DEmark  ปลุกกระแสดีไซน์เนอร์ เน้นการออกแบบเพื่อเพิ่มความคุ้มค่าทางการตลาด

สำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่ม กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์  จัดโครงการพิจารณาคัดเลือกสินค้าไทยที่มีการออกแบบดี ปี  2562 หรือ Design Excellence Award 2019 (DEmark) เพื่อส่งเสริมผลงานที่โดดเด่นด้านการออกแบบ และยกระดับสินค้าไทยให้เป็นที่ยอมรับแพร่หลายในตลาดโลก ช่วยส่งเสริมการออกแบบสินค้าของผู้ประกอบการไทย ใช้ตราสัญลักษณ์ Demark เป็นเครื่องหมายรับรองผลงานที่มีความโดดเด่นด้านการออกแบบ สร้างความแตกต่างและสร้าง  มูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าไทย รวมถึงยกระดับสินค้าที่มีการออกแบบดีให้เป็นที่ยอมรับแพร่หลาย เพื่อประโยชน์ทางการค้า และเกิดความภาคภูมิใจเป็นแบบอย่างในการพัฒนาด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ของประเทศ

รางวัล Demark ในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด DESIGN IS LIVE! ดีไซน์สร้างวิถีชีวิต พร้อมการนำเสนอความคิดเห็นของดีไซน์เนอร์ชื่อดัง ในงานเสวนาหัวข้อเดียวกัน เพื่อสร้างการรับรู้ และกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวในการส่งผลงานการออกแบบเข้าโครงการ Demark award ในปี 2019

คุณพิพิธ โค้วสุวรรณ ดีไซน์ที่ดีที่สุด คืองานที่ขายได้ และใช้งานได้จริง

 

 

 

คุณพิพิธ โค้วสุวรรณ  Managing Director, Salt and Pepper Studio Co., Ltd.  ผู้ได้รับรางวัล DEmark  Award ในปี 2016 และ 2017 ในสาขาเฟอร์นิเจอร์  หนึ่งในผู้ร่วมเสวนา ให้ความเห็นเกี่ยวกับการออกแบบว่า เริ่มต้นมันมาจาก pain point คือการที่ไม่สามารถหาสิ่งที่เราชอบได้ เคยมองหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับสัตว์เลี้ยงของเราเองแต่หาไม่ได้ และก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมที่นอนสุนัขมีแต่ลายสตรอเบอรี่  เลยออกแบบเองโดยไม่ได้คำนึงถึงเทรนด์  เราทำตามความชอบ ซึ่งก็คิดว่าหลายคนอาจเป็นเหมือนกัน  ที่นี้พอได้รางวัลจากการ ออกแบบ มันก็เลยทำให้เราได้ประสบการณ์  และได้เรียนรู้เพิ่มขึ้นทั้งในด้านการตลาดและการสร้างแบรนด์ สามารถนำมาต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกไปได้อีก สำหรับ DESIGN IS LIVE นั้นมองว่ามันคือไลฟ์สไตล์และการดีไซน์ ที่มารวมกันสร้างวิถีชีวิต หรืออาจเป็น วิถีชีวิต สร้างดีไซน์ ก็ได้  ปัจจุบันผลงานงานเฟอร์นิเจอร์ที่สรรสร้างขึ้นมา ไม่ได้นำเอาเรื่องของความ

งามมาเป็นตัวตั้ง  แต่เริ่มต้นคิดมาจาก เรื่องการตลาดและความคุ้มค่า เอามาเป็นแนวทางในการออกแบบ  นักออกแบบหลายคนที่สร้างสรรค์ผลงานที่สวยงาม แต่ยังอาจจะไม่มีใครมองเห็น หรือสนใจ DEmark เป็นเวทีที่สร้างสรรค์ผลงานที่นำมาใช้ได้จริง และเป็นเวทีที่ผลิกชีวิตของเราเพราะได้เรียนรู้ว่า ดีไซน์ที่ดีที่สุด คืองานที่ขายได้ และใช้งานได้จริง นอกจากนี้ ยังได้ประโยชน์จากการไปออกงาน Trade Fair ในต่างประเทศร่วมกับกรมด้วย ทำให้ได้ประสบการณ์ ในการทำการตลาดเพิ่มขึ้น

คุณมนัสพงษ์ สงวนวุฒิโรจนา งานดีไซน์ต้องประกอบด้วยมิติอื่นๆในการสร้างคุณค่าของสิ่งที่เราออกแบบ

สำหรับ คุณมนัสพงษ์ สงวนวุฒิโรจนา , Architect & Design Director, Hypothesis Co., Ltd. ผู้ได้รับรางวัล Designer of the year Award 2017 และเจ้าของผลงานออกแบบ IR-ON Hotel, AIR SPACE HUA HIN และ Vivarium by chef ministry ได้เล่าถึงที่มาที่ไปของการออกแบบตกแต่งภายในของ  Vivarium ร้านอาหารที่มาจากโกดังเก่า และองค์ประกอบที่ตกแต่งภายในล้วนมาจากของใช้แล้ว นำมาปรับแต่งใหม่ทำให้เกิดบรรยากาศแปลกใหม่โปร่งโล่ง สบายตา ซึ่งคิดว่า ด้วยประโยชน์ใช้สอยของพื้นที่น่าจะทำให้เกิดผลลัพท์อย่างอื่นได้อีก เราก็เอามาคิดต่อเป็นสถานที่สำหรับจัดงานต่างๆ ได้ และที่นี้เหมาะมากกับการจัดงานแต่งงาน ด้วยชื่อ Vivarium สามารถแปลมาเป็นภาษาง่ายๆ ได้ว่า “มาแต่งงานกัน”  โดยสรุปแล้วตนเองคิดว่า DESIGN IS LIVE นั้น มาจากทุกๆอย่างรอบตัว อยู่ที่เราตีความ และเลือกเอามาใช้ การดีไซน์ไม่ควรจะออกมาสวยอย่างเดียว  เพราะความสวยมันขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนมองและตัดสิน แต่ต้องควรตอบโจทย์และวัตถุประสงค์ของการใช้สอยให้ได้ 

งานดีไซน์ต้องประกอบด้วยมิติอื่นๆในการสร้างคุณค่าของสิ่งที่เราออกแบบ  เช่น ร้านอาหาร ก็ควรต้องสามารถช่วยทำกำไรได้ ทำให้ธุรกิจได้ตอบสนองความต้องการของคนทำธุรกิจได้   ของบางอย่างสวยแต่ไม่ตอบโจทย์ มันก็ไม่เวิรค์ การส่งผลงานประกวด DEmark นี้ เหมือนการเดินทางลัดที่จะได้ทั้งโอกาสทางการตลาด และชื่อเสียง สามารถช่วยผลักดันความฝันของเราให้เกิดขึ้น ขอเพียงให้ทุ่มเท ตั้งใจ คนก็จะเห็นผลงานเรา

