กสอ. จับมือเดลต้า สานต่อโครงการ “Big Brother พี่ช่วยน้อง” พร้อมติดปีกให้ SMEs

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ร่วมกับ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สานต่อโครงการ Big Brother หรือ พี่ช่วยน้อง ปีที่ 4 พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนผู้ประกอบการไทยในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันทางธุรกิจและยกระดับศักยภาพการประกอบธุรกิจให้ก้าวสู่ความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมในยุคเศรษฐกิจ 4.0 ด้วยเทคโนโลยีอัตโนมัติ

กสอ. ผนึก 7 ภาคีเครือข่าย ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมฟู้ดทรัค พร้อมชู 5 มาตรการ ขับเคลื่อนฟู้ดทรัคคลัสเตอร์ให้เติบโตแข็งแรงและยั่งยืน

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ผนึก 7 ภาคีเครือข่าย แถลงความร่วมมือ ยกระดับมาตรฐานพัฒนาอุตสาหกรรมฟู้ดทรัคให้เป็นที่ยอมรับของตลาด รองรับการขยายตัวของผู้ประกอบการที่เติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมชูแนวคิดพัฒนาอุตสาหกรรมฟู้ดทรัคแบบคู่ขนาน ผ่าน 5 มาตรการสำคัญ เร่งบ่มเพาะผู้ประกอบการให้เข้มแข็ง ขยายคลัสเตอร์ เชื่อมโยงตลาดสากล หนุนเงินลงทุน ตั้งเป้าส่งเสริมผู้ประกอบการสุ่ธุรกิจฟู้ดทรัค 3,500 ราย คาดว่าก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 3,260 ล้านบาท

กสอ. พัฒนา “ไทยเด่น” ผลิตภัณฑ์เครื่องเคลือบกากกาแฟ แนะนำในรายการว๊าว! แหวน แหวน

นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ (กลาง) อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติต้อนรับ แหวนแหวน -ปวริศา เพ็ญชาติ (ซ้าย) ร่วมชมและถ่ายทำรายการ ว๊าว ! แหวน แหวน เพื่อแนะนำการพัฒนาเครื่องเคลือบเซรามิค “ศิลาดล” อำเภอดอยสะเก็ต จังหวัดเชียงใหม่ ให้เป็น “เครื่องเคลือบกากกาแฟ” ที่สอดรับกับวิถีของจังหวัดเชียงใหม่ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองกาแฟและเครื่องเคลือบเซรามิค ผลิตภัณฑ์หนึ่งใน Product Hero 77 ผลิตภัณฑ์ 77 จังหวัด ภายใต้โครงการสร้างสรรค์อัตลักษณ์สินค้าอุตสาหกรรมชุมชนสู่สากลหรือ “โครงการไทยเด่น” ที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมให้การส่งเสริมและพัฒนารูปลักษณ์ใหม่ให้ทันสมัย และช่วยออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ ให้เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว รวมทั้งสามารถขยายตลาดไปยังต่างประเทศได้ ออกอากาศวันเสาร์ที่ 9 มีนาคม 2562 ทางช่องอัมรินทร์ทีวี เวลา 9.00-9.30 น.

โครงการสร้างสรรค์อัตลักษณ์สินค้าอุตสาหกรรมชุมชนสู่สากล หรือ “โครงการไทยเด่น” เป็นโครงการที่กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ ส่งผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาแนะนำแก่ผู้ประกอบการ พร้อมจัดอบรมเสริมศักยกภาพ เพื่อให้เกิดรายได้แก่ชุมชนผ่านสินค้าชุมชนในแต่ละจังหวัดเพิ่มขึ้น โดยการสร้างสรรค์เป็นสินค้าของฝากและของที่ระลึกที่สืบสานจากวัฒนธรรมท้องถิ่น คงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ประจำพื้นถิ่นของจังหวัด เป็นสินค้าที่สื่อถึงพื้นถิ่นและเป็นอัตลักษณ์ของจังหวัด พร้อมสามารถส่งไปจำหน่ายยังต่างประเทศได้

