานโรงไฟฟ้า กฟผ. กล่าวว่า “นอกเหนือจากพันธกิจหลักในการรักษาความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้า กฟผ. ในฐานะรัฐวิสาหกิจยังมุ่งมั่นดำเนินการสนับสนุนประเทศไทยให้สามารถบรรลุเป้าหมายการลดการใช้พลังงานและการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีการทำความเย็นที่มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและรักษาสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้จัดการกองทุน RAC NAMA ด้วยเงินสนับสนุนจำนวน 8.3 ล้านยูโร (ประมาณ 300 ล้านบาท)

กฟผ. ได้ดำเนินโครงการที่สร้างการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็นของประเทศไทย สู่การใช้สารทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีการทำความเย็นสีเขียวผ่านสารทำความเย็นธรรมชาติ ในขณะเดียวกัน กฟผ. ยังได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการปรับปรุงห้องทดสอบเครื่องปรับอากาศ เพื่อเตรียมความพร้อมของห้องทดสอบสำหรับการทดสอบผลิตภัณฑ์ที่ใช้สารทำความเย็นธรรมชาติที่กำลังเข้าสู่ตลาดในอนาคต จึงเป็นที่มาของความร่วมมือกับสฟอ. ในครั้งนี้ โดยเป็นการพัฒนาต่อยอดจากอุปกรณ์และระบบเดิมที่มีอยู่ให้ปลอดภัยต่อการปฏิบัติงานตามมาตรฐานไทยและสากล”

ดร. ฟิลิปป์ พิชเกอะ ผู้อำนวยการโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมของประเทศ ในอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น (RAC NAMA) องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) กล่าวถึงบทบาทสำคัญของประเทศไทยในอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศของโลกว่า “ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็นที่สำคัญของโลก ด้วยส่วนแบ่งการตลาดกว่าร้อยละ 12 ในปัจจุบันการใช้พลังงานไฟฟ้าของอุปกรณ์ทำความเย็นและปรับอากาศคิดเป็นกว่าร้อยละ 60 ของการใช้พลังงานทั้งหมดในประเทศ และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ด้วยเหตุนี้ โครงการ RAC NAMA จึงมีจุดประสงค์หลักเพื่อสนับสนุนประเทศไทยให้สามารถบรรลุเป้าหมายการลดการใช้พลังงานตามเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ โดยในระยะเวลากว่า 4 ปีที่ผ่านมา โครงการฯ สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูงและสารทำความเย็นธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลักดันตลาดทั้งด้านอุปสงค์และอุปทาน รวมถึงการพัฒนากลยุทธ์เพื่อเปิดโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจ”

“ภายในปี พ.ศ. 2564 ประเทศไทยวางแผนที่จะลงนามในพิธีสารมอนทรีออลฉบับแก้ไข (Kigali Amendment) เพื่อจำกัดการใช้ สารไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน (Hydrofluorocarbons: HFCs) ที่มีค่าศักยภาพในการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน (ค่า Global Warming Potentials: GWP) และค่าศักยภาพในการทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน (ค่า Ozone Depletion Potential: ODP) สูงและสนับสนุนการใช้สารทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” ดร. ฟิลิปป์กล่าวเพิ่มเติม

โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสม ของประเทศในอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็นหรือ RAC NAMA ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากกองทุน NAMA Facility โดยรัฐบาลสหราชอาณาจักรร่วมกับรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี โครงการฯ ได้ดำเนินงานผ่านองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ร่วมกับรัฐบาลไทย ได้แก่ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในการสนับสนุนทั้งด้านเทคนิค ผลักดันด้านนโยบาย และส่งเสริมมาตรการทางการเงินตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 255

นายณรัฐ รุจิรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์  กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “บทบาทของสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันและเตรียมความพร้อมอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็นสู่นวัตกรรมสีเขียว” ว่า “ตลอดระยะเวลากว่าสองทศวรรษ สฟอ. ได้เดินหน้าพัฒนาและสนับสนุนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากลและบนเวทีการค้าโลก ตลอดจนปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีใหม่ๆ ตลอดเวลา งานในวันนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นและยุทธศาสตร์ขององค์กรในการมุ่งสู่ความเป็นเลิศด้านการให้บริการและเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากร เพื่อผลักดันและสนับสนุนให้มีการพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์ของไทย โดยเฉพาะให้รองรับมาตรฐานด้านความปลอดภัยของเครื่องปรับอากาศฉบับใหม่ (มอก. 1529-2561) ซึ่งมีข้อบังคับครอบคลุมถึงสารทำความเย็นติดไฟได้ เราเชื่อมั่นว่ามาตรฐานฉบับใหม่นี้จะช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจ การวิจัยและพัฒนา และทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำเทคโนโลยีทำความเย็นสีเขียวได้อย่างยั่งยืนในอนาคต”

องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) เป็นองค์กรของรัฐบาลเยอรมันที่ดำเนินงานด้านความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน GIZ ปฏิบัติงานในนามของหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนทั้งในประเทศเยอรมนีและต่างประเทศ รวมทั้งรัฐบาลของประเทศต่างๆ สหภาพยุโรป องค์การสหประชาชาติ ธนาคารโลก และองค์กรที่ให้ทุนอื่นๆ GIZ ดำเนินงานอยู่ในประเทศต่างๆ กว่า 120 ประเทศทั่วโลก และมีพนักงานประมาณ 22,000 คน

Rate this item
(0 votes)

Page Visitor

019787371
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
37801
50414
293608
1187150
1643254
19787371
Your IP: 3.226.76.98
2021-04-23 17:40