คุณภูมิศักดิ์ เฑียรฆประสิทธิ์ งานดีไซน์เป็นกระบวนการที่ตอบโจทย์ หรือเป็นการแก้ปัญหา เพื่อสร้างสิ่งที่ดีขึ้นกว่าเดิม  มันเป็นการทำสิ่งธรรมดาให้เป็นสิ่งที่พิเศษขึ้นมา

คุณภูมิศักดิ์ เฑียรฆประสิทธิ์, Design Director / Founder , DOT LINE PLANE Co., Ltd. ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศงานประกวดแบบบ้านและสวนปี 2004 และเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า PAINKILLER กล่าวถึงแนวคิดเกี่ยวกับ DESIGN IS LIVE  ได้อย่างน่าสนใจว่า สิ่งแวดล้อมรอบตัวเราหรือสิ่งที่เราต้องดำเนินชีวิตประจำวัน มันได้ถูกออกแบบมาแล้วตั้งแต่เราตื่นนอน  จนกระทั่งทำกิจวัตรประจำวันอื่นๆ โดยเราเป็นผู้ออกแบบเอง 

งานดีไซน์เป็นกระบวนการที่ตอบโจทย์ หรือเป็นการแก้ปัญหา เพื่อสร้างสิ่งที่ดีขึ้นกว่าเดิม  มันเป็นการทำสิ่งธรรมดาให้เป็นสิ่งที่พิเศษขึ้นมา พร้อมให้คำแนะนำว่า DEmark คือเวทีสำหรับดีไซน์เนอร์ในการที่จะผลิตผลงานให้มีมาตรฐานในการออกแบบของบ้านเราให้ดีขึ้น ซึ่งการสร้างสรรค์ผลงานทุกชิ้น ไม่ว่าจะได้รางวัลหรือไม่ก็ตาม เพียงถ้าเราตั้งใจทำให้มันเกิด ก็สามารถกระตุ้นให้วงการเกิดการตื่นตัว ในกลุ่มดีไซน์เนอร์ เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและ มุมมอง นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสให้เกิดการสร้างแบรนด์  มีการทำการตลาดอย่างเป็นระบบ  ทำให้เราได้ชุดความรู้ในด้านการทำธุรกิจเพิ่มเติมและสามารถต่อยอดนำไปปรับใช้ในเรื่องอื่นๆ ได้อีกด้วย

Mr. Koichi Suzuno

นอกจากนี้ Mr. Koichi Suzuno, Architect l CEO, Torafu Architects Inc.  กรรมการตัดสินรางวัล G-mark ยังได้นำเสนอไอเดียการออกแบบคอนเซปต์ Insight Out  คือแนวคิดกลับด้านที่มองจากสิ่งเล็กๆ ภายในก่อน ค่อยมองภาพใหญ่ซึ่งจะสามารถเก็บรายละเอียดของงานได้มากขึ้น  จากตัวอย่างงานที่นำเสนอคือเมืองจำลองขนาดเล็ก ที่สามารถชมได้จากกล้องที่ติดอยู่กับรถรางที่วิ่งรอบเมืองจำลองเสมือนว่าเรากำลังเดินทางชมเมืองนั้นจริงๆ  หรืออีกตัวอย่างของการออกแบบแหวนแต่งงาน ที่นำเอาเรื่องของระยะเวลาที่คู่สมรสอยู่ด้วยกัน มาเป็นปัจจัยในการออกแบบด้วย ยิ่งอยู่ด้วยกันนาน สีโลหะของแหวนก็จะยิ่งส่งประกายแวววาวสวยงามยิ่งขึ้น  นั่นคือตัวอย่างของการคิดที่นำเอาเรื่องของชีวิตประจำวันมาใช้ในการออกแบบ

จะเห็นได้ว่า มุมมองของดีไซน์เนอร์บ้านเราต่างก็มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันคือ  การเน้นเรื่องการตลาดและความคุ้มค่า นำมาเป็นปัจจัยตั้งต้นในการออกแบบผลิตภัณฑ์  ซึ่งผลงานที่ออกมาจะเห็นเป็นรูปธรรมและจับต้องได้มากขึ้น  เวที DEmark จะช่วยส่งเสริมให้ ดีไซน์เนอร์ไทย  ได้รับการยอมรับในตลาดสากลมากขึ้น

รางวัล Demark ในปีนี้ มีการพิจารณารางวัลเพิ่มขึ้นอีกกลุ่มผลงาน จากเดิม 6 เดิม มาเป็น 7 กลุ่ม คือ

  1. กลุ่มสินค้าเฟอร์นิเจอร์ (Industrial Process / Industrial Craft)
  2. กลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ (Gift & Decorative Items / Household Items)
  3. กลุ่มความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมผลิตภัณฑ์แฟชั่นเครื่องแต่งกาย (Creative & Innovative Fashion / Apparel / Jewelry / Textile / Etc.)
  4. กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม (Home Appliances/ Equipment and Facilities for Office / Etc.)
  5. กลุ่มออกแบบบรรจุภัณฑ์ (Packaging Design)
  6. กลุ่มผลงานกราฟฟิกดีไซน์ (Font / Graphic on Surface / Digital Media / Identity Design)
  7. กลุ่มผลงานออกแบบตกแต่งภายใน (Hotel / Restaurant / Café) ซึ่งเป็นกลุ่มผลงานใหม่ที่เกิดขึ้นในปีนี้

สำหรับผู้ได้รับรางวัล DEmark จะได้รับสิทธิประโยชน์มากมายจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เช่น สามารถใช้โลโก้ DEmark  ในการส่งเสริมการขายสินค้าได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย  ได้รับส่วนลดค่าใช้จ่ายสมทบโครงการร้อยละ 50  ในการเข้าร่วมงาน แสดงสินค้าในต่างประเทศที่กรมฯเข้าร่วม (ไม่เกิน 3 ครั้งในเวลา 1 ปี) ได้รับการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการขายสินค้าทั้งในและต่างประเทศ ผ่านการโฆษณาในสื่อต่างๆ รวมทั้งนำสินค้าไปจัดแสดงนิทรรศการทั้งในและต่างประเทศ อาทิ งานแสดงสินค้า STYLE Bangkok และ Milan Design Week นอกจากนี้ ผู้ที่ได้รับรางวัล Demark จะได้เข้ารอบ 2 รางวัล G-mark ประเทศญี่ปุ่นโดยทันที

โครงการ DEmark Award 2019 เปิดรับสมัครทั้งในรูปแบบของบริษัทและนักออกแบบอิสระ ซึ่งผู้สมัคร 1 ราย หรือ 1 บริษัท สามารถสมัครได้มากกว่า 1 ผลิตภัณฑ์ แต่ไม่เกิน 5 ผลิตภัณฑ์ และจะต้อง เตรียมเอกสารการสมัครและเอกสารประกอบต่างๆ ให้ครบทุกผลิตภัณฑ์ โดยสมัครในช่องทางออนไลน์ได้ที่ www.demarkaward.net ตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม จนถึงวันที่ 20 พฤษภาคม 2562 โดยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 082-365-2649, 089-687-0507 หรือ สำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2507-8262, 0-2507-8278