กสอ. เร่งปักหมุด 215 ชุมชนสู่แลนด์มาร์คใหม่ “หมู่บ้านซีไอวี” ชี้เป้า 7 เทรนด์ท่องเที่ยวชุมชน แนะบูมกระแสเมืองรองต้องเดินด้วยออนไลน์-การตลาด

  • กสอ. โชว์ศักยภาพ “ชุมชนเกาะพิทักษ์” และ“ชุมชนหาดส้มแป้น” 2 ชุมชนสโลว์ไลฟ์สุดคูลแดนใต้ กับจุดเช็คอินใหม่ที่ต้องแชร์!!

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เร่งพัฒนาโครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ หรือ CIV ของปี 2562 เตรียมปั้นแหล่งท่องเที่ยวเมืองรองใหม่จำนวน 215 ชุมชน ในพื้นที่ 77 จังหวัดทั่วประเทศ ชี้เทรนด์การท่องเที่ยวชุมชนที่สำคัญในปีนี้อยู่ใน 7 รูปแบบ ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม การท่องเที่ยวทางน้ำ การท่องเที่ยวแบบวิถีชาวบ้าน การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การท่องเที่ยวเชิงกีฬา การท่องเที่ยวเชิงอาหาร และการท่องเที่ยวแบบมีกิจกรรมหรือผจญภัย โดยยังคาดว่าสังคมออนไลน์และระบบดิจิทัลจะมีอิทธิพลอย่างสูง เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการค้นคว้าข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ และต้องการความคุ้มค่าจากสิ่งที่จะได้รับ สำหรับแผนในการพัฒนาโครงการหมู่บ้าน CIV ของปีนี้ กสอ.จะมุ่งดำเนินโครงการและกิจกรรมที่เข้มข้นทั้ง การสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ การพัฒนาแอปพลิเคชั่น การพัฒนาการตลาดให้มีประสิทธิภาพด้วยเครื่องมือต่างๆ อาทิ ศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 (ITC) โครงการไทยเด่น การฝึกอบรมเชิงลึกในด้านการทำตลาดเพื่อเจาะกลุ่มกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีความสนใจเฉพาะบุคคล ซึ่งจะช่วยลดการกระจุกตัว พร้อมผลักดันให้เมืองรองในแต่ละภูมิภาคเติบโตขึ้นเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักในอนาคต

นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า ในปี 2562 กสอ.ยังคงมุ่งดำเนินโครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ หรือ CIV ด้วยแผนงานและกิจกรรมต่างๆอย่างเข้มข้น ซึ่งในปีนี้จะผลักดันให้หมู่บ้านที่ได้รับการพัฒนาแล้วก้าวสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งผลิตสินค้า และบริการที่เป็นที่นิยม เพื่อให้เศรษฐกิจฐานรากและชุมชนมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถไต่ระดับไปสู่ SMEs ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ ด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรรค์ มีการเพิ่มผลิตภาพ การพัฒนามาตรฐานต่าง ๆ การรวมกลุ่มหรือคลัสเตอร์ พร้อมด้วยการผสมผสานกิจกรรมที่จะช่วยให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิรูปแบบใหม่ ๆให้กับประเทศไทย สอดคล้องกับการเป็นจุดหลายปลายทางทางการท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อระดับโลก

สำหรับเทรนด์การท่องเที่ยวชุมชนที่สำคัญในปีนี้ คาดว่าจะอยู่ใน 7 รูปแบบ ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม การท่องเที่ยวทางน้ำ การท่องเที่ยวแบบวิถีชาวบ้าน การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การท่องเที่ยวเชิงกีฬา การท่องเที่ยวเชิงอาหาร และการท่องเที่ยวแบบมีกิจกรรมหรือผจญภัย ซึ่งยังคาดว่าสังคมออนไลน์และระบบดิจิทัลจะมีอิทธิพลอย่างสูง เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการค้นคว้าข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ และต้องการความคุ้มค่าจากสิ่งที่จะได้รับ เช่น แพ็กเกจการท่องเที่ยว การใช้จ่ายด้านค่าอาหาร – เครื่องดื่ม สินค้าที่ระลึก ฯลฯ