กระทรวงพาณิชย์เปิดเส้นทางส่งเสริมผลงานนักออกแบบไทย แสดงศักยภาพการออกแบบสู่สากล ในโครงการ DEmark  

สำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่ม กรมส่งเสริม การค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เริ่มโครงการพิจารณาคัดเลือกสินค้าไทยที่มีการออกแบบดี ปี 2562 หรือ Design Excellence Award 2019 (DEmark) เพื่อส่งเสริมผลงานที่โดดเด่นด้านการออกแบบ และยกระดับสินค้าไทยให้เป็นที่ยอมรับแพร่หลายในตลาดโลก เปิดรับสมัครนักออกแบบ ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ผู้ส่งออก เข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม จนถึง วันที่ 20 พฤษภาคม 2562

นางวรรณภรณ์ เกตุทัต รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

นางวรรณภรณ์ เกตุทัต รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า รางวัล Design  Excellence  Award (DEmark) มีที่มาจากรางวัล Prime Minister’s Export Award ( PM Export Award) ในสาขา Best Design ซึ่งจากเดิมพิจารณาจากกระบวนการพัฒนาสินค้าเป็นหลัก ต่อมาได้มีการพัฒนามาสู่การพิจารณาให้รางวัลสินค้าที่มีการออกแบบดี  ซึ่งในปีนี้นับว่าจัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 12  โดยกรมได้รับความร่วมมือจากสถาบันส่งเสริมการออกแบบแห่งประเทศญี่ปุ่น หรือ Japan Institute of Design Promotion (JDP)  ในการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญจากรางวัล Good Design  Award (G-mark) ประเทศญี่ปุ่น   ซึ่งเป็นรางวัลด้านการออกแบบที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลมาร่วมพิจารณาตัดสิน DEmark และสนับสนุนผลงานที่ได้รับรางวัล DEmark เข้าร่วมการประกวดรางวัล G-mark ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงยังให้ความร่วมมือด้านอื่น ๆ เพื่อให้รางวัล DEmark ได้มาตรฐานสากล

รางวัล DEmark จะช่วยส่งเสริมการออกแบบสินค้าของผู้ประกอบการไทย โดยใช้ตราสัญลักษณ์ DEmark  เป็นเครื่องหมายรับรองผลงานที่มีความโดดเด่นด้านการออกแบบ สร้างความแตกต่างและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าไทย รวมถึงยกระดับสินค้าที่มีการออกแบบดีให้เป็นที่ยอมรับแพร่หลายในตลาดโลก เพื่อประโยชน์ทางการค้า  และเกิดความภาคภูมิใจเป็นแบบอย่างในการพัฒนาด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ของประเทศต่อไป โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือ นักออกแบบ ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ผู้ส่งออก โดยคาดหวังว่าจะมีผู้สมัครกว่า 600 ผลงาน และมีผลงานที่ได้รับรางวัล DEmark  2019 จำนวน 100 รายการ

รางวัล DEmark ในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด DESIGN IS LIVE! ดีไซน์สร้างวิถีชีวิต เพราะการออกแบบที่ดีนั้นอยู่รอบตัวเรา ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเราให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งผลงานออกแบบของคนไทยในปัจจุบันเป็นที่ยอมรับขยายวงกว้างไปสู่สินค้าและบริการที่ครอบคลุมวิถีชีวิตของเรามากยิ่งขึ้น และในปีนี้จึงมีการพิจารณารางวัลเพิ่มขึ้นอีกกลุ่มผลงาน จากเดิม 6 เดิม มาเป็น 7 กลุ่ม คือ

  1. กลุ่มสินค้าเฟอร์นิเจอร์ (Industrial Process / Industrial Craft)
  2. กลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ (Gift & Decorative Items / Household Items)
  3. กลุ่มความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมผลิตภัณท์แฟชั่นเครื่องแต่งกาย (Creative & Innovative Fashion / Apparel / Jewelry / Textile / Etc.)
  4. กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม (Home Appliances/ Equipment and Facilities for Office / Etc.)
  5. กลุ่มออกแบบบรรจุภัณฑ์ (Packaging Design)
  6. กลุ่มผลงานกราฟฟิกดีไซน์ (Font / Graphic on Surface / Digital Media / Identity Design)
  7. กลุ่มผลงานออกแบบตกแต่งภายใน (Hotel / Restaurant / Café) ซึ่งเป็นกลุ่มผลงานใหม่ที่เกิดขึ้น

ในปีนี้ ภายในงานแถลงข่าวมีการเสวนา ในหัวข้อ “DESIGN IS LIVE! ดีไซน์สร้างวิถีชีวิต” ยังได้รับเกียรติจากกรรมการตัดสินรางวัล G-mark คือ Mr. Koichi Suzuno, Architect l CEO, Torafu Architects Inc. มาร่วมบรรยายพิเศษ พร้อมทั้งนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์  และนักออกแบบตกแต่งภายในมาร่วมพูดคุยอีกด้วย ได้แก่

  • คุณพิพิธ โค้วสุวรรณ Managing Director, Salt and Pepper Studio Co., Ltd.
  • คุณมนัสพงษ์ สงวนวุฒิโรจนา , Architect & Design Director, Hypothesis Co., Ltd.
  • คุณภูมิศักดิ์ เฑียรฆประสิทธิ์ , Design Director / Founder , DOT LINE PLANE Co., Ltd.

สำหรับผู้ได้รับรางวัล DEmark จะได้รับสิทธิประโยชน์มากมายจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เช่น สามารถใช้โลโก้ DEmark  ในการส่งเสริมการขายสินค้าได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย  ได้รับส่วนลดค่าใช้จ่ายสมทบโครงการร้อยละ 50  ในการเข้าร่วมงาน แสดงสินค้าในต่างประเทศที่กรมฯเข้าร่วม (ไม่เกิน 3  ครั้งในเวลา 1 ปี) ได้รับการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการขายสินค้าทั้งในและต่างประเทศ ผ่านการโฆษณาในสื่อต่างๆ รวมทั้งนำสินค้าไปจัดแสดงนิทรรศการทั้งในและต่างประเทศ อาทิ งานแสดงสินค้า  STYLE Bangkok และ Milan Design Week นอกจากนี้ ผู้ที่ได้รับรางวัล DEmark จะได้เข้ารอบ 2 รางวัล G-mark ประเทศญี่ปุ่นโดยทันที  ซึ่งสินค้าไทยที่ได้รับรางวัล DEmark ทั้งหมด จำนวน 749 รายการได้รับรางวัล      G-Mark แล้ว จำนวน 428 รายการ โดยนักออกแบบ/ผู้ประกอบการสามารถใช้โลโก้ความความร่วมมือ DEmark และ G-mark เพื่อช่วยส่งเสริมเป็นช่องทางทางการค้าต่อไป