ทั้งนี้ จากความสำคัญดังกล่าวจึงต้องสร้างทั้งความเข้าใจ และสร้างช่องทางดังกล่าวเพื่อให้ผู้ให้หรือผู้ใช้บริการได้รับประสิทธิภาพระหว่างกัน โดยเฉพาะการให้ข้อมูลในลักษณะอธิบายความรวมถึงการรีวิวและเพื่อให้สอดรับกับกระแสดังกล่าวที่กำลังเกิดขึ้น กสอ.จึงได้สร้างแพลตฟอร์มเชื่อมโยงผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน และนักท่องเที่ยว ผ่านเว็บไซต์ www.thaiciv.com ซึ่งช่องทางดังกล่าวจะเป็นตัวช่วยในการค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับบริการทางการท่องเที่ยวของหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในทุกภูมิภาค อาทิ สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยม เทศกาลและกิจกรรมผลิตภัณฑ์ชุมชน นอกจากนี้ กสอ. ได้จัดทำแอปพลิเคชั่น ชื่อว่า “Application CIV like” โดยนำเสนอเรื่องราวท้องถิ่น ผลิตภัณฑ์ชุมชน แผนที่แหล่งท่องเที่ยว รวมถึงที่พักโฮมสเตย์ให้ผู้สนใจได้ดูข้อมูลก่อนเดินทาง ซึ่งช่วยสร้างโอกาส ทางการตลาด สร้างระบบฐานข้อมูลที่ทันสมัย สามารถดึงดูดผู้เข้าเยี่ยมชมหมู่บ้าน และก่อให้เกิดการกระจายรายได้อย่างยั่งยืนในท้องถิ่น ซึ่งสามารถแสดงผลบนสมาร์ทโฟนทั้งในระบบปฏิบัติการ IOS และ Android อันเป็นช่องทางที่เข้าถึงผู้ใช้งานได้สะดวก โดยนำร่องหมู่บ้าน CIV จำนวน 27 หมู่บ้าน จาก 215 หมู่บ้านทั่วประเทศ ที่ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาจาก กสอ. อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ แอปพลิเคชั่นดังกล่าวจะเป็นช่องทางในการสร้างประโยชน์ให้ชุมชนหมู่บ้าน CIV อย่างแท้จริง และสามารถพัฒนาต่อยอดเพื่อรองรับการเติบโตของหมู่บ้าน CIV ในระยะยาวอีกด้วยได้

นายกอบชัย กล่าวต่อว่า นอกเหนือจากการพัฒนาด้านสังคมออนไลน์และระบบดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพสำหรับหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์แล้ว ในปีนี้ กสอ.ยังมีแผนที่จะพัฒนาด้านการตลาด ด้วยการเปลี่ยนมุมมองให้นักท่องเที่ยวและผู้บริโภคเห็นว่าการท่องเที่ยวชุมชนนั้นให้ทั้งประสบการณ์และคุณค่าที่หาได้ยาก ไม่ว่าจะเป็น ผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวที่เน้นการนำเสนอเรื่องราวและอัตลักษณ์อันโดดเด่นของแต่ละชุมชน แพ็กเกจต่างๆที่มึความหลากหลาย การนำเสนอภาพลักษณ์ของแต่ละภูมิภาคให้ชัดเจน เช่น ภาคอีสานที่ขึ้นชื่อด้านประเพณีและกิจกรรมอันรื่นเริง ภาคกลางกับการท่องเที่ยวเชิงศิลปะสร้างสรรค์ ภาคเหนือกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความยั่งยืน ภาคใต้กับความโดดเด่นของธรรมชาติและท้องทะเล นอกจากนี้ ยังจะฝึกอบรมเชิงลึกในด้านการทำตลาดเพื่อเจาะกลุ่มกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีความสนใจเฉพาะบุคคล อาทิ กลุ่มผู้สูงอายุ LGBTQ กลุ่มมิลเลนเนียล กลุ่มชาวต่างชาติ ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยการลดการกระจุกตัว และกระจายรายได้ไปสู่แต่ละท้องถิ่น พร้อมผลักดันให้เมืองรองในแต่ละภูมิภาค เติบโตขึ้นเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักในอนาคต

จากการเติบโตและความนิยมของการท่องเที่ยวเมืองรองที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กสอ.จึงมีแผนในการพัฒนาโครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของปี 2562 เพื่อให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆให้ได้จำนวน 215 ชุมชน ในพื้นที่ 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยในปีที่ผ่านมาได้พัฒนาไปแล้ว 27 ชุมชน และบางชุมชนก็ได้กระแสตอบรับจากผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวอย่างดีเยี่ยม อาทิ หมู่บ้านคีรีวงศ์ อ.คีรีวงศ์ จ.นครศรีธรรมราช ชุมชนน้ำเกี๋ยน อ.ภูเพียง จ.น่าน ชุมชนออนใต้ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ทั้งนี้ ปัจจุบันอยู่ระหว่างกำลังพัฒนาอีก 80 ชุมชน ด้วยเครื่องมือและโครงการที่สำคัญต่างๆ เช่น ศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 (ITC) ที่จะเน้นเครื่องมือที่ทันสมัยเข้ามาช่วยทั้งการดีไซน์ การค้าขายผ่อนออนไลน์ โครงการไทยเด่น โครงการยกระดับอุตสาหกรรมชุมชนเชื่อมโยงการท่องเที่ยว CIV 4.0 โครงการปั้นนักธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปไทยโดยเน้นที่ SMEs เกษตร นอกจากนี้ ยังมีโครงการบิ๊กบราเธอร์ (Big Brother) หรือพี่ใหญ่ช่วยน้องที่กสอ.ได้ประสานกับบริษัทชั้นนำที่มีศักยภาพเข้ามาส่งเสริมชุมชนให้เข้มแข็ง เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย เอไอเอส  และโตโยต้าซึ่งชุมชนจะได้เรียนรู้แนวทางแห่งความสำเร็จพร้อมนำไปปรับใช้ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการได้อย่างมีคุณภาพ นายกอบชัย กล่าวปิดท้าย

เมื่อเร็วๆนี้ กสอ. ยังได้จัดกิจกรรมเยี่ยมชมพื้นที่ชุมชนเกาะพิทักษ์ ต.บางน้ำจืด อ.หลังสวน จ.ชุมพร และชุมชนหาดส้มแป้น ต.หาดส้มแป้น อ.เมืองระนอง จ.ระนอง ซึ่งเป็นหมู่บ้านตัวอย่างที่เพิ่มศักยภาพและโอกาสในการพัฒนาธุรกิจ สินค้า และบริการในหมู่บ้านจากภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อสร้างแหล่งท่องเที่ยว อาทิ การเรียนรู้วิถีชีวิตชาวประมงการ ทำเครื่องมือจับสัตว์น้ำ ตกปลาไดร์หมึก และวิถีชีวิตของการร่อนแร่ที่มีชื่อเสียงของบ้านหาดส้มแป้น นอกจากนี้ยังมีความโดดเด่นด้วยผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อจากชุมชนไม่ว่าจะเป็นสินค้าแปรรูปปลาอินทรีย์ฝังทราย  เซรามิกจากดินขาวที่มีคุณภาพอันดับ 1 ของเอเชีย ไข่เค็มน้ำแร่ดินขาว และการทำผ้ามัดย้อมธรรมชาติจากวัสดุในท้องถิ่น รวมทั้งผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่นๆอีกมากมาย

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โทรศัพท์ 0 2367 8339 หรือ เข้าไปที่ www.dip.go.th

กสอ. ลงพื้นที่เวิร์คช้อป ติวเข้มผู้ประกอบการชุมชน “ไทยเด่น” หนุน Product Hero อัตลักษณ์ 77 จังหวัด สู่มาตรฐานสากล