รางวัล DEmark เป็นเครื่องหมายที่ช่วยให้นักออกแบบและผู้ประกอบการไทยได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้มีมูลค่าทางการค้าที่สูงขึ้น และเป็นที่รู้จักในระดับสากลโดยได้รับรางวัลในระดับนานาชาติ เช่น รางวัล Reddot Design Award, IF Design Award ได้แก่ บริษัท เอ็ม วอเตอร์ จำกัด ผู้ผลิตน้ำดื่ม Sprinkle, บริษัท Prompt Design จำกัด, บริษัท ดีโอทีเอส จำกัด บริษัท Thinkk Studio จำกัด และแบรนด์ Korakot เป็นต้น

โครงการ DEmark Award 2019 เปิดรับสมัครทั้งในรูปแบบของบริษัทและนักออกแบบอิสระ ซึ่งผู้สมัคร 1 ราย หรือ 1 บริษัท สามารถสมัครได้มากกว่า 1 ผลิตภัณฑ์ แต่ไม่เกิน 5 ผลิตภัณฑ์ และจะต้อง เตรียมเอกสารการสมัครและเอกสารประกอบต่างๆ ให้ครบทุกผลิตภัณฑ์ โดยสมัครในช่องทางออนไลน์ได้ที่ www.demarkaward.net  ตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม จนถึงวันที่ 20 พฤษภาคม 2562 โดยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 082-365-2649, 089-687-0507 หรือ สำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2507-8262, 0-2507-8278

ซีอีเอ เปิดโฉม 10 สินค้าของฝากโลคอล 3 จังหวัดท่องเที่ยวภาคตะวันออก ดีไซน์ใหม่ เตรียมดันขึ้นเชลฟ์โมเดิร์นเทรดด้วย “งานดีไซน์และความคิดสร้างสรรค์”

  • ซีอีเอ ชวนนักออกแบบ - ผู้ประกอบการ ต่อยอดผลิตภัณฑ์ในมือด้วยความคิดสร้างสรรค์ ภายใน miniTCDC CENTER ครีเอทีฟฮับแห่งใหม่ของภาคตะวันออก จ.ฉะเชิงเทรา

“ของฝาก” ถือเป็นสิ่งที่สะท้อนอัตลักษณ์ของท้องถิ่นนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นการหยิบยกวัตถุดิบหรือผลผลิตในท้องที่ที่มีอยู่จำนวนมาก มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ในรูปแบบต่างๆ ออกมาวางจำหน่ายตามร้านค้าหรือตลาดภายในชุมชน ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างรายได้คืนสู่ชุมชนและผู้ประกอบการในท้องถิ่นแล้ว ยังตอกย้ำความโดดเด่นของผลผลิตที่อุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ แต่ทั้งนี้ ของฝากที่วางจำหน่ายในปัจจุบัน กลับไม่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเท่าที่ควร ดังนั้น จึงถึงเวลาแล้วหรือไม่ ที่ผู้ผลิตและผู้ประกอบการต้องก้าวข้ามกรอบความคิดเดิมๆ ผ่านการนำความคิดสร้างสรรค์และแนวคิดในการออกแบบที่ทันสมัย มาปรับโฉมผลิตภัณฑ์ให้มีสีสันและความน่าสนใจ แต่ยังคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ของท้องถิ่น เพื่อกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมการเลือกซื้อของนักท่องเที่ยวในอนาคต

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA จึงได้จับมือผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์และออกแบบบรรจุภัณฑ์ ดำเนินโครงการพิเศษ ยกระดับบรรจุภัณฑ์ให้มีภาพลักษณ์โฉมใหม่ที่ตรงใจนักท่องเที่ยวมากขึ้น ผ่านลงพื้นที่สำรวจหน้าตาสินค้าและของฝาก 3 จังหวัดในพื้นที่อีอีซีอย่าง “ฉะเชิงเทรา - ชลบุรี - ระยอง” พร้อมปรับรูปลักษณ์บรรจุภัณฑ์ (Redesign) เช่น ขนมฝอยทอง มะยมเชื่อม ปลาหมึกอบแห้ง และอื่นๆ เพื่อนำไปสู่การยกระดับของฝากโลคอลแบรนด์ ให้มีความทันสมัย แปลกใหม่ ตลอดจนสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดและเทียบชั้นกับสินค้าในตลาดโมเดิร์นเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายบุญฤทธิ์ อรัญกูล ผู้ก่อตั้งและกรรมการบริษัท Ihapstudio 

นายบุญฤทธิ์ อรัญกูล ผู้ก่อตั้งและกรรมการบริษัท Ihapstudio สตูดิโอออกแบบครบวงจร ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์และออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้กับผู้ผลิตแบรนด์ไทยและต่างประเทศมานานกว่า 10 ปี กล่าวว่า คณะทำงาน ได้ลงพื้นที่ทำงานร่วมกับผู้ผลิตและผู้ประกอบการชุมชน โดยมี ซีอีเอ เป็นผู้ประสานงานตลอดการดำเนินงาน เพื่อหาแนวทางร่วมกันในการพัฒนา “บรรจุภัณฑ์ท้องถิ่น” สู่บรรจุภัณฑ์ที่พร้อมจำหน่ายในตลาดโมเดิร์นเทรดและเหมาะสำหรับผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย ภายใต้แนวคิด “Eat.East: EEC Packaging for everyone” ผ่านการทำความเข้าใจร่วมกันในลักษณะของการขาย วิธีการนำเสนอ รวมถึงปัญหาต่างๆ ขณะเดียวกัน ยังได้แลกเปลี่ยนแนวคิดในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ เพื่อหาจุดยืนในการสร้างเอกลักษณ์ สร้างการจดจำแก่นักท่องเที่ยว สร้างคุณค่าให้กับของฝากแบรนด์โลคอล ตลอดจนเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นในชุมชน

โดยคณะทำงานได้อาศัยแนวคิดการออกแบบเช่นเดียวกับประเทศญี่ปุ่น ที่ยกระดับสินค้าท้องถิ่นด้วย “งานดีไซน์-ความครีเอทีฟ” การผสานไอเดียสร้างสรรค์และลูกเล่นต่างๆ ในการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อดึงดูดสายตานักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย สู่ 10 บรรจุภัณฑ์ของฝากประจำท้องถิ่นใน 3 จังหวัดอีอีซีที่ควรค่าแก่การเลือกซื้อเป็นของฝากเป็นอย่างมาก โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • ปลาทูหอม ของดีจากใจคนชลบุรี บรรจุภัณฑ์ปลาทูหอม จากจังหวัดชลบุรี ได้รับการออกแบบในลักษณะของปลอกสวมขนาดแคบ และยาว เพื่อโชว์ตัวปลาด้านใน โดยที่ตัวปลาบรรจุอยู่ในถาดพลาสติกซีลร้อนขอบทุกด้าน เพื่อคุ้มกันสินค้าและถูกสวมด้วยปลอกกระดาษเเข็ง