กสอ. เร่งเสริมเขี้ยวเล็บผู้ประกอบการชุมชน ลงพื้นที่ในโครงการไทยเด่น 77 ผลิตภัณฑ์  77 จังหวัด จัดอบรมเข้มเชิงปฏิบัติการในกิจกรรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต สินค้าอุตสาหกรรมชุมชนสู่เชิงพาณิชย์  บริหารจัดการต้นทุนการผลิต  Work Shop การบันทึกกระบวนการผลิตเพื่อคิดต้นทุนและลดต้นทุน สำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์ต้นแบบของผู้ประกอบการชุมชน ชูอัตลักษณ์ชุมชนสู่ผลิตภัณฑ์ Product Hero

นายกอบชัย  สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การเร่งพัฒนาต่อยอดของโครงการสร้างสรรค์อัตลักษณ์สินค้าอุตสาหกรรมชุมชนสู่สากล หรือ โครงการ “ไทยเด่น” 77  ผลิตภัณฑ์ 77 จังหวัด ขั้นตอนดำเนินการคืบหน้ามาก เข้าสู่กระบวนการอบรมเชิงปฏิบัติการกิจกรรมการถ่ายทอดเทคโนโลยี การผลิตสินค้าอุตสาหกรรมชุมชนเชิงพาณิชย์พื้นที่แรกในภาคตะวันออกเรียบร้อยแล้ว จะขยายอบรมเชิงปฏิบัติการต่อเนื่องไปยังพื้นที่ภาคเหนือ และภาคใต้ ให้ครบภายในเดือนกุมภาพันธ์ศกนี้ เพื่อค้นหา Product Hero ของแต่ละจังหวัด

หลังจากที่ กองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานเครือข่าย ได้ร่วมเฟ้นหาและคัดเลือกผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าเด่นมีอัตลักษณ์เชิงพื้นที่ในแต่ละจังหวัดจำนวน 3 รายต่อจังหวัดทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 231 ราย เพื่อเข้าร่วมการฝึกอบรม พร้อมเสริมด้วยหลักสูตรพิเศษในการค้นหา Product Hero ของแต่ละจังหวัด โดยทีมนักการตลาด นักวิเคราะห์กลยุทธ์ นักการสื่อสาร และผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาสินค้า เป็นต้น

“เราเข้มเรื่องอบรมเชิงปฏิบัติการมากและทำ Work Shop ร่วมกัน เพื่อให้เกิดถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมชุมชนสู่เชิงพาณิชย์ เพื่อให้ผู้ประกอบการชุมชนมีความสามารถเพิ่มและยกระดับศักยภาพการผลิตสูงขึ้น มีความเข้าใจและเห็นความสำคัญในเรื่องการบริหารจัดการต้นทุนผลิต การคิดต้นทุน การบันทึกกระบวนการผลิตเพื่อลดต้นทุนในผลิตภัณฑ์ต้นแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ของผู้ประกอบการชุมชน” นายกอบชัยกล่าว

อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวอีกว่า เพื่อนำทางผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมชุมชน Product Hero ของแต่ละจังหวัด ก้าวสู่ระดับประเทศและตลาดสากล Work Shop ดังกล่าวจึงเพิ่มองค์ความรู้ด้านการยกระดับมาตรฐานสินค้าอุตสาหกรรมชุมชนสู่มาตรฐานสากล อาทิ  ISO9001 ฉบับชุมชน และแนวทางการขอรับการรับรองมาตรฐาน ISO9001 และความรู้เกี่ยวการขอ อ.ย. ,GMP ผลิตภัณฑ์ อีกด้วย

ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวเพื่อมุ่งบรรลุจุดมุ่งหมายของโครงการไทยเด่น ให้เป็นโครงการเพื่อผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนและ SME แห่งปี ที่รวบรวมผู้ผลิตสินค้าเด่น 77  จังหวัดทั่วประเทศ มาเปิดมุมมองวิสัยทัศน์และพัฒนาองค์ความรู้ เพื่อผลักดันสินค้าเป็นของฝากและของที่ระลึกในระดับประเทศ ก่อให้เกิดการพัฒนาระดับท้องถิ่น สร้างความเข้มแข็งต่อเศรษฐกิจฐานราก และสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวตามนโยบายสู่ภูมิภาค