  • ปลาหมึกบด ของดีจากใจคนชลบุรี บรรจุภัณฑ์ปลาหมึกบด จากจังหวัดชลบุรี ได้รับการปรับขนาดให้มีไซส์ที่เล็กลง ดูทันสมัยขึ้น โดดเด่น แต่คงปริมาณปลาหมึกบดเท่าเดิม เพื่อความสะดวกต่อการรับประทาน โดยปลาหมึกบดจะถูกบรรจุไว้ในถุงซิปล็อคใส พร้อมติดสติกเกอร์กระดาษ



  • ปลาหมึกอบกรอบ จากทะเลเมืองชล บรรจุภัณฑ์ปลาหมึกอบกรอบ จากจังหวัดชลบุรี ได้รับการออกแบบให้ง่ายต่อการใช้งาน โดยลดขนาดปลาหมึกอบกรอบให้มีขนาดพอดีคําง่ายต่อการฉีกรับประทาน พร้อมกันนี้ ยังออกแบบฉลากกระดาษเป็นลายกราฟิกรูปปลาหมึก เพื่อเพิ่มลูกเล่นและสร้างความแปลกใหม่แก่นักท่องเที่ยว



  • ทุเรียนกวนพอดี ของดีเมืองระยอง บรรจุภัณฑ์ทุเรียน จากจังหวัดระยอง ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับรูปทรงของทุเรียนกวนที่มีลักษณะยาว ด้วยฟอร์มสามเหลี่ยมที่มีความทนทาน ง่ายต่อการขนส่ง และมีฟันสามเหลี่ยมปิดหัวและท้าย ที่ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับทุเรียนกวน นอกจากนี้ ยังออกแบบลายกราฟิกลงบนบรรจุภัณฑ์ในแบบต่างๆ ทั้งหนามแหลมของทุเรียนในโทนสีเขียวและเหลือง รวมถึงภาพผีเสื้อสมุทร นางยักษ์จากเรื่องพระอภัยมณี



  • ทุเรียนทอด ของดีจากระยอง บรรจุภัณฑ์ทุเรียนทอด จากจังหวัดระยอง ที่ได้รับการออกแบบฉลากในลวดลายกราฟิกพระอภัยมณี สัญลักษณ์สร้างชื่อของจังหวัดระยอง ซึ่งช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับสินค้าได้อย่างชัดเจน ขณะที่ตัวซองบรรจุจะเป็นซองพลาสติกใสซีลร้อน ซึ่งผู้ขายสามารถนำไปใช้งานได้ง่าย



  • มะยมเชื่อม ของดีจากระยอง บรรจุภัณฑ์มะยมเชื่อม จากจังหวัดระยอง ได้รับการปรับรูปทรงบรรจุภัณฑ์ให้เป็นทรงกระบวก และมีสัดส่วนความสูงที่พอดีกับไม้มะยมเชื่อม เพื่อให้ง่ายต่อการรับประทานหรือพกพาไปสถานที่ต่างๆ นอกจากนี้ ยังทำการลดขนาดของจำนวนไม้ลงเพื่อควบคุมการบริโภคที่พอเหมาะของผู้บริโภค



  • มะม่วงกวน ของดีเมืองระยอง บรรจุภัณฑ์มะม่วงกวน จากจังหวัดระยอง ได้รับการออกแบบในลักษณะบรรจุภัณฑ์ที่มีหูหิ้วในตัว เพื่อความสะดวกต่อการใช้งาน โดยมาพร้อมลวดลายกราฟิกของผงมะม่วง และภาพสุนทรภู่ ผู้แต่งนิทานพระอภัยมณี ขณะที่มะม่วงกวนที่อยู่ด้านใน จะได้รับการหุ้มห่อด้วยกระดาษไข เพื่อรักษาคุณภาพของเนื้อมะม่วงกวน



  • ขนมเปี๊ยะ ของดีจากฉะเชิงเทรา บรรจุภัณฑ์ขนมเปี๊ยะ ของดีจากฉะเชิงเทรา ได้รับการออกแบบมาให้ง่ายต่อการใช้งาน โดยภายในบรรจุขนมเปี๊ยะ 2 ชิ้น ในขนาดที่รับประทานแบบพอดี แต่ยังคงรสอร่อยและกระบวนการผลิตแบบโบราณดั้งเดิมจากรุ่นสู่รุ่น



  • โบราณกาละแม กะทิจัดเต็มจากฉะเชิงเทรา บรรจุภัณฑ์โบราณกาละแม จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รับการออกแบบกาละแมในขนาดเล็กพิเศษกว่าเดิม เพื่อให้เหมาะแก่การพกพาหรือเปิดทานได้อย่างสะดวกใน 1 ครั้ง โดยมาพร้อมกับกราฟิกหลายลวดลายทั้ง น้ำกะทิจากผลมะพร้าว และวิถีชีวิตของประชาชนในชุมชน



  • ฝอยทองกรอบ สูตรต้นตำรับจากแปดริ้ว บรรจุภัณฑ์ฝอยทองกรอบ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นการออกแบบลวดลายกราฟิกลงบนบรรจุภัณฑ์ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการเสิร์ฟขนมไทยโบราณในสมัยก่อน โดยเลือกจัดวางองค์ประกอบให้เกิดความเรียบง่ายและใช้สีโทนอุ่น เพื่อให้เกิดความรู้สึกที่น่ารับประทาน โดยที่บรรจุภัณฑ์จะเป็นเเบบฉลากยาวคาดสวมตัวกล่อง ด้านบนไดคัทสามารถถือได้ ขณะที่ภายในจะเป็นกล่องหลุมพลาสติก เพื่อรักษารูปทรงของฝอยทองกรอบ

อย่างไรก็ตาม สำหรับคุณสมบัติของผู้ผลิตและผู้ประกอบการสร้างสรรค์ นอกจากการมีพื้นฐานความรู้ด้านการออกแบบ และความคิดสร้างสรรค์ที่แปลกใหม่แล้ว ยังจำเป็นต้องรู้รอบเรื่องการสร้างจุดขายให้กับสินค้าหรือบริการ เพื่อสร้างการจดจำและกระตุ้นพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภค ผ่านพัฒนาลูกเล่นบรรจุภัณฑ์ให้เป็นมากกว่าสิ่งหุ้มห่อสินค้า เช่นเดียวกับ “ของฝาก” ที่พบเห็นได้จากต่างประเทศ ที่ผู้ผลิตเลือกสร้างอัตลักษณ์ให้กับสินค้าผ่านการใช้งานดีไซน์เข้าไปสร้างสีสันให้กับบรรจุภัณฑ์หลากรูปแบบ เช่น หมู่บ้านแมวหูต่ง (Houtong Cat Village) ประเทศไต้หวัน ที่ของฝากทุกชิ้น รวมถึงบรรยากาศภายในหมู่บ้านตั้งแต่สถานีรถไฟ ร้านค้าและคาเฟ่ ก็ถูกตบแต่งและรังสรรในแบบต่างๆ โดยที่มีแมวเป็นองค์ประกอบ ทั้งขนมเปี๊ยะหน้าน้องแมว โปสการ์ดรูปน้องแมว รวมถึงป้ายบอกทางรูปน้องแมว จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า การแต่งเติมความคิดสร้างสรรค์หนึ่งๆ ลงไปในผลิตภัณฑ์หรือผลงานต่างๆ ย่อมสร้างความแตกต่างได้อย่างน่าสนใจ ขณะเดียวกันก็ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ได้หลายเท่าตัว นายบุญฤทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย

ด้าน นายอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) กล่าวว่า ซีอีเอ ในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ยังคงมุ่งมั่นและให้ความสำคัญกับการเติมเต็มศักยภาพบุคลากรในสายงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสร้างสรรค์ หรือเยาวชนและประชาชนทั่วไปที่มีความสนใจด้านงานออกแบบในแขนงต่างๆ ผ่านการกระจายแหล่งเรียนรู้ด้านครีเอทีฟสู่ภูมิภาค หรือ “miniTCDC CENTER” เพื่อผลักดันให้เกิดการเรียนรู้และการคิดนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น บนพื้นฐานของความคิดสร้างสรรค์ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในมุมบวก หรือสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าหรือบริการในอนาคต

โดยล่าสุด ได้จัดตั้งสาขาที่ 6 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ครีเอทีฟฮับแห่งใหม่ของภาคตะวันออก แหล่งรวมต้นไอเดียสำหรับการคิด พัฒนา ออกแบบผลิตภัณฑ์หรือบริการสร้างสรรค์ สำหรับนักศึกษา นักออกแบบ ผู้ประกอบการธุรกิจสร้างสรรค์ ให้สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ด้านงานออกแบบและไอเดียในการเริ่มต้นธุรกิจสร้างสรรค์ พร้อมผลักดันผลิตภัณฑ์ชุมชน ธุรกิจสร้างสรรค์ระดับชุมชน ให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดอีอีซี ตลอดจนพัฒนาศักยภาพพื้นที่สร้างสรรค์ให้เป็นที่ยอมรับและพร้อมรองรับการขยายตัวการลงทุนและเขตท่องเที่ยวในเขตอีอีซี ผ่านการศึกษา

ทั้งนี้ มินิ ทีซีดีซี เซนเตอร์ สาขามหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ พร้อมเปิดให้บริการแก่คณาจารย์ นักศึกษา นักออกแบบ ผู้ประกอบการในธุรกิจหรืออุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ที่มีความสนใจ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.30 - 16.30 น. ณ สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ จังหวัดฉะเชิงเทรา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) ถนนเจริญกรุง กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 02-105-7400 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ cea.or.th

สมาคมสถาปนิกสยามฯ ผนึกนีโอ ยกระดับงานสถาปนิก’62 ยิ่งใหญ่ระดับอาเซียน ขนผู้ประกอบการไทยและเทศจากกว่า 850 บริษัท จาก 40 ประเทศร่วมงานคึกคัก

สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ และบริษัท เอ็น.ซี.ซี.เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด ประกาศความพร้อมในการยกระดับงานสถาปนิก’62 ให้เป็นงานยิ่งใหญ่ระดับอาเซียน โดยงานนี้ผู้ประกอบการจาก 850 บริษัทชั้นนำเตรียมนำสินค้าหลายพันเเบรนด์จาก 40 ประเทศทั่วโลก มาร่วมแสดงศักยภาพ โชว์สินค้า บริการและเทคโนโลยีด้านสถาปัตยกรรมและวัสดุก่อสร้าง ระหว่างวันที่ 30 เมษายน - 5 พฤษภาคมนี้ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ดร.อัชชพล ดุสิตนานนท์ นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ

ดร.อัชชพล ดุสิตนานนท์ นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ กล่าวว่า “งานสถาปนิก เป็นงานจัดแสดงสถาปัตยกรรม วัสดุและเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน จัดขึ้นเพื่อแสดงศักยภาพและนำเสนอผลงานความก้าวหน้าทางสถาปัตยกรรม อีกทั้งยังต้องการสร้างความตระหนักรู้ถึงบทบาทวิชาชีพสถาปนิกที่มีต่อสังคมให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งงานนี้ไม่ได้จัดขึ้นเพื่อคนในวิชาชีพสถาปนิกเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องและประชาชนทั่วไปที่สนใจด้านงานออกเเบบเเละการก่อสร้าง สำหรับงานในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 33 ภายใต้แนวคิด “กรีน อยู่ ดี : Living Green” เพื่อนำเสนอแนวทางการออกแบบสถาปัตยกรรม นวัตกรรมวัสดุก่อสร้าง ตลอดจนการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยสมาคมฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ                       สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เปิดงานสถาปนิก’62 ในวันอังคารที่  30  เมษายน 2562”

ดร. อัจฉราวรรณ จุฑารัตน์ ประธานการจัดงานสถาปนิก’62

ดร. อัจฉราวรรณ จุฑารัตน์ ประธานการจัดงานสถาปนิก’62 กล่าวว่า “งานสถาปนิก’62 นอกจากจะมีการแสดงสินค้าจากหลายประเทศที่พร้อมนำเสนอนวัตกรรมวัสดุก่อสร้างใหม่ๆ ที่น่าสนใจแล้ว ยังมีนิทรรศการหลัก (Thematic Exhibitions) ของสมาคมสถาปนิกสยามฯ ที่โชว์นวัตกรรมวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผนวกกับเทคโนโลยี เพื่อเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับบริบทในปัจจุบัน ซึ่งผู้เข้าชมงานจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ ‘สีเขียว’ (Green Experience) อย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการนำวัสดุต่างๆ ไปใช้ต่อหลังจบงาน”

“ในงานทุกท่านจะได้พบกับกิจกรรมประกวดออกแบบระดับนานาชาติ “ASA International Design Competition 2019” โจทย์การออกแบบของปีนี้คือ Uncanny Sustainability เพื่อค้นหาไอเดียการสร้างสรรค์งานออกแบบที่ยั่งยืนและแตกต่างจากรูปแบบเดิม ซึ่งจะมีสถาปนิกที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาเป็นกรรมการตัดสินด้วย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม “ASA Forum 2019” งานสัมมนาสถาปัตยกรรมระดับนานาชาติ มีสถาปนิกที่มีชื่อเสียงมาร่วมบรรยายบนเวที อาทิ Mr. Kai Uwe Bergmann จาก Bjarke Ingels Group (BIG), Mr. NicoKienzl จาก Atelier Ten, Ms. Sanne van Der Burgh จาก MVRDV, คุณอัศวิน ชูโชติถาวร จาก Foster + Partners, คุณอภิชาติ ศรีโรจนภิญโญ, คุณชนาสิต ชลศึกษ์ จาก Stu/D/O และ คุณคำรน สุทธิ จาก Eco Architect เป็นต้น”  ดร.อัจฉราวรรณ กล่าวเสริม

นายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด

นายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด กล่าวว่า “ธุรกิจงานแสดงสินค้ามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยในประเทศไทยเมื่อปีที่ผ่านมางานเอ็กซิบิชั่นสามารถสร้างรายได้กว่า 200,000 ล้านบาท โดยมีผู้ร่วมชมงานกว่า 30 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติมากกว่า 1 ล้านคน คาดว่าอุตสาหกรรม MICE ของไทยจะเติบโตราว 6-10% ในปี 2562”

“สำหรับการเตรียมความพร้อมในการจัดงานสถาปนิก’62 มีผู้ประกอบการชั้นนำทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศกว่า 850 บริษัท และยังมี 16 พาวิลเลี่ยนจากต่างประเทศมาจัดแสดงในงาน ประกอบด้วย ออสเตรเลีย จีน เยอรมนี ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย อิตาลี ญี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน ตุรกี อังกฤษ อเมริกา และเวียดนาม คาดว่าในงานจะมีการจับคู่เจรจาธุรกิจมากกว่า 400 นัดหมาย โดยนีโอได้เชิญบริษัทที่อยู่ในวงการสถาปัตยกรรมและการก่อสร้างจากทั่วภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอย่าง CLMV มาร่วมชมงาน ซึ่งคาดว่าจะเกิดมูลค่าการซื้อขายภายในงานกว่า 10,000 ล้านบาท” นายศักดิ์ชัย กล่าวเสริม

 

นายอาจิณเวท วงศ์ทอง ผู้จัดการโครงการอาวุโส บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด

ทางด้าน นายอาจิณเวท วงศ์ทอง ผู้จัดการโครงการอาวุโส บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด กล่าวว่า “ตลาดการก่อสร้างของอาเซียนมีการเติบโตเฉลี่ย 5.2% ในปี 2559-2563 และคาดการณ์ว่าภายใน 5 ปีนี้จะมีการมูลค่าการลงทุนด้านการก่อสร้างสูงถึง 2.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้างของไทยในปี 2561 มีการเติบโตราว 5% และคาดว่าจะเติบโตเพิ่มมากขึ้น 7-9% ในระหว่างปี 2561-2563”

“ในปีนี้เราจัดงานสถาปนิกในธีม Green Living เพื่อเชิญชวนทุกคนมาร่วมชมผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งเเวดล้อม ซึ่งปัจจุบันตลาดอาคารเขียวกำลังเป็นที่น่าจับตามอง โดยมีภาพรวมของทั่วโลกเติบโตอยู่ที่ 13% ต่อปี ต่อเนื่องไปถึงปี 2563 ส่วนประเทศไทยมีการเติบโตจากเดิมที่มีจำนวนอาคารเขียวเพียง 55 อาคาร เป็น 240 อาคารในปีที่ผ่านมาและปีนี้คาดการณ์ว่าจะสูงถึง 252 อาคาร” นายอาจิณเวท กล่าวเสริม 

ทั้งนี้ ในงานสถาปนิก’62 ผู้ประกอบการต่างได้เตรียมสินค้าไฮไลท์มาจัดแสดง อาทิ บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด นำเสนอเทคโนโลยี IoT ที่มาผนวกกับระบบของสินค้าต่าง ๆ ภายในบ้าน เพื่อให้ผู้บริโภคสะดวกสบาย มีอิสระ และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ภายใต้ Platform ที่เรียกว่า "Smart Living Solution” บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด นำสี GColor by Graphenstone ซึ่งเป็นสีจากธรรมชาติที่ทาได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร ที่ได้รับการันตีจาก Cradle to Cradle มาตรฐานระดับสูงที่มอบให้กับผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมครบวงจร ปลอดภัยยามใช้งาน และช่วยลดโลกร้อน รวมถึงย่อยสลายแล้วไม่เป็นพิษกับสิ่งแวดล้อม บริษัท ธรรมสรณ์ จำกัด นำเสนอถังเก็บน้ำคู่ปั๊มน้ำ นวัตกรรมใหม่ที่ช่วยประหยัดพื้นที่ใช้สอย มุ่งสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและใส่ใจสิ่งแวดล้อม เป็นการออกแบบที่มีความลงตัวอย่างเป็นเอกลักษณ์ บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) สาธิตนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สีนาโน ซึ่งได้รับฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายครัวเรือนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับธีมงาน Green Concept

บริษัท โมเก้น (ประเทศไทย) จำกัด เสนอสุขภัณฑ์และเฟอร์นิเจอร์ห้องน้ำ ที่นำธรรมชาติมาผนวกเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ พร้อมทั้งใช้วิธีผสมผสานกลิ่นอายด้วยการเลือกใช้กลุ่มสีและลวดลายที่มีแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ บริษัท เฮเฟเล่ (ประเทศไทย) จำกัด นำสินค้านวัตกรรมมาจัดแสดงมากมาย อาทิ ชุดล็อคประตูระบบดิจิทัลที่สะดวกในการใช้งานและเพิ่มความปลอดภัย, ระบบควบคุมแสงสว่างอัจฉริยะ และบานเลื่อนภายนอกอาคารที่ช่วยป้องกันแสงแดด ช่วยลดอุณหภูมิความร้อนในอาคาร เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีนวัตกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ ลามิเนตโปร่งแสง โดย AICA จากญี่ปุ่น, บีช พูล! นำนวัตกรรมการสร้างสระว่ายน้ำ จำลองชายหาดและทะเลมาอยู่ในบ้าน, กระจก HALIO จาก AGC ควบคุมความเข้มผ่านมือถือได้ เป็นต้น

สำหรับงานสถาปนิก’62 “กรีน อยู่ ดี : Living Green” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 เมษายน -  5 พฤษภาคม 2562 ณ ชาเลนเจอร์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้า อิมแพ็ค เมืองทองธานี ผู้สนใจลงทะเบียนเข้าชมงานได้ที่ www.asa.or.th/architectexpo Facebook : ASA CREW

“ลิกซิล” เปิดตัวอัตลักษณ์ใหม่แบรนด์ “อิแนกซ์” ในงานมิลานดีไซน์วีค 2019

โตเกียว, ญี่ปุ่น – บริษัท ลิกซิล กรุ๊ป คอร์ปอเรชัน (ลิกซิล) ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ห้องน้ำและเครื่องใช้ในครัวเรือน ได้เปิดตัวอัตลักษณ์ใหม่ของห้องอาบน้ำอิแนกซ์ในงานมิลานดีไซน์วีค 2019