นายอิศเรศ ชื่นใจ เจ้าของผลิตภัณฑ์ ครกอ่างศิลา แบรนด์ “ลี้เซี่ยงฮวด” จังหวัดชลบุรี ที่สืบทอดมรดกภูมิปัญญาดั้งเดิมมาจากบรรพบุรุษจีนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานทำครกรุ่นแรกของอ่างศิลา ผู้ที่ได้เข้าร่วมการอบรมรุ่นแรกในโครงการดังกล่าว เปิดเผยว่า พอใจกับกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการของ กสอ. ครั้งนี้อย่างมาก เนื่องจาก มีความแตกต่างจากหลายๆ โครงการที่ภาครัฐได้ดำเนินการส่งเสริมที่ผ่านมา เพราะว่าโครงการนี้ไม่ได้หยิบยื่นอาหารสำเร็จรูปให้กับผู้ประกอบการชุมชน แต่ได้หยิบยื่นเครื่องไม้เครื่องมือการทำมากินให้ เช่น การคิดพัฒนาและดีไซน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ การพัฒนาช่องทางการตลาดออนไลน์ ที่ให้ได้ทำและออกผลมาเป็นผลิตภัณฑ์ได้จริง

“ความรู้ที่ได้รับมา เราได้พัฒนา “ครกอ่างศิลา” ชูความมีอัตลักษณ์ดั้งเดิมที่มีเฉพาะครกอ่างศิลาเท่านั้น คือ ทำจากหินทะเลแกรนิตที่เหนียว ละเอียด และแข็งแกร่งที่สุดในประเทศไทย เป็นหินลาวาที่ผุดขึ้นมาจากทะเลอย่างยาวนาน ที่ประเทศอื่นไม่เคยพบเจอ ในเนื้อหินมีเกร็ดสะท้อนแวววาวเกิดจากการสะสมของซากพืชซากสัตว์มานับพ้นปี และเป็นผลิตภัณฑ์ครกที่ได้รับจดทะเบียนถิ่นกำเนิดจีไอด้วย พัฒนามาสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ เป็นครกอ่างศิลาที่คงฟังก์ชั่นของความเป็นครกอ่างศิลาและทำด้วยมือ คือ ตัวครกมีปุ่มที่จับ เพิ่มฟังก์ชั่นใหม่คือ เพิ่มฝาปิดครก มีช่องพักสากและที่วางพักสากเพื่อไม่ให้เคลื่อนหลุดง่าย ฝาปิดครกสามารถใช้เป็นที่บดยาเพิ่มขึ้นได้อีก ให้เป็นโปรดักส์ครกในระดับพรีเมี่ยม ใช้แบรนด์ว่า “ลี้เซี่ยงฮวด” อย่าง ขนาด 6 นิ้ว ราคาใบละ 6,500 บาท ขายทั้งในออนไลน์และขายส่งทั่วไป” นายอิศเรศ กล่าว

นายอิศเรศ กล่าวทิ้งทายด้วยว่า ได้รับประโยชน์จากกิจกรรมนี้มาก ทำให้ผู้ประกอบการได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง สามารถคิดค้นเองได้ ทำเองได้ รู้จักต้นทุนแฝง เข้าใจด้านการจัดการด้านต้นทุนมากขึ้น และยังมีเรื่องที่ฝากถึงภาครัฐคือ ผู้ประกอบการยังขาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ดอกเบี้ยต่ำอยู่มาก เนื่องจากเงินทุนที่ภาครัฐให้นั้น ยังมีเงื่อนไขมากเกินไป เช่น ต้องเป็นผู้ประกอบการหรือวิสาหกิจชุมชนที่เป็นนิติบุคคลเท่านั้น ถึงจะได้รับเงินทุนจากภาครัฐนี้ได้

Page 1 of 4