อิแนกซ์เป็นแบรนด์ผู้ผลิตและออกแบบเครื่องสุขภัณฑ์กระเบื้องรูปสมัยใหม่ในเครือลิกซิล ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในเรื่องการออกแบบที่ล้ำลึกและความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี ด้วยประวัติทางธุรกิจที่ยาวนานนับจากวันแรกที่มีการผลิตเตาเผาตัวแรกในปี 2463 จวบจนปัจจุบันแบรนด์นี้กลายเป็นหัวใจของงานออกแบบห้องอาบน้ำในญี่ปุ่น รวมไปถึงการสรรค์สร้างเทคโนโลยีนำสมัย อาทิ โถสุขภัณฑ์อัตโนมัติตัวแรกของญี่ปุ่น

ซึ่งภายในงานมิลานดีไซน์วีค 2019 ถือเป็นครั้งแรกที่ลิกซิลจะให้ทั่วโลกได้ยลโฉมแบรนด์อิแนกซ์และแนวคิดการออกแบบอย่างลึกซึ้งก่อนที่จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการผลิต

"เราต้องการสร้างห้องอาบน้ำที่ให้ประสบการณ์แปลกใหม่ กลิ่นอายและอัตลักษณ์ของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น วัฒนธรรม ประเพณี และกิจวัตรการใช้น้ำเพื่อชะล้างและเปลี่ยนแปลงตัวเองในแต่ละวัน เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้แสดงให้โลกเห็นถึงแนวคิดใหม่ของแบรนด์  อิแนกซ์ รูปลักษณ์และอารมณ์ที่มาจากดีไซน์ และเทคโนโลยีที่อยู่ภายในที่จะทำให้ผู้คนได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายและมีสุขภาพที่แข็งแรง เราขอเชิญชวนผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกได้มาสัมผัสกับผลิตภัณฑ์อิแนกซ์รุ่นใหม่ ที่บูธอิแนกซ์ ในงานมิลานดีไซน์วีคครั้งนี้" นายยาซูฮิโระ ชิราอิ ผู้บริหารฝ่ายออกแบบและนวัตกรรม ลิกซิล วอเทอร์ เทคโนโลยี ญี่ปุ่น กล่า

อิแนกซ์จะนำเสนอผลิตภัณฑ์และแผ่นกระเบื้องดีไซน์งดงามให้แขกผู้มาเยี่ยมได้รู้จัก

เรื่องราวของอิแนกซ์

เรื่องราวของอิแนกซ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อเกือบหนึ่งร้อยปีก่อน สมัยที่ผู้ก่อตั้งได้รับการอนุมัติให้ผลิตแผ่นกระเบื้องตกแต่งเพื่อนำมาตกแต่งให้กับโรงแรมอิมพิเรียลพาเลซ (โตเกียว) ที่ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชื่อก้องโลกอย่างแฟรงก์ ลอยด์ ไรต์ ผู้ก่อตั้งของอิแนกซ์ลองผิดลองถูกอยู่นับครั้งไม่ถ้วน จนกระทั่งพวกเขาฝึกฝนค้นคิดวิธีการปั้นดินเผาจนชำนาญ และสามารถผลิตเซรามิกที่มีคุณภาพและประณีต ถือเป็นความสำเร็จที่ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ

ความสำเร็จดังกล่าวเป็นจุดกำเนิดของอิทธิพลที่แบรนด์มีต่อห้องน้ำของญี่ปุ่นในยุคปัจจุบัน อิแนกซ์เปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ที่ปฏิรูปการใช้ชีวิตของผู้คนให้ดีขึ้น รวมไปถึงโถสุขภัณฑ์ตัวแรกของญี่ปุ่น ที่กลายเป็นผลิตภัณฑ์ยอดนิยมและครองใจคนทั่วโลกในทุกวันนี้

ในปัจจุบัน อิแนกซ์เป็นแบรนด์สำคัญแบรนด์หนึ่งของลิกซิล รวมไปถึง โกรเฮ่, อเมริกันสแตนดาร์ด, ดีเอ็กซ์วี แอนด์ แจ็กสัน; และมีผลิตภัณฑ์จำหน่ายในตลาดนอกญี่ปุ่น อาทิ เวียดนาม จีน ไต้หวัน และฟิลิปปินส์ ด้วยแนวคิดและดีไซน์ใหม่ อิแนกซ์ยังมีผลิตภัณฑ์ห้องน้ำที่ผสมผสานประเพณีดั้งเดิมของญี่ปุ่นกับเทคโนโลยีและสัมผัสที่นำสมัยอย่างต่อเนื่อง

การเปิดตัว พิธีกรรมทางน้ำ ในมิลาน

ญี่ปุ่นเป็นดินแดนที่อุดมไปด้วยน้ำ ภูมิทัศน์น้ำของญี่ปุ่นนั้นกว้างใหญ่ไพศาล ตั้งแต่แดนเหนืออันขาวโพลนด้วยหิมะไปจนถึงแดนใต้ที่เขียวขจีและและอุดมสมบูรณ์ น้ำถือเป็นหัวใจของวัฒนธรรมของคนญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นใช้น้ำเป็นสิ่งชะล้างร่างกายและจิตใจมาแต่ไหนแต่ไร ไม่ว่าจะชะล้างมือและปากก่อนเข้าศาลเจ้าและวัดวาอาราม ไปจนถึงการอาบน้ำในแต่ละวันเพื่อขจัดความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า และเตรียมตัวสำหรับวันข้างหน้าที่สดใสและสดชื่น

พิธีกรรมทางน้ำของญี่ปุ่นมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งในดีไซน์ใหม่ของอิแนกซ์ โดยเราได้จำลองบรรยากาศและกลิ่นอายเหล่านี้ขึ้นที่งานมิลานดีไซน์วีค 2019 อันประกอบไปด้วยการจัดแสดงดีไซน์ห้องอาบน้ำรุ่นใหม่ของอิแนกซ์และผลิตภัณฑ์ที่เตรียมที่จะเปิดตัว ไม่ว่าจะเป็นอ่างอาบน้ำไปจนถึงโถสุขภัณฑ์ อ่างล้างหน้า ก๊อกน้ำ และกระเบื้องตกแต่ง นอกจากนี้ อิแนกซ์จะจัดแสดงผลิตภัณฑ์เซรามิก รูปแบบต่าง ๆ ประกอบไปด้วยโถสุขภัณฑ์ดินเผาสีน้ำเงินและสีขาวที่หาดูได้ยากจากยุคเมจิ

  • อิแนกซ์นำเสนอ "พิธีกรรมทางน้ำ" ในมิลาน
  • วันที่: 9-14 เมษายน 2562 Super Design Show
  • สถานที่: Superstudio

ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารล่าสุดที่ อิแนกซ์มีเดียเซ็นเตอร์ (INAX Media Center)

Page 7 of